กรมควบคุมโรคแจง "ฝีดาษวานร" ในนนทบุรีเป็นยอดสะสม ยังไม่พบติดเชื้อปีนี้
ข้อเท็จจริง! กรมควบคุมโรคชี้ตัวเลขผู้ป่วยฝีดาษวานรในจ.นนทบุรี ที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย เป็นตัวเลขผู้ป่วยสะสม ปีนี้ยังไม่พบแต่อย่างใด
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ชี้จากการติดตามสถานการณ์โรคฝีดาษวานร (Mpox) อย่างใกล้ชิด ประเทศไทยยังคงพบผู้ป่วยเป็นราย ๆ ไม่ได้มีการระบาดเป็นวงกว้าง สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ส่วนตัวเลขผู้ป่วยในจังหวัดนนทบุรีที่มีการเผยแพร่นั้น เป็นผู้ป่วยสะสม
วันนี้ (30 มกราคม 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวนโรคอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการจัดบริการเชิงรุกในกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคฝีดาษวานร เอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงการส่งเสริมพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคในวงกว้าง
ข้อมูล ณ วันที่ 25 มกราคม 2569 ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ถึงปัจจุบัน สะสมจำนวน 1,032 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชายในกลุ่มวัยทำงาน อายุ 30–39 ปี
สำหรับปี พ.ศ. 2569 ตั้งแต่วันที่ 1–21 มกราคม พบผู้ป่วยยืนยันทั่วประเทศจำนวน 9 ราย สะท้อนว่าสถานการณ์โดยรวมยังไม่รุนแรงและยังอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบสาธารณสุข
สำหรับกรณีตัวเลขผู้ป่วยในจังหวัดนนทบุรีที่มีการเผยแพร่นั้น เป็นผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ถึงวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569 รวมทั้งสิ้น 62 ราย เป็นผู้ป่วย ปี พ.ศ. 2566 จำนวน 36 ราย พ.ศ. 2567 จำนวน 7 ราย พ.ศ. 2568 จำนวน 19 ราย และในปี พ.ศ. 2569 ยังไม่พบผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีแต่อย่างใด โดยผู้ป่วยที่ผ่านมาไม่มีความเชื่อมโยงกันในลักษณะของการระบาดเป็นกลุ่มก้อน
อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวเพิ่มเติมว่า โรคฝีดาษวานรติดต่อจากการสัมผัสใกล้ชิด โดยเฉพาะการสัมผัสผิวหนังบริเวณรอยโรค ผื่น หรือตุ่มของผู้ป่วย รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์หรือการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน ทั้งนี้ การใช้ถุงยางอนามัยเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด ประชาชนจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่นหรือตุ่มผิดปกติ รักษาความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ และไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
กรมควบคุมโรคขอแนะนำว่า หากประชาชนมีอาการสงสัย เช่น มีไข้ ผื่น หรือตุ่มหนอง ร่วมกับมีประวัติเสี่ยง ควรรีบไปพบแพทย์และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยสามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้ที่สถานพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข


