TACC ปักธงรายได้ปี 69 โตกว่า 10% ส่ง “มัทฉะน้ำส้ม” บุก 7-Eleven
TACC เดินเกมรุกตลาดเครื่องดื่ม เปิดตัวเมนูใหม่ “มัทฉะน้ำส้ม” ผลักดันรายได้ปี 69 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ตามเป้าหมาย
KEY
POINTS
- TACC ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโตไม่น้อยกว่า 10% โดยมีกลุ่มธุรกิจ B2C (7-Eleven) เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
- เปิดตัวเครื่องดื่มเมนูใหม่ “มัทฉะน้ำส้ม” ในมุม All Café ที่ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาความสดชื่น
- เครื่องดื่มใหม่จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายและผลักดันรายได้ของบริษัท
นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตต่อเนื่องในอัตรา Double Digit หรือไม่น้อยกว่า 10% จากปีก่อน โดยการเติบโตหลักยังมาจาก 2 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจ B2C (7-Eleven) และกลุ่มธุรกิจ B2C (Non-7-Eleven)
โดยกลุ่มธุรกิจ B2C (7-Eleven) บริษัทมุ่งพัฒนา Core Menu และ New Menu อย่างสม่ำเสมอ พร้อมออกสินค้าใหม่ร่วมกับ 7-Eleven ในฐานะพันธมิตรหลักทางธุรกิจ ครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มเย็นในโถกด (7-Select) และเครื่องดื่ม Non-Coffee ใน All Café รวมถึงการขยายไปยังร้าน 7-Eleven ในต่างประเทศ
ล่าสุด เปิดตัวเมนูใหม่ “มัทฉะน้ำส้ม จาก All Café Matcha Series” ในร้าน 7-Eleven เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาเครื่องดื่มรสชาติสดชื่นแตกต่างจากมัทฉะในรูปแบบเดิม โดยผสานความหอมและความเข้มของมัทฉะแท้ เข้ากับน้ำส้มสายพันธุ์สายน้ำผึ้งให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว ดื่มง่าย และเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายกลุ่ม
ทั้งนี้ เครื่องดื่มดังกล่าวจะวางจำหน่ายในมุม All Café ของร้าน 7-Eleven ทุกสาขาที่มี All Café พร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยเชื่อว่าเมนูใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับกลุ่ม Non-Coffee Menu และเป็นอีกหนึ่งตัวขับเคลื่อนรายได้ของบริษัทในปี 2569
ขณะที่กลุ่มธุรกิจ B2C (Non-7-Eleven) ที่เน้นการกระจายความเสี่ยงของรายได้ ผ่านการขยายตลาดภายในประเทศ การพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Café Business และการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจต่างประเทศ ธุรกิจ License รวมถึงมองหาโอกาสใหม่ผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุน (JV) เพื่อสร้าง New S-Curve ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ESG เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


