PetGeneX ธนาคารสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงจากเลือดรายแรกของไทย!
ทำความรู้จัก PetGeneX ธนาคารสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงจากเลือดรายแรกของไทย เพิ่มอัตรารอดจากกลุ่มโรคเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ!
KEY
POINTS
- PetgeneX เป็นสตาร์ทอัปรายแรกของไทยที่พัฒนานวัตกรรม "ธนาคารสเต็มเซลล์จากเลือด" สำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อใช้รักษาโรคเสื่อมเรื้อรัง
- เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การเก็บสเต็มเซลล์ทำได้ง่ายและปลอดภัยผ่านการเจาะเลือด โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือวางยาสลบเหมือนวิธีดั้งเดิม
- สเต็มเซลล์ที่ได้สามารถนำไปใช้ฟื้นฟูสุนัขและแมวที่เป็นโรคไต ตับ ข้อเสื่อม และโรคผิวหนัง โดยมีอัตราการรอดของเซลล์สูงกว่า 90%
PetGeneX สตาร์ทอัปแชมป์ "นิลมังกร The Realty ซีซั่น 3" จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA คือผู้พัฒนานวัตกรรม "ธนาคารสเต็มเซลล์จากเลือดรายแรกของไทย" เพื่อปฏิวัติวงการสุขภาพสัตว์เลี้ยง (Pet Wellness)
จากแต่เดิมที่ โรคเสื่อมเรื้อรังในสุนัขและแมว เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคตับ โรคข้อเสื่อม และโรคผิวหนังอักเสบ เป็นโจทย์ท้าทายที่วงการสัตวแพทย์ทั่วโลกต้องเผชิญ เพราะการรักษาแบบดั้งเดิมมีข้อจำกัดทั้งด้านประสิทธิภาพและผลข้างเคียง จึงเกิดช่องว่างสำคัญที่ทำให้สัตวแพทย์และนักวิจัยต้องแสวงหาวิธีการรักษาใหม่ ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายของสัตว์ได้จริง โดยไม่เพิ่มภาระในระยะยาว
จากปัญหาสู่จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมธนาคารสเต็มเซลล์จากเลือด
เทคโนโลยีสเต็มเซลล์กลายเป็นหนึ่งในการแพทย์ทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ไม่เพียงในมนุษย์แต่รวมถึงสัตว์เลี้ยง แต่การเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ยังถูกจำกัด เพราะการเก็บสเต็มเซลล์แบบเดิมต้องมาจากการเก็บจากสายสะดือตั้งแต่แรกเกิด เหมาะกับผู้เลี้ยงที่มีการวางแผนล่วงหน้าเท่านั้น! หรืออีกวิธีหนึ่งคือการเก็บจากเนื้อเยื่อไขมันและไขกระดูก ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความเสี่ยงเนื่องจากต้องวางยาสลบสัตว์เลี้ยงเพื่อผ่าตัด
อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายสูง จึงทำให้เจ้าของสัตว์จำนวนมากลังเลที่จะเลือกใช้วิธีนี้ในการรักษา ส่งผลให้โอกาสในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงยังคงถูกจำกัด
ท่ามกลางความท้าทายนี้ “PetGeneX” คือ สตาร์ทอัปรายแรกของไทยที่พัฒนาระบบ “ธนาคารสเต็มเซลล์จากเลือด” ได้นำเสนอนวัตกรรมที่มีศักยภาพสูงในการขยายขอบเขตการรักษาโรคเสื่อมเรื้อรังในสัตว์เลี้ยงให้เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และเป็นไปได้จริงในเชิงธุรกิจ จนกลายเป็นกรณีศึกษาของการพัฒนานวัตกรรมจากงานวิจัยสู่ตลาดเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ
น.สพ.ชัยยศ ธารรัตนะ อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้ง PetGeneX เล่าว่า แรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรมนี้เกิดจากประสบการณ์กว่า 30 ปีในวิชาชีพสัตวแพทย์ที่ทำให้เห็นว่าปัญหาโรคเรื้อรังจำนวนมาก เช่น ไต ตับ และข้อเสื่อม ไม่สามารถฟื้นฟูได้ด้วยวิธีการรักษาแบบเดิม แม้จะบรรเทาอาการได้ แต่คุณภาพชีวิตของสัตว์ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร
ประกอบกับมีเพื่อนเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่จบการศึกษาด้านสเต็มเซลล์โดยตรงจากประเทศอังกฤษ และมีประสบการณ์การทำธนาคารสเต็มเซลล์ในมนุษย์มาก่อน พอได้มาคุยกันจึงเริ่มมองเห็น Pain Point ที่จะนำนวัตกรรมและองค์ความรู้จากการทำธนาคารสเต็มเซลล์ของมนุษย์มาต่อยอดการทำธนาคารสเต็มเซลล์ในสัตว์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการรักษาให้กับเจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้มากขึ้น
สำหรับนวัตกรรมการเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดที่ PetGeneX พัฒนาขึ้น จะช่วยให้สัตวแพทย์สามารถเก็บสเต็มเซลล์จากสัตว์เลี้ยงได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด และมีความเสี่ยงต่ำกว่าวิธีเดิมมาก เพราะทีมสามารถพัฒนาเทคนิคการคัดแยกสเต็มเซลล์ที่มีอยู่ในเลือดสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.001 ให้มีปริมาณและคุณภาพเพียงพอต่อการรักษาได้สำเร็จ จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการสัตวแพทย์ไทย และเปิดโอกาสให้นวัตกรรมนี้สามารถนำไปใช้รักษาโรคเสื่อมหลากหลายรูปแบบได้อย่างเป็นรูปธรรม
เพิ่มโอกาสรอดของเซลล์ได้มากกว่าร้อยละ 90
นวัตกรรมของ PetGeneX ไม่เพียงแก้ปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยีสเต็มเซลล์ แต่ยังพัฒนากระบวนการที่ช่วยเพิ่มอัตราการรอดของเซลล์ได้มากกว่าร้อยละ 90 พร้อมระบบเพาะเลี้ยงที่ทำให้สเต็มเซลล์ขยายจำนวนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถเตรียมสเต็มเซลล์สำหรับการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ
ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้ในการฟื้นฟูสภาพร่างกายของสุนัขและแมวที่มีอาการไตเสื่อม ตับเสื่อม โรคข้อ กระดูกอักเสบ ผิวหนังอักเสบ รวมถึงแผลที่รักษายาก ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยและสร้างภาระระยะยาวให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายผลไปยังสัตว์เศรษฐกิจ เช่น วัวนม กระบือ รวมถึงสัตว์ป่าหายากในสวนสัตว์ เพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศในการรักษาและอนุรักษ์สัตว์สายพันธุ์สำคัญอีกด้วย
....
สาเหตุความสำเร็จอีกประการของ PetgeneX คือการเข้าโครงการนิลมังกรของ NIA ซึ่งสามารถทำให้เกิดการตั้งเป้าการเติบโตของบริษัทอย่างก้าวกระโดด จากเดิม 3 เท่า เป็น 90 เท่า และได้รับความสนใจจากโรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงเครือข่ายธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่ให้ความสนใจนำนวัตกรรมสเต็มเซลล์จากเลือดไปใช้ในการรักษาและพัฒนาบริการด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยง
ในรูปแบบใหม่ การได้รับการสนับสนุนด้านความน่าเชื่อถือจากแบรนด์ NIA ทำให้นวัตกรรมนี้เป็นที่ยอมรับในวงการสัตว์เลี้ยงอย่างรวดเร็ว ทั้งยังสร้างโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ตลาด Pet Wellness ที่กำลังเติบโตและแข่งขันสูง
ในอนาคต PetgeneX ตั้งเป้าพัฒนาระบบการรักษาแบบครบวงจรด้วยเทคโนโลยีสเต็มเซลล์ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงเข้าถึงการรักษาที่เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย และยั่งยืนมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนางานวิจัยใหม่ที่รองรับสัตว์เศรษฐกิจและสัตว์ป่าโดยเฉพาะ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในตลาดเวชศาสตร์ฟื้นฟูทางสัตวแพทย์ (Regenerative Veterinary Medicine) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาค
การเติบโต Pet Economy ในประเทศไทย ตลาดขุมกำลังใหม่ทางเศรษฐกิจ
ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย (Pet Economy) กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจในปี 2568-2569 ดังนี้
มูลค่าตลาดรวม (Market Size)
ปี 2568 คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าประมาณ 92,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 13.2%
ปี 2569 คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะทะลุหลัก 100,000 ล้านบาท เป็นครั้งแรก (ประมาณ 1.01 แสนล้านบาท)
และหากดูประมาณการณ์ค่าใช้จ่าย จะพบว่า กลุ่มที่ดูแลสัตว์เลี้ยงแบบ Pet Parents หรือเหมือนสมาชิกในครอบครัว จะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 50,500 บาทต่อตัว/ต่อปี ในขณะที่กลุ่มที่เลี้ยงแบบตามมีตามเกิด จะมีค่าใช้จ่ายราว 7,910 บาท ต่อตัว/ต่อปี
ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพและเวชภัณฑ์ คิดเป็น 20% ของมูลค่าตลาด เป็นรองเพียงอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง ที่ยังครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดราว 55-85% มีมูลค่าราว 3.8-4.6 หมื่นล้านบาท.


