posttoday

ธ.ก.ส.จับมือ GIZ อัดงบกว่า 5.3 พันล. หนุนชาวนา 4 หมื่นรายปลูกข้าวลดคาร์บอน

29 มกราคม 2569

ธ.ก.ส.ผนึก GIZ เปิดโครงการ Thai Rice GCF วงเงินกว่า 5,300 ล้านบาท หนุนเกษตรกร 4 หมื่นราย ปรับวิถีปลูกข้าวลดก๊าซเรือนกระจก ใช้เทคโนโลยี Climate Smart สร้างรายได้ยั่งยืน

KEY

POINTS

  • ธ.ก.ส. ร่วมมือกับ GIZ สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 40,000 ราย ให้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำนาเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • จัดสรรงบประมาณกว่า 5.3 พันล้านบาท ผ่านมาตรการสนับสนุนทางการเงินเพื่อจูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ
  • เกษตรกรจะได้รับเงินอุดหนุน โดยสามารถเลือกได้ 3 รูปแบบตามความเหมาะสม ในอัตราสูงสุด 1,600 บาทต่อไร่ และจำกัดไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน

วันนี้ (29 มกราคม 2569) นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดงาน “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.” ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF เพื่อเปิดตัวรูปแบบเงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุนการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ

โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ มีเป้าหมายปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การปลูกข้าวของเกษตรกรสู่แนวทางที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยการนำเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ มาใช้ เพื่อเสริมความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเกษตรกรรายย่อย

โครงการได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (GCF) กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) ภาคเอกชน และความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 21 จังหวัด ระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2571)

"การปลูกข้าวแบบดั้งเดิมที่ขังน้ำตลอดฤดูเพาะปลูกก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกสำคัญ ขณะที่ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอีก 30 ปีข้างหน้า ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิต รายได้เกษตรกร และความมั่นคงทางอาหาร" นายไพศาล กล่าว

ดังนั้น ธ.ก.ส.จึงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน “การปลูกข้าววิถีใหม่” ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยใช้ “มาตรการสนับสนุนทางการเงิน” เป็นแรงจูงใจสำคัญให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตอย่างเป็นระบบ

สำหรับ มาตรการทางการเงินภายใต้โครงการ Thai Rice GCF แบ่งเป็น 2 มาตรการหลัก ได้แก่

1.เงินอุดหนุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (CSI) เป็นเงินทุนภายใต้โครงการ Thai Rice GCF วงเงินประมาณ 300 ล้านบาท สนับสนุนเกษตรกรราว 40,000 ราย ทดลองปรับเปลี่ยนการทำนาของตนไปสู่วิถีการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศโดยเลือกแพ็กเกจเงินอุดหนุนได้ 3 ระดับ แพ็กเกจ S 500 บาท/ต่อไร่ แพ็กเกจ M 1,000 บาท/ต่อไร่ และแพ็กเกจ L 1,600 บาท/ต่อไร่ โดยแต่ละครัวเรือนจะได้รับเงินอุดหนุนไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน

2.สินเชื่อเพื่อการปรับเปลี่ยนสู่การเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ Climate Smart Loan (CSL) วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับเกษตรกรที่ผ่านการอบรมด้านเทคโนโลยีและการเงิน เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือการลงทุนในเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ จากกรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร และหลักสูตรต่อยอดด้านการลงทุนและการเงิน จาก ธ.ก.ส. ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำ สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและ/หรือการลงทุนใน 10 เทคโนโลยีที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศที่โครงการส่งเสริม รวมถึงสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ (BCG) สำหรับผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร Basic CST ที่ประสงค์ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำนา

ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อสำนักงานเกษตรในพื้นที่ หรือ ธ.ก.ส.สาขาที่ขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้า และเมื่อผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กำหนดแล้ว จึงจะสามารถยื่นขอรับเงินอุดหนุนและสินเชื่อภายใต้โครงการได้

ข่าวล่าสุด

ITEL คว้างานระบบไมโครเวฟกองทัพไทย 99 ล้าน ยกระดับสื่อสารยุทธศาสตร์