เปิดรายละเอียด 'Care giver' อาชีพใหม่ที่รัฐฯ จ้าง ทำงานในชุมชน!
เปิดรายละเอียดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เมื่อ สปสช.ว่าจ้าง Care Giver หรือ ผู้ช่วยเหลือผู้มีภาวะพึ่งพิง ให้มีรายได้-ทำงานในชุมชน สมัครก่อน 30 ก.ย.นี้
KEY
POINTS
- สปสช. เปิดโครงการจ้างงาน "Care giver" หรือผู้ช่วยเหลือดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน เพื่อสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจ
- เปิดรายละเอียดและอัตราค่าจ้างในโครงการฯ โดยค่าจ้างขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงการอบรม และจ่อข้อเสนอเพิ่ม 9,000 บาทต่อเดือน
- ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ อบต. หรือเทศบาลในพื้นที่ของตนเอง ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยมีสัญญาจ้าง 1 ปี
หลังจากที่ บอร์ด สปสช. เห็นชอบแนวทางจ้าง “ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง” (Caregiver) จำนวนกว่า 1.8 หมื่นคน ดูผู้มีภาวะพึ่งพิงกว่าแสนรายทั่วประเทศ สนับสนุนนโยบายรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน หลัง สปสช. ได้รับงบดำเนินโครงการฯ กว่า 1.1 พันล้านบาท มุ่งเกิดการจ้างงานในพื้นที่ เติมเต็มระบบสุขภาพชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง
การดำเนินงานเป็นการมอบหมายให้ สปสช. ดำเนินการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และ อบต. เทศบาลกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เป็นผู้จัดจ้าง
ล่าสุด ได้มีการเริ่มดำเนินการแล้วในหลายพื้นที่ เช่น เทศบาลบางบัวทอง จ.นนทุบรี, อบต.บางนาลี่ จ.สมุทรสงคราม, ต.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เป็นต้น
คุณสมบัติและรายละเอียด ของ Care giver
หน้าที่และรายละเอียดของงาน
ดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนตามแผนการดูแลรายบุคคลที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาของผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงแต่ละราย ภายใต้การกำกับของผู้จัดการการดูแลด้านสาธารณสุข
คุณสมบัติผู้สมัคร
- คนไทย ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ช่วยเหลือดูแลจากหน่วยงานภาครัฐ
- ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานท้องถิ่น หรือผู้มีเงินเดือนประจำจากภาครัฐ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โดยได้รับค่าตอบแทนหรือค่าป่วยการเป็นประจำ
อัตราจ้าง 5,000 - 6,000 บาทต่อเดือน
- ผ่านการอบรมหลักสูตร 70 ชั่วโมง จะได้รับค่าจ้างเดือนละ 5,000 บาท
- ผ่านการอบรมเพิ่มอีก 50 ชั่วโมง รวมเป็น 120 ชั่วโมง จะได้รับค่าจ้างเดือนละ 6,000 บาท
- ขณะนี้ สปสช. ยังอยู่ระหว่างเสนอกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อขอเพิ่มอีกกลุ่มคือ ผ่านการอบรมหลักสูตร 420 ชั่วโมง แล้วได้รับค่าจ้างเป็นเดือนละ 9,000 บาท
ผู้สนใจ
- สมัครได้ที่ อบต.เทศบาลในพื้นที่ของท่าน
- รับสมัครก่อน 30 กันยายน พ.ศ.2568
- สัญญาจ้าง 1 ปีนับจากวันทำสัญญา
- โอนค่าจ้างรายเดือนผ่านบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส.
โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช.1330 สปสช.พื้นที่เขต 1-13 อบต.และเทศบาลในพื้นที่ รวมถึงรพ.สต. และรพ.ประจำอำเภอในพื้นที่
ค่าตอบแทนสำคัญ แต่มองว่าสามารถใช้เวลาว่างมาทำได้
ทั้งนี้ นางกาญจนา เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีนครบางบัวทอง หนึ่งในพื้นที่โครงการที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว มองว่าปัจจัยเรื่องค่าตอบแทนเป็นส่วนที่ทำให้คนตัดสินใจเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล เพราะจะเห็นว่าผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง หากร่างกายไม่ซูบผอม ก็มักจะมีน้ำหนักที่มากไปเลย ทำให้การดูแลประคองหรือพลิกตัวต่างๆ จึงถือเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก
ดังนั้น ด้วยวัยหรือสภาพร่างกายของผู้ดูแลเองจึงมีส่วนสำคัญ แต่หากเรามีการให้ค่าตอบแทนในอัตราที่ต่ำ ย่อมไม่สามารถเลือกผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ได้ ขณะเดียวกันด้วยจำนวนผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจไม่เพียงพอกับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่
“หากวันนี้เรามีการเพิ่มอัตราค่าตอบแทนให้กับผู้ที่เข้ามาเป็น CG ทำหน้าที่ดูแลตรงนี้ได้ ก็จะถือเป็นเรื่องดี ที่ทำให้เราสามารถคัดสรรบุคลากรให้สอดคล้องกับงาน เพราะการดูแลตรงนี้ต้องอาศัยทั้งความทุ่มเท ทั้งแรงกายแรงใจ จึงมองว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เข้ามา นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วย ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนแล้ว คนที่เข้ามาทำงานตรงนี้ก็เหมือนกับมีงานประจำอีกอย่างในการเข้ามาดูแล ช่วยเพิ่มรายได้และเป็นผลประโยชน์ตอบแทนในความเหน็ดเหนื่อยของเขาด้วย” นายกเทศมนตรีนครบางบัวทอง ระบุ
นางกาญจนา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยสภาพสังคมเมือง รวมถึงสถานการณ์ค่าแรงขั้นต่ำที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น
เงินจำนวน 5,000 บาทต่อเดือน ก็อาจยังถือเป็นจำนวนที่น้อยในการกระตุ้นให้คนเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ คนที่สามารถทำได้ส่วนใหญ่จึงเป็นคนที่อยู่อาศัยในบริเวณชุมชนนั้นอยู่แล้ว และใช้เวลาว่างจากงานอื่นๆ เข้ามาร่วมปฏิบัติหน้าที่
ดังนั้นหากเราสามารถเปิดโอกาสให้ CG ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น ก็เชื่อว่าน่าจะทำให้การดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้นตามไปด้วย.


