posttoday

FDA ไฟเขียว! BioticsAI ใช้ AI อัลตราซาวด์ความผิดปกติทารกในครรภ์

20 มกราคม 2569

BioticsAI สตาร์ทอัพเทคโนโลยีทางการแพทย์ ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) สำหรับซอฟต์แวร์ AI อัลตราซาวด์ตรวจจับความผิดปกติของทารกในครรภ์

 

BioticsAI สตาร์ทอัพเทคโนโลยีทางการแพทย์ (HealthTech) ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัทได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) แล้ว

 

โดยเทคโนโลยีดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแพทย์ตรวจจับความผิดปกติของทารกในครรภ์ผ่านภาพอัลตราซาวด์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

 

จากรากฐานครอบครัวแพทย์สูติฯ สู่นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

 

แรงบันดาลใจเบื้องหลังเทคโนโลยีนี้มาจาก Robhy Bustami ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ BioticsAI ซึ่งเติบโตมาในครอบครัวแพทย์สูตินารีเวช ทั้งมารดา ป้า และลุง ล้วนอยู่ในวิชาชีพนี้ ทำให้เขาคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาลมาตั้งแต่เด็ก จากการติดตามมารดาไปดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วสหรัฐฯ

 

หลังจากสั่งสมความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จาก UC Irvine และพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรม Bustami ได้ร่วมมือกับผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Salman Khan, Chaskin Saroff และ นพ. Hisham Elgammal ก่อตั้ง BioticsAI ขึ้นในปี 2021

 

FDA ไฟเขียว! BioticsAI ใช้ AI อัลตราซาวด์ความผิดปกติทารกในครรภ์

 

เทคโนโลยี AI ตรวจความผิดปกติของทารกในครรภ์ 

 

BioticsAI นำเทคโนโลยี Computer Vision AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในการประเมินคุณภาพของภาพอัลตราซาวด์ ตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ทางกายวิภาคของทารก และจัดทำรายงานผลตรวจแบบอัตโนมัติ

 

โดยระบบถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อเข้ากับกระบวนการทำงานทางคลินิก (Clinical Workflow) ของแพทย์ได้อย่างไร้รอยต่อ

 

BioticsAI มุ่งหวังให้เทคโนโลยีนี้เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาสาธารณสุขเรื้อรังของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศรายได้สูงที่มีสถิติผลลัพธ์การดูแลก่อนคลอด (Prenatal Outcomes) ย่ำแย่ที่สุด

 

โดยเฉพาะในกลุ่มสตรีผิวดำที่เผชิญกับอัตราการเสียชีวิตของมารดาในระดับที่สูงจนน่าตกใจ

 

BioticsAI ชี้ให้เห็นว่า แม้การอัลตราซาวด์จะเป็น "หัวใจสำคัญ" ของการติดตามการตั้งครรภ์ แต่คุณภาพของภาพถ่ายที่ต่ำมักนำไปสู่การวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อน

 

นอกจากนี้ BioticsAI เปิดเผยว่า ส่วนที่ยากที่สุดไม่ใช่การสร้างโมเดล AI (ซึ่งเทรนด้วยชุดข้อมูลภาพอัลตราซาวด์นับแสนภาพที่มีความหลากหลายสูง) แต่คือการพิสูจน์ให้ได้ว่า

 

เทคโนโลยีนี้สามารถทำงานได้อย่างเสถียรและน่าเชื่อถือในโลกความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำไปใช้กับกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูง

 

"ในสภาพแวดล้อมที่ความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพเป็นเรื่องที่ประจักษ์ชัด สิ่งสำคัญที่สุดคือการพิสูจน์ให้เห็นว่าระบบของเราทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพในผู้ป่วยทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่ทำงานได้ดีเฉพาะในกรณีตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น" Bustami กล่าว

 

 

BioticsAI ใช้เวลาเกือบ 3 ปีในกระบวนการของ FDA ซึ่งรวมถึงการทดสอบและการตรวจสอบความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ โดยบทเรียนสำคัญที่ทีมงานได้รับคือ ความจำเป็นในการประสานงานระหว่างฝ่ายวิศวกรรม ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ฝ่ายคลินิก และฝ่ายกฎระเบียบ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่เริ่มต้น

 

"การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตรวจสอบทางคลินิก และการวางแผนด้านกฎระเบียบไปพร้อมๆ กัน แทนที่จะทำทีละขั้นตอน ช่วยให้เราก้าวไปสู่อนาคตได้อย่างรวดเร็ว" ซีอีโอ BioticsAI อธิบาย

 

หลังจากได้รับไฟเขียวจาก FDA เป้าหมายถัดไปของบริษัทคือการขยายการใช้งานระบบไปยังเครือข่ายสุขภาพต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมวางแผนเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ สำหรับเวชศาสตร์มารดาและทารก รวมถึงสุขภาพเจริญพันธุ์ในอนาคต

 

อ้างอิง: TechCrunch

ข่าวล่าสุด

ศาลฎีกายืนโทษคดี นปช. เจ๋งดอกจิกคุก 5 ปี 4 เดือน สุขพลตื้อตลอดชีวิต