กางแนวทางใช้ 30บาทรักษาทุกที่แบบ จำกัดจำนวนครั้ง เริ่มใช้ตั้งแต่ 12 ม.ค. 69
สปสช. แจงแนวทางใช้บริการหน่วยนวัตกรรม ทางเลือกเสริมบัตรทองรูปแบบใหม่ เริ่มใช้ตั้งแต่ 12 ม.ค. 69 หลังบริหารงบแบบปลายปิด ชี้เพื่อความยั่งยืนของระบบ
KEY
POINTS
- สปสช. ปรับแนวทาง "30 บาทรักษาทุกที่" โดยจำกัดจำนวนครั้งการใช้บริการที่หน่วยบริการนวัตกรรม เริ่ม 12 ม.ค. 69
- กำหนดสิทธิการรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่ร้านยาและคลินิก 2 ครั้งต่อคนต่อปี และทันตกรรม 2 ครั้งต่อคนต่อปี และหน่วยบริการนวัตกรรมอื่นๆ หลังต้องบริการแบบงบปลายปิด
- หากใช้สิทธิครบตามจำนวนแล้ว ประชาชนยังสามารถใช้สิทธิบัตรทองเข้ารับการรักษาที่หน่วยบริการประจำของตนเองได้ตามปกติ
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีแนวทางการใช้บริการหน่วยบริการนวัตกรรมในระบบบัตรทอง 30 บาท ตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ว่า
เพื่อให้การให้บริการที่หน่วยบริการนวัตกรรมมีความยั่งยืน และกระจายการเข้ารับบริการให้กับประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทองเพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มคุณภาพและมาตรฐานการบริการ
สปสช. จึงมีความจำเป็นต้องปรับแนวทางการเข้ารับบริการที่หน่วยบริการนวัตกรรมใหม่
โดยใช้การวิเคราะห์จากข้อมูลการเข้ารับบริการที่หน่วยบริการนวัตกรรมที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเข้ารับบริการ “กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย” ทั้งที่คลินิกเวชกรรม คลินิกการพยาบาล และร้านยาคุณภาพ ที่ร่วมเป็นหน่วยบริการในระบบ
สำหรับแนวทางใหม่ที่ได้หารือร่วมกับสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องนั้น จะเป็นการให้บริการในรูปแบบของงบประมาณปลายปิด มีระบบการให้บริการแบบโควตา และเงื่อนไขที่กำหนดให้ประชาชนสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับบริการที่หน่วยบริการทางเลือก
“หน่วยบริการนวัตกรรมนี้ เป็นบริการเสริมที่ สปสช. ได้เพิ่มเติมจากการให้บริการที่หน่วยบริการในระบบปกติ และการปรับแนวทางการเข้ารับบริการใหม่นี้ ไม่ใช่การตัดสิทธิการใช้สิทธิบัตรทองแต่อย่างใด
ซึ่งประชาชนยังคงเข้ารับบริการที่หน่วยบริการประจำได้เช่นเดิม หลังจากรับบริการเจ็บป่วยเล็กน้อยครบ 2 ครั้งแล้ว ขอเน้นย้ำเพื่อความชัดเจน” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงบแบบปลายเปิด
ทั้งนี้ สถานการณ์การบริการงบหน่วยนวัตกรรมของ สปสช. ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด
ก่อนประกาศใช้งบ แบบปลายปิด สำหรับ “หน่วยบริการนวัตกรรม” ในระบบบัตรทอง 30 บาทนั้น งบของหน่วยนวัตกรรมถูกจัดจ่ายแบบ ปลายเปิด หมายถึง สปสช. จ่ายตามบริการที่เกิดขึ้นจริงโดยไม่จำกัดเพดานงบ จนเกิดความกังวลว่าจำนวนเบิกจ่ายพุ่งสูงโดยควบคุมไม่ได้
หลายฝ่ายมองว่างบปลายเปิดของนวัตกรรมทำให้เกิด ความไม่สมดุลกับงบปฐมภูมิและผู้ป่วยในที่อยู่ในระบบงบปลายปิด และเพิ่มแรงกดดันงบประมาณรวมของบัตรทอง สร้างข้อถกเถียงเรื่องความยั่งยืนและการควบคุมต้นทุนระบบสุขภาพ
อีกทั้งบางเสียงมองว่าการเบิกจ่ายแบบปลายเปิด ขาดกลไกควบคุมปริมาณบริการ เมื่อเทียบกับเหมาจ่ายรายหัว แบบเดิม ซึ่งอาจทำให้งบบริการนวัตกรรมหมดก่อนสิ้นปีงบประมาณ
ทั้งนี้ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา สปสช. ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า งบประมาณปี 2569 ของหน่วยนวัตกรรมนั้นคงเหลือเพียง 737 ล้านบาท ขณะที่ สปสช. จัดสรรงบประมาณรองรับบริการไว้ที่จำนวน 2,790 ล้านบาท
รายละเอียดแนวทางใช้บริการหน่วยนวัตกรรม เริ่ม 12 ม.ค. 69
สำหรับประชาชนที่จะเข้ารับบริการหากเกิด ‘การเจ็บป่วยเล็กน้อย’ ภายใต้นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ หลังการปรับแนวทางการให้บริการ มีสิทธิการใช้ดังนี้
1. กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย ใช้บริการใน ร้านขายยาคุณภาพ คลินิกเวชกรรม คลินิกพยาบาลสามารถใช้ได้ จำนวน 2 ครั้ง/คน/ปี
ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยการเข้ารับบริการที่หน่วยบริการนวัตกรรมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่พบประชาชนมาใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 2 ครั้ง/คน/ปี
2.คลินิกทันตกรรม กำหนดให้สิทธิเข้ารับบริการจำนวน 2 ครั้ง/คน/ปี
3. บริการการแพทย์แผนไทยที่คลินิกการแพทย์แผนไทยกำหนดสิทธิรับบริการไม่เกิน 12 ครั้ง/คน/ปี
4. บริการกายภาพบำบัดที่คลินิกกายภาพบำบัดเฉพาะผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคที่พ้นวิกฤติแล้ว จำนวน 20 ครั้ง/คน/6 เดือน
5. คลินิกเทคนิคการแพทย์นั้น เป็นหน่วยบริการนวัตกรรมเดียวที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนโดยยังคงให้บริการตามหลักเกณฑ์การบริการเดิม คือ เจาะเลือด และตรวจแลบตามใบแพทย์สั่งตรวจ
ทั้งนี้ ทพ.อรรถพรกล่าวว่า ในกรณีผู้ที่ใช้สิทธิครบจำนวน 2 ครั้งแล้ว ย้ำว่าประชาชนยังมีสิทธิบัตรทองอยู่ และสามารถใช้สิทธิเข้ารับบริการได้ที่หน่วยบริการประจำได้เช่นเดิม ไม่ได้เป็นการปิดกั้นหรือตัดสิทธิบัตรทองในการเข้ารับบริการสุขภาพแต่อย่างใด สิทธิบัตรทองของท่านยังคงมีอยู่เช่นเดิม


