posttoday

ล่าสุด! พบภาพวาดผนังถ้ำเก่าแก่ที่สุดในโลกที่อินโดนีเซีย มีอายุกว่า 67,800 ปี

30 มกราคม 2569

นักโบราณคดีค้นพบภาพวาดบนผนังถ้ำเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยพิสูจน์แล้วพบว่ามีอายุกว่า 67,800 ปี

KEY

POINTS

  • นักวิจัยค้นพบภาพวาดบนผนังถ้ำที่เกาะมูนา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นภาพพิมพ์มือที่มีอายุอย่างน้อย 67,800 ปี ซึ่งถือเป็นหลักฐานงานศิลปะของมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
  • ภาพวาดดังกล่าวมีลักษณะเป็นรอยพิมพ์มือที่ถูกตกแต่งให้คล้าย "กรงเล็บ" บ่งชี้ถึงความคิดเชิงนามธรรมและความสามารถในการสร้างสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนของมนุษย์ยุคแรก
  • การค้นพบนี้ได้เปลี่ยนมุมมองทางประวัติศาสตร์ โดยชี้ว่าศิลปะมนุษย์ที่ซับซ้อนไม่ได้เริ่มต้นที่ยุโรปเพียงแห่งเดียว แต่มีการพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนหน้านั้นหลายพันปี

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569  ที่ผ่านมา นักวิจัยพบภาพวาดหินบนผนังถ้ำเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ เกาะมูนา (Muna Island) ในจังหวัดสุลาเวซี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีอายุ อย่างน้อยประมาณ 67,800 ปี ทำให้กลายเป็นงานศิลปะมนุษย์เก่าแก่ที่สุดที่เคยบันทึกได้ในประวัติศาสตร์มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์

ภาพวาดนี้มีลักษณะเป็น รอยพิมพ์มือที่ถูกพ่นสีดิน (ochre) บนผนังถ้ำ โดยนักวิจัยระบุว่ามือบางส่วนถูกตกแต่งให้ดูเหมือนมีปลายแหลมคล้าย “กรงเล็บ” ซึ่งบ่งบอกถึง ระดับของความคิดเชิงนามธรรม และศักยภาพทางวัฒนธรรมที่ซับซ้อนของมนุษย์ยุคแรก ๆ

 

ล่าสุด! พบภาพวาดผนังถ้ำเก่าแก่ที่สุดในโลกที่อินโดนีเซีย มีอายุกว่า 67,800 ปี

 

 

การค้นพบครั้งประวัติศาสตร์

 

การค้นพบครั้งนี้เป็นผลจากงานวิจัยโบราณคดีที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายปี โดยร่วมมือระหว่างนักวิจัยจาก สถาบันวิจัยของอินโดนีเซีย และทีมวิจัยออสเตรเลีย ซึ่งรวมถึงนักโบราณคดีชั้นนำอย่าง Maxime Aubert จาก Griffith University ในออสเตรเลีย 

ภาพวาดนี้ถูกพบใน ถ้ำหินปูนชื่อ Liang Metanduno ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะมูนา หมู่เกาะที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุลาเวซี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาค Wallacea ที่นักโบราณคดีกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเชื่อว่าเป็นเส้นทางที่มนุษย์สมัยก่อนใช้เดินทางข้ามทะเลไปยังออสเตรเลียและนิวกินี 

 

ทีมนักวิจัยเผยไว้ในรายงานการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Nature ว่า ภาพมือโบราณที่พบอยู่ใต้ภาพวาดที่ใหม่กว่า เช่นภาพนก, นักล่า, และสัตว์ต่าง ๆ ภายในถ้ำ เห็นได้ชัดว่ามีหลายชั้นของศิลปะที่ถูกสร้างขึ้นติดต่อกันเป็นเวลาหลายหมื่นปี 

 

เพื่อกำหนด “ช่วงอายุ” ของภาพมือเหล่านี้ นักวิจัยไม่ได้ดึงสารสีออกมาโดยตรง แต่กลับใช้เทคนิค การวัดยูเรเนียม–ทอเรียม (Uranium–Thorium dating) กับ ชั้นผลึกแคลไซต์ (calcite) ที่ก่อตัวขึ้นบนภาพวาด เหนือและใต้ร่องรอยสีดิน ซึ่งทำให้สามารถคำนวณช่วงเวลาที่ภาพถูกสร้างขึ้นได้อย่างน่าเชื่อถือ

 

โดยหลักฐานชั้นแรกเผยให้เห็นว่าภาพมือที่เก็บรักษาไว้นี้ มีอายุขั้นต่ำอย่างน้อยประมาณ 67,800 ปี ซึ่งเป็นอายุขั้นต่ำที่สามารถยืนยันได้จากแร่ที่อยู่บนภาพ 

 

นักวิจัยย้ำว่าการวัดนี้ไม่ได้บอกว่าภาพนั้นถูกสร้างขึ้นเมื่อ 67,800 ปีที่แล้ว แต่หมายความว่ามันมีอายุอย่างน้อยขนาดนี้จริง ๆ ซึ่งก็เท่ากับว่าเป็นหลักฐานศิลปะมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา! 

 

ภูมิหลังของศิลปะมนุษย์ยุคโบราณก่อนการค้นพบ

 

เพื่อให้เข้าใจความสำคัญของการค้นพบครั้งนี้อย่างเต็มที่ ต้องย้อนกลับไปดูภาพศิลปะมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่เคยเป็น “ตัวแทนการกำเนิดศิลปะ” ของมนุษย์

ในอดีตนักโบราณคดีได้ค้นพบ ภาพวาดและภาพสัญลักษณ์ในถ้ำหลายแห่งทั่วโลก โดยที่โดดเด่นที่สุดคือที่ "ยุโรป" ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส สเปน หรือเยอรมนี จนได้รับการขนานนามว่า “ศูนย์กลางกำเนิดศิลปะมนุษย์“ เพราะภาพวาดในถ้ำยุโรปบางแห่งมีอายุมากกว่า 40,000 ปี 

 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2024 นักวิจัยเคยค้นพบภาพวาดในถ้ำ Leang Karampuang ในบริเวณ Maros-Pangkep ของเกาะสุลาเวซี ที่แสดงฉากรูปมนุษย์กับหมูป่า ซึ่งมีอายุประมาณ 51,200 ปี  ซึ่งในขณะนั้นถือเป็น “ภาพเล่าเรื่อง (figurative art) ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก” อยู่แล้ว และทำให้มนุษย์ได้เห็นเค้าโครงของประวัติศาสตร์ศิลปะมนุษย์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

แต่การค้นพบภาพมืออายุ 67,800 ปีในปี 2026 นี้ ทำให้ “จุดเริ่มต้นของศิลปะมนุษย์” ถูกดึงกลับไปไกลกว่าเดิม และยืนยันว่างานศิลปะเชิงสัญลักษณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในยุโรปเท่านั้น 

 

 

 

รายละเอียดภาพที่พบคืออะไร? 

 

ภาพที่พบล่าสุดนี้ คือ รอยมือสีแดงที่ถูกพ่นสีผ่านการวางฝ่ามือบนผนังถ้ำ เมื่อสีแห้งและแร่แคลไซต์ทับถมขึ้นทีหลัง ก็ช่วยรักษาเงาภาพเหล่านั้นให้ยังมองเห็นได้บางส่วนจนทุกวันนี้ 

ลักษณะสำคัญของภาพคือ เป็นภาพรอยมือแบบ negative stencil  คือวางมือไว้บนผนัง แล้วพ่นสีดินแดง (ochre) โดยนิ้วบางส่วนถูกแก้ไขให้แหลมคล้ายกรงเล็บ ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นเทคนิคเฉพาะที่แสดงถึง “ความตั้งใจสร้างภาพ” มากกว่าการทำรอยมือธรรมดา 

ภาพนี้ถูกค้นพบในถ้ำที่มีชั้นศิลปะมากมาย มีศิลปะยุคถัดมาที่ถูกวาดซ้อนอยู่ด้านบนด้วย ซึ่งบ่งชี้ว่าถ้ำนี้ถูกใช้เป็นพื้นที่สร้างศิลปะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายพันปี  อย่างไรก็ตาม แม้ภาพมือจะค่อนข้างจาง แต่ทีมวิจัยใช้เทคนิค การติดตามดิจิทัล (digital tracing) และการวิเคราะห์แร่บนภาพเพื่อแยกและบันทึกภาพเหล่านี้อย่างละเอียดในห้องแล็บ

 

 

ทำไมการค้นพบนี้ “พลิกประวัติศาสตร์”?

 

คำตอบของคำถามนี้ไม่ใช่แค่ “มันเก่า”  แต่เพราะมัน เปลี่ยนมุมมองที่ยาวนานเกี่ยวกับการกำเนิดศิลปะและพัฒนาการของมนุษย์

 

ข้อแรกคือทำให้เห็นว่า ศิลปะมนุษย์ไม่ได้เริ่มที่ยุโรปเท่านั้น  ก่อนการค้นพบนี้ นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ศิลปะส่วนใหญ่เชื่อว่างานศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์อยู่ในยุโรป เช่นที่สเปน ฝรั่งเศส และอิตาลี แต่ตอนนี้งานศิลปะที่มีอายุอย่างน้อย 67,800 ปี ถูกพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนหลายพันปี แสดงให้เห็นว่า ภูมิภาคอื่นก็มีศิลปะมนุษย์ที่พัฒนาอย่างซับซ้อนแบบพร้อมกันหรือก่อนยุโรป

 

ข้อต่อมาคือ ภาพนี้แสดงให้เห็นว่ามนุษย์มีความคิดเชิงนามธรรมเกิดขึ้นนานกว่าที่คิด เพราะภาพรอยมือที่ถูกปรับแต่งให้คล้ายกรงเล็บบ่งบอกว่ามนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไม่ได้เพียงแค่ทิ้งเครื่องหมายพื้นฐานไว้  แต่มีแนวคิดเชิงสัญลักษณ์ ความคิดเชิงนามธรรม หรือแม้แต่ความเชื่อบางอย่างที่ต้องการสื่อสารผ่านภาพ ซึ่งนับเป็นหลักฐานของ ความคิดที่ซับซ้อนกว่าที่เคยคาดคิดสำหรับสังคมมนุษย์ยุคแรก ๆ

 

นอกจากนี้ การค้นพบภาพดังกล่าวยังทำให้เกิดข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายของมนุษย์ เพราะการที่มนุษย์มีศิลปะที่เก่าแก่ขนาดนี้ในภูมิภาค Wallacea ใกล้ออสเตรเลีย แสดงว่า มนุษย์ยุคแรกอาจเดินทางผ่านทะเลและโต้คลื่นเพื่อไปยัง Sahul (ออสเตรเลีย–นิวกินี) ได้ตั้งแต่อายุประมาณมากกว่า 65,000 ปี ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับการอพยพของมนุษย์ออกจากแอฟริกา 

 

อีกทั้งยังมีความต่อเนื่องของวัฒนธรรมศิลปะโบราณ เพราะทีมวิจัยพบว่าถ้ำนี้ไม่ได้ใช้ครั้งเดียวแล้วจบ  แต่มีหลายชั้นของศิลปะที่สร้างขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 30,000 ปีขึ้นไป ซึ่งหมายความว่าการสร้างศิลปะอาจเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันหรือประเพณีที่ส่งต่อกันอย่างยาวนานในภูมิภาคนี้

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาพนี้จะเป็นหลักฐานสำคัญ แต่ก็มี คำถามที่ยังคงเปิดกว้าง ในชุมชนวิทยาศาสตร์ เช่น

ภาพนี้ถูกสร้างโดย Homo sapiens หรือไม่? ถึงแม้ว่านักวิจัยส่วนใหญ่เชื่อว่ามีความตรงกันสูงที่จะเป็นของมนุษย์ยุคแรก แต่ก็ยังมีเสียงบางส่วนที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับชนิดของมนุษย์ที่ทำมัน  ในเรื่องของเทคนิคการวัดอายุแม้จะน่าเชื่อถือ แต่ก็ไม่สามารถระบุวันสร้างแน่นอนได้  เพียงแต่ระบุ “ช่วงขั้นต่ำ” ของอายุภาพได้เท่านั้น 

นอกจากนี้ ตัวภาพจางมาก ทำให้การตีความว่ามันสื่อความหมายอะไรยังเป็นเรื่องของการตีความ ซึ่งนักวิจัยบางคนก็ระบุว่าจำเป็นต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อ “เข้าใจความหมายเชิงสัญลักษณ์” อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

รพ.จุฬาฯ จับมือทรู ดิจิทัล ยกระดับหุ่นยนต์ AI สู่ยุค Smart Healthcare 5.0