
คมนาคมเร่งพัฒนาทางน้ำ “สรรเพชญ” ดันไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์
กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาท่าเรือ ร่องน้ำ และระบบ MSW ควบคู่ผลิตบุคลากรตามมาตรฐาน IMO “สรรเพชญ” หวังเพิ่มประสิทธิภาพขนส่งทางน้ำ ลดต้นทุนการค้า เพิ่มศักยภาพไทยในตลาดโลก
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียนเดินเรือพาณิชย์ ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 ณ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี กรมเจ้าท่า พร้อมเน้นย้ำว่า การพัฒนาขนส่งทางน้ำจำเป็นต้องเดินหน้าไปพร้อมกันทั้ง โครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และบุคลากร
นายสรรเพชญกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงไทยกับระบบการค้าและเศรษฐกิจโลก
ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน กระทรวงคมนาคมเร่งรัดโครงการภายใต้แนวทาง Quick Win เพื่อให้สามารถเปิดใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้น อาทิ ท่าเรือปากเกร็ด จ.นนทบุรี ท่าเรือเกาะสุกร จ.ตรัง และท่าเรืออเนกประสงค์อ่าวมะขามป้อม จ.ระยอง รวมถึงการพัฒนาร่องน้ำในพื้นที่สำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือ
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่มุ่งสนับสนุนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทางน้ำ เช่น การพัฒนาระบบบริหารความปลอดภัยท่าเทียบเรือท่องเที่ยว หรือ Port Control ในภูเก็ต กระบี่ และระยอง การศึกษาพัฒนาท่าเรือดอนสักเพื่อเชื่อมโยงกับโครงการแลนด์บริดจ์ ตลอดจนการพัฒนาท่าเรือสำราญและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งฝั่งอันดามัน อ่าวไทยตอนบน และอ่าวไทยตอนล่าง
อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการขนส่ง โดยกระทรวงคมนาคมเดินหน้าพัฒนาระบบ Maritime Single Window (MSW) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและลดขั้นตอนด้านเอกสาร เพิ่มความสะดวกในการนำเข้าและส่งออกสินค้า ตลอดจนช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการดำเนินงาน
ขณะเดียวกัน กรมเจ้าท่ายังเร่งยกระดับมาตรฐานร่องน้ำและเครื่องช่วยการเดินเรือให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือด้านพาณิชย์นาวีทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อเพิ่มโอกาสการแข่งขันของผู้ประกอบการและสินค้าไทยในตลาดโลก
นายสรรเพชญกล่าวว่า การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจะต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะบุคลากรพาณิชย์นาวีที่ต้องมีจำนวนเพียงพอและตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ พร้อมได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO)
“ทุนมนุษย์คือหัวใจของการพัฒนาพาณิชย์นาวี” นายสรรเพชญกล่าว พร้อมระบุว่า หากบุคลากรไทยมีทั้งความรู้ ทักษะ ภาษา ความเข้าใจเทคโนโลยี มีวินัย และรักษามาตรฐานวิชาชีพได้ ก็มีศักยภาพที่จะออกไปทำงานและแข่งขันในตลาดแรงงานพาณิชย์นาวีระดับโลก
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมยังมองว่า แนวโน้มการค้า การขนส่งระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยวทางทะเล จะทำให้ความต้องการบุคลากรพาณิชย์นาวีเพิ่มขึ้น ดังนั้น การมีท่าเรือ ร่องน้ำ และระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากขาดบุคลากรที่สามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
การพัฒนาขนส่งทางน้ำจึงถูกวางให้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับระบบโลจิสติกส์ไทย ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยี ไปจนถึงการสร้างบุคลากรมาตรฐานสากล เพื่อรองรับการขยายตัวของการค้าและเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับเครือข่ายการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ







