"พาร์กินสัน" รู้ทันก่อนสาย เช็กความเสี่ยงง่ายๆ ด้วยปลายนิ้วมือ
เปิดใจ ศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ ถึงพาร์กินสันในไทยที่คนมักรู้ตัวช้า แนะวิธีสังเกตอาการเสี่ยงก่อนมือสั่น พร้อมนวัตกรรม 'Check PD' คัดกรองแม่นยำ 91%
KEY
POINTS
- ผู้ป่วยพาร์กินสันในไทยมักถูกวินิจฉัยล่าช้า ซึ่งเมื่อมีอาการสั่นปรากฏ สมองมักเสื่อมไปแล้วกว่า 60%
- มีการพัฒนาแอปพลิเคชัน "Check PD" บนมือถือเพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น โดยวิเคราะห์จากเสียง การเคลื่อนไหวของนิ้ว และการเดิน
- สัญญาณเตือนระยะเริ่มต้นก่อนเกิดอาการสั่น ได้แก่ การนอนละเมอแบบออกท่าทาง จมูกไม่ได้กลิ่น และอาการท้องผูกเรื้อรัง
เมื่อ "ความสั่น" ไม่ใช่สัญญาณแรก: เจาะลึกภัยเงียบพาร์กินสัน กับ ศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ
ภาพจำของ "โรคพาร์กินสัน" สำหรับคนทั่วไป คือผู้สูงอายุที่มีอาการมือสั่นหรือเดินเชื่องช้า แต่ในความเป็นจริง นั่นคือปลายเหตุของโรคที่กัดกินสมองมานานนับปี
โพสต์ทูเดย์ ได้พูดคุยกับ ศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน ถึงสถานการณ์ที่น่ากังวลในประเทศไทย และนวัตกรรมความหวังใหม่ที่จะช่วยให้คนไทย "รู้ทัน" โรคนี้ก่อนที่จะสายเกินไป
วิกฤตความช้า: เมื่อสมองเสื่อมไปแล้วกว่าครึ่ง
สถานการณ์พาร์กินสันในไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤตเงียบ ตัวเลขผู้ป่วยที่สำรวจพบอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้รับการวินิจฉัย หรือเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงความเสื่อมตามวัย
"ปัญหาใหญ่ของเราคือความล่าช้าครับ คนไข้ไทยมักได้รับการวินิจฉัยหลังจากเริ่มมีอาการชัดเจนไปแล้วเฉลี่ย 5 ปี ซึ่งเมื่ออาการสั่นเริ่มปรากฏให้เห็น นั่นแปลว่าสมองของผู้ป่วยเสื่อมไปแล้วประมาณ 60% นี่คือเหตุผลว่าทำไมการตรวจหาให้เจอเร็วที่สุดจึงสำคัญมาก" คุณหมอรุ่งโรจน์เน้นย้ำด้วยน้ำเสียงกังวล
นอกจากอายุแล้ว ปัจจัยแวดล้อมอย่าง "สารเคมีทางการเกษตร" โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและนครสวรรค์ ก็เป็นตัวเร่งสำคัญ รวมถึงอาชีพที่มีการกระแทกศีรษะซ้ำๆ อย่างนักมวย ก็ส่งผลให้สมองส่วนผลิตโดปามีนเสียหายได้เช่นกัน
เช็กด่วน! 3 สัญญาณเตือน "ก่อน" จะเริ่มสั่น
สิ่งที่คุณหมอรุ่งโรจน์อยากสื่อสารให้ถึงประชาชนมากที่สุด คืออาการเตือนระยะเริ่มต้น (Prodromal symptoms) ซึ่งมาก่อนอาการทางกายภาพหลายปี หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ในตัวเองหรือคนใกล้ชิด ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
การนอนผิดปกติ (RBD): ไม่ใช่แค่ละเมอพูด แต่คือการ "ละเมออาละวาด" ฝันร้าย ตะโกน หรือแสดงท่าทางต่อสู้ตามความฝัน โดยเฉพาะในผู้ใหญ่หลังอายุ 40 ปี
จมูกไม่ได้กลิ่น: ประสาทสัมผัสการรับกลิ่นลดลงโดยไม่มีสาเหตุจากโรคจมูกอักเสบหรือหวัด
อาการร่วมอื่นๆ: ท้องผูกเรื้อรัง ซึมเศร้า หรือสมรรถภาพทางเพศลดลง
"ถ้าคุณมีอาการนอนละเมอแบบออกท่าทาง ร่วมกับจมูกไม่ได้กลิ่น และมีประวัติคนในครอบครัวเป็นพาร์กินสัน นี่คือกลุ่มเสี่ยงสูงมากที่ต้องรีบดูแลตัวเองก่อนที่โรคจะลุกลาม"
"Check PD" หมอพาร์กินสันในมือถือ
เพื่อแก้ปัญหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีน้อยและการเข้าถึงที่จำกัด ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาแอปพลิเคชัน "Check PD" (เฉก พีดี) นวัตกรรมคัดกรองความเสี่ยงที่แม่นยำถึง 91%
แอปฯ นี้ไม่ได้แค่ให้ตอบคำถาม แต่ใช้เซนเซอร์ในสมาร์ทโฟนประเมินสมรรถภาพร่างกายจริงๆ เช่น:
- วิเคราะห์เสียง: จากการออกเสียง "อา"
- วิเคราะห์การสั่น: จากการขยับนิ้ว
- วิเคราะห์การเดิน: โดยการถือโทรศัพท์เดินเพื่อดูการแกว่งแขน
"เราไม่ได้สร้างแอปฯ มาเพื่อวินิจฉัยฟันธง แต่เพื่อประเมิน 'ความเสี่ยง' ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับภายใต้มาตรฐาน PDPA เป้าหมายคือให้คนไทยตระหนักรู้และดูแลตัวเอง เพราะพาร์กินสัน ถ้าเรารู้เร็ว เราจะชะลอความรุนแรงของมันได้"
ทางรอดคือการปรับวิถีชีวิต
ท้ายที่สุด คุณหมอรุ่งโรจน์ทิ้งท้ายถึงเกราะป้องกันที่ดีที่สุด นั่นคือการออกกำลังกาย เพราะการขยับร่างกายจะกระตุ้นฮอร์โมน "อิริซิน" ซึ่งช่วยกำจัดโปรตีนพิษในสมองได้
พาร์กินสันอาจเป็นโรคที่ยังรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีและความตระหนักรู้ เราสามารถเปลี่ยนจาก "ผู้ถูกกระทำ" เป็น "ผู้ควบคุม" อาการ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปได้


