กทม.ขอความร่วมมือ WFH รับมือมลภาวะทางอากาศ หลังฝุ่น PM2.5 พุ่ง
กทม.ประเมินค่าฝุ่น PM2.5 วันที่ 29–30 ม.ค. 2569 อยู่ระดับสีส้ม กระทบสุขภาพกว่า 35 เขต ขอรัฐ–เอกชนร่วม WFH ลดความเสี่ยงประชาชน
กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนใช้มาตรการทำงานที่บ้าน (Work From Home: WFH) ในวันที่ 29–30 มกราคม 2569 หลังคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มสูง อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 35 เขตทั่วกรุงเทพฯ
กทม.ระบุว่า ระดับฝุ่นดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จึงขอให้ประชาชนทั่วไปใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก พร้อมเฝ้าสังเกตอาการผิดปกติ อาทิ ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา
สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและหัวใจ ขอให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเคร่งครัด ใช้อุปกรณ์ป้องกันฝุ่นทุกครั้งเมื่อจำเป็นต้องออกนอกอาคาร และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที
ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมเป็นเครือข่าย WFH เพื่อลดการเดินทางและการปล่อยมลพิษ โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่
https://u.bangkok.go.th/WFH2569
ด้านศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่าหลายพื้นที่ของประเทศมีค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะในจังหวัดปทุมธานี กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ รวมถึงหลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคเหนือพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน 4 พื้นที่ อยู่ระหว่าง 10.2–66.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกินมาตรฐาน 2 พื้นที่ วัดได้ 8.9–41.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนภาคกลางและตะวันตก รวมถึงภาคตะวันออก พบเกินมาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ โดยบางพื้นที่มีค่าสูงถึงกว่า 70 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษร่วมกับ กทม. พบค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานในหลายจุด วัดได้ตั้งแต่ 35.3–94.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ภาคใต้ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี


