รัฐบาลเผยยอดป่วย "ฝีดาษวานร" สะสม 1,000 ราย กทม.ครองแชมป์
ไทยพบผู้ป่วยฝีดาษวานรสะสมตั้งแต่ปี 65 ถึงปัจจุบันประมาณ 1,000 ราย โดย 97% เป็นเพศชายวัยทำงาน กทม. ครองแชมป์ผู้ติดเชื้อสูงสุด 458 ราย
KEY
POINTS
- ไทยพบผู้ป่วยฝีดาษวานรสะสมตั้งแต่ปี 65 ถึงปัจจุบันประมาณ 1,000 ราย โดย 97% เป็นเพศชายวัยทำงาน
- กทม. ครองแชมป์ผู้ติดเชื้อสูงสุด 458 ราย ตามด้วย ชลบุรี นนทบุรี ภูเก็ต และสมุทรปราการ
วันนี้ (19 มกราคม 2569) – นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง สถานการณ์ฝีดาษวานรล่าสุด โดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า
นับตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยสะสมประมาณ 1,000 คน ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลระบาดวิทยาพบว่า กลุ่มเป้าหมายหลักยังคงเป็นคนไทยในวัยทำงาน เพศชายสูงถึง 97% และมักพบการระบาดกระจุกตัวในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งของชาวไทยและต่างชาติ
เปิด 5 จังหวัดพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสูงสุด กทม. ยอดพุ่งอันดับหนึ่ง
จากการตรวจสอบข้อมูลผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงรายจังหวัด พบสถิติที่น่าสนใจเรียงตามลำดับ ดังนี้
- กรุงเทพมหานคร: 458 คน (ชาย 454 คน, หญิง 4 คน)
- ชลบุรี: 85 คน (ชาย 84 คน, หญิง 1 คน)
- นนทบุรี: 50 คน (ชาย 49 คน, หญิง 1 คน)
- ภูเก็ต: 35 คน (ชาย 28 คน, หญิง 7 คน)
- สมุทรปราการ: 32 คน (ชาย 30 คน, หญิง 2 คน)
รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ดังกล่าวและจังหวัดใกล้เคียง ยกระดับการติดตามและดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในจุดที่มีความเสี่ยงสูง
เร่งกระจาย "วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานร" ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรคร่วมกับภาคีเครือข่าย ดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวนโรค ควบคู่กับการให้ความรู้เรื่อง โรคฝีดาษวานร (หรือที่เข้าใจกันในชื่อเดิมว่า ฝีดาษลิง), เอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย
ในส่วนของการบริหารจัดการวัคซีน กรมควบคุมโรคได้รับการสนับสนุนจากอาเซียนจำนวน 2,220 ขวด
ล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มกราคม 2569) ได้ดำเนินการจัดสรร วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานร ไปแล้วรวม 2,175 ขวด ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยงใน 4 พื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, เชียงใหม่ และภูเก็ต
แนะวิธีสังเกตอาการฝีดาษลิงและป้องกันตนเอง
เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาด ประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่น หรือตุ่มผิดปกติทางผิวหนัง
- หมั่นรักษาความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ และไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
- หากมีไข้ ร่วมกับมีผื่น หรือตุ่มหนอง ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นอาการของโรค
"หากประชาชนมีอาการสงสัย ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีและแยกตัวเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคฝีดาษวานร สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422" นางสาวอัยรินทร์ กล่าวย้ำ


