อัปเดต 30 บาทรักษาทุกที่ รพ.สต. พร้อมใช้แพทย์ทางไกลครบ 100%
กระทรวงสาธารณสุขเผยความคืบหน้านโยบาย "30 บาทรักษาทุกที่" ยกระดับบริการสุขภาพทั่วไทย เผย รพ.สต. กว่า 1 หมื่นแห่งพร้อมให้บริการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ครบ 100% แล้ว
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อัปเดตความก้าวหน้าการดำเนินงานนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ตอกย้ำความสำเร็จในการยกระดับบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ เผยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทุกแห่งทั่วประเทศมีความพร้อมด้านระบบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เต็ม 100% แล้ว
พร้อมเตรียมเดินหน้าเพิ่มเครื่องฉายแสงมะเร็ง และขยายจุดให้บริการฟอกไตฟรี เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนตามนโยบายของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุขมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะใน 2 เรื่องหลัก ได้แก่ การแพทย์ทางไกลและการรักษามะเร็ง
ยกระดับ รพ.สต. สู่คลินิกดิจิทัลด้วย "แพทย์ทางไกล"
ปัจจุบัน รพ.สต. ทั้งหมด 10,910 แห่งทั่วประเทศ มีความพร้อมให้บริการแพทย์ทางไกลครบ 100% แล้ว โดยมีสถิติการใช้งานที่น่าสนใจดังนี้
- มีการให้บริการผ่านระบบ Telemedicine ไปแล้ว 1,531,456 ครั้ง
- มีแพทย์ออกให้บริการที่ รพ.สต. 4,105,215 ครั้ง
- ยอดรวมการเข้ารับบริการทะลุ 5,636,674 ครั้ง ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ถึง 198.94%
“ก้าวต่อไป สธ. จะเร่งพัฒนาให้กลุ่มผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้ง่ายขึ้น รวมถึงปรับปรุงความเสถียรของอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้การบริการครอบคลุมอย่างไร้รอยต่อ” นพ.ศักดากล่าว
แผนขยายเครื่อง "ฉายแสงมะเร็ง" ร่นเวลารอคอยเหลือ 6 สัปดาห์
นอกจากบริการปฐมภูมิแล้ว นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ยังครอบคลุมถึงการรักษาโรคซับซ้อน ปัจจุบันไทยมีเครื่องฉายรังสี (LINAC) จำนวน 138 เครื่อง (อัตราส่วน 1 เครื่องต่อประชากร 471,068 คน) สธ. จึงได้วางแผนขยายศักยภาพ ดังนี้
- แผนระยะสั้น (ปี 2570-2573): เพิ่มเครื่องฉายรังสีอีก 21 เครื่อง ทำให้อัตราส่วนดีขึ้นเป็น 1 ต่อ 400,000 คน
- เป้าหมายปี 2570: จะมีโรงพยาบาลพร้อมจัดบริการรังสีรักษา 12 แห่ง ได้แก่ รพ.น่าน, รพ.อุตรดิตถ์, รพ.กำแพงเพชร, รพ.พระนครศรีอยุธยา, รพ.นครปฐม, รพ.ประจวบคีรีขันธ์, รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร, รพ.นครพนม, รพ.ชัยภูมิ, รพ.บุรีรัมย์, รพ.มุกดาหาร และ รพ.ตรัง
- แผนระยะยาว: เตรียมเพิ่มเครื่องอีก 61 เครื่อง เพื่อก้าวสู่มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่อัตรา 1 เครื่องต่อประชากร 250,000 คน
สำหรับผู้ป่วยที่อาศัยอยู่ห่างไกลกว่า 120 กิโลเมตร หรือต้องใช้เวลาเดินทางเกิน 2 ชั่วโมง สธ. จะใช้ระบบแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน เพื่อตั้งเป้าลดระยะเวลารอคอยฉายแสงมะเร็งให้เหลือภายใน 6 สัปดาห์ โดยคาดหวังให้ทุกเขตสุขภาพดำเนินการได้ถึง 60% (จากภาพรวมปัจจุบันที่ 40.54%)
ย้ำสิทธิ "ฟอกไตฟรี" เพียงพอ พร้อมดัน 5 เป้าหมายปลูกถ่ายอวัยวะ
สำหรับประเด็นการฟอกไตฟรี รองปลัด สธ. ยืนยันว่าในภาพรวมระดับประเทศมีการจัดบริการที่เพียงพอ ผู้ป่วยทุกคนได้รับการดูแล และไม่พบปัญหาการถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เพื่อลดภาระการเดินทาง สธ. มีแผนขยายจุดให้บริการเพิ่มใน 4 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์, สระบุรี, นครราชสีมา และชัยภูมิ
นอกจากนี้ ยังได้เร่งพัฒนาระบบบริจาคอวัยวะและปลูกถ่ายไต ภายใต้ 5 เป้าหมายหลัก
- เพิ่มผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะเป็น 10% ของประชากร: ผ่านการตั้งจุดรับบริจาคในโรงพยาบาล จุดทำบัตรประชาชน และจุดทำใบขับขี่
- เพิ่มผู้บริจาคอวัยวะสมองตาย: เป้าหมาย 1,250 รายต่อปี
- เพิ่มการปลูกถ่ายไต: เป้าหมาย 3,000 ไตต่อปี
- ยกระดับวิชาชีพ: เพิ่มความก้าวหน้าและค่าตอบแทนพิเศษให้พยาบาลประสานงานการบริจาคอวัยวะ
- จัดตั้งสถาบันเฉพาะทาง: เชื่อมโยงสภากาชาดไทยและเครือข่าย พร้อมตั้งศูนย์รับบริจาคระดับเขตสุขภาพและคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย


