รู้จัก “แคลร์ ณริดา จรณะจิตต์” เยาวชนต้นแบบสร้างความหวังสู่เวทีโลก
หัวใจที่รักธรรมชาติของ "แคลร์ ณริดา" เปลี่ยนจากความหลงใหลสู่นักอนุรักษ์รุ่นใหม่ ผู้เป็นกระบอกเสียงฟื้นฟูทะเลไทยให้ยั่งยืนไกลถึงเวทีสหประชาชาติ
KEY
POINTS
- หัวใจที่รักธรรมชาติของ "แคลร์ ณริดา" เปลี่ยนจากความหลงใหลสู่นักอนุรักษ์รุ่นใหม่ ผู้เป็นกระบอกเสียงฟื้นฟูทะเลไทยให้ยั่งยืนไกลถึงเวทีสหประชาชาติ
- เริ่มต้นเส้นทางนักอนุรักษ์จากแรงบันดาลใจเรื่องพะยูนมาเรียม สู่การเขียนหนังสือระดมทุนและก่อตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลตั้งแต่อายุยังน้อย
- สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นรูปธรรม ทั้งสารคดีที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ โครงการฟื้นฟูหญ้าทะเล และการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
- ได้รับเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนไทยที่อายุน้อยที่สุด เพื่อนำเสนอปัญหาวิกฤตอุณหภูมิน้ำทะเลและแนวทางแก้ไขในการประชุมขององค์การสหประชาชาติ (UN)
จากบทเรียนในป่าใหญ่... สู่ความผูกพันใต้สมุทร
ในวันที่อุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อท้องทะเล ชื่อของ "แคลร์ - ณริดา จรณะจิตต์" กลายเป็นพิสูจน์สำคัญว่าพลังของคนรุ่นใหม่สามารถขับเคลื่อนโลกได้จริง
เธอคือเด็กสาวที่เปลี่ยนความผูกพันกับธรรมชาติ ให้กลายเป็นภารกิจฟื้นฟูหัวใจของท้องทะเลไทยอย่างจริงจังต่อเนื่องมากว่า 7 ปี
ย้อนกลับไปตอนอายุ 6 ขวบ ความตื่นเต้นที่ได้เห็นช้างตัวเป็นๆ ในค่ายสิ่งแวดล้อม คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้แคลร์หลงรักการเรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติ
จนกระทั่งในปี 2562
เธอได้พบกับ "มาเรียม" พะยูนน้อยกำพร้า ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอตั้งหมุดหมายสู่การเป็นนักอนุรักษ์อย่างเต็มตัว
แคลร์ถ่ายทอดเรื่องราวของมาเรียมผ่านหนังสือ "Mariam The Lost Dugong" ที่เธอเขียนและวาดเอง เพื่อระดมทุนช่วยเหลือสัตว์ทะเลและก่อตั้ง "มูลนิธิกระบี่ยั่งยืน" จนได้รับโอกาสเป็นกระบอกเสียงถ่ายทอดความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมต่อหน้าบุคคลสำคัญระดับประเทศและนานาชาติ
เมื่อคำถามใต้ทะเล กลายเป็นสารคดีระดับนานาชาติ
ด้วยความสงสัยว่าทำไมเธอถึงไม่เคยพบฉลามวาฬเลยตลอดการดำน้ำกว่า 3 ปี แคลร์จึงเริ่มค้นคว้าอย่างจริงจังร่วมกับนักวิชาการ จนเกิดเป็นสารคดี "Giants of the Deep: The Whale Sharks Story" ในวัยเพียง 14 ปี
ผลงานชิ้นนี้ไม่เพียงคว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติถึง 7 รางวัล แต่ยังได้รับเลือกให้เป็นสื่อการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็กทั่วประเทศอีกด้วย
ปัจจุบัน แคลร์ยังเดินหน้าโครงการ "Seagrass Restoration" หรือการฟื้นฟูหญ้าทะเล ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บ "คาร์บอนสีน้ำเงิน" (Blue Carbon) ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าป่าบกหลายเท่า โดยเธอได้พัฒนาวิธีเพาะและปลูกหญ้าทะเลร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงชุมชนในพื้นที่จังหวัดกระบี่
"BlueQuest" นวัตกรรมเชื่อมโลกธุรกิจและการอนุรักษ์
จากพื้นฐานครอบครัวที่ทำธุรกิจด้านการบริการ (Hospitality) แคลร์จึงมองเห็นโอกาสในการผสานการอนุรักษ์เข้ากับการท่องเที่ยว
เธอได้พัฒนาแอปพลิเคชัน "BlueQuest" ที่มีกำหนดเปิดตัวในปี 2569 แพลตฟอร์มนี้จะเชื่อมโยงคนในชุมชน นักท่องเที่ยว และภาครัฐเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทะเล ควบคู่ไปกับการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ
เสียงสะท้อนของเยาวชนไทยบนเวทีโลก
ความมุ่งมั่นตั้งใจของแคลร์ส่งผลให้เธอได้รับเลือกเป็นเยาวชนไทยที่อายุน้อยที่สุดในวัย 16 ปี และเป็นตัวแทนไทยเพียงคนเดียวที่เข้าร่วมการประชุมด้านสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติ (HLPF) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568
แคลร์ได้ทำหน้าที่ Youth Voice เพื่อสะท้อนปัญหาวิกฤตอุณหภูมิน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมนำเสนอแนวทางแก้ไขเร่งด่วนต่อประเทศสมาชิกทั่วโลก
ในวันนี้ แคลร์ในวัย 17 ปี ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าในฐานะ "นักปฏิบัติ" ที่ลงมือทำจริง ด้วยความหวังที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างสืบไป
"ทะเลคือบ้านหลังที่สอง... การได้เห็นทะเลค่อยๆ ถูกทำลายทำให้แคลร์สะเทือนใจมาก เลยตั้งใจอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ทุกคนตระหนัก เพื่อให้เด็กๆ ในรุ่นต่อๆ ไป ได้มีโอกาสเห็นความสวยงามของท้องทะเลเหมือนที่แคลร์เคยเห็น"


