posttoday
สปสช. โต้หลังมีข่าว 'เงินบำรุง' ของรพ. ไม่พอจากงบบัตรทอง

สปสช. โต้หลังมีข่าว 'เงินบำรุง' ของรพ. ไม่พอจากงบบัตรทอง

20 เมษายน 2568

สปสช.โต้กรณีกระทรวงสธ. แพร่ข่าว 'เงินบำรุง' รพ.ติดลบจากจัดสรรงบบัตรทอง ระบุคณะกรรมการจัดสรรงบก็มี รมว.นั่งเป็นประธาน! เล็งชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 20 เมษายน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. ชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดีย อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ-หมอเอก โดยระบุว่าเป็นการชี้แจงผ่านคลิปเป็นครั้งแรก ในกรณี 'เงินติดลบ รพ. มายังไง ใครรู้บ้าง' ดังนี้

 

สปสช. โต้หลังมีข่าว 'เงินบำรุง' ของรพ. ไม่พอจากงบบัตรทอง

 

ชี้แจง 2 ประเด็นหลัก นวัตกรรมการรักษา และ เงินจัดสรรรพ. ชี้ รมว.กระทรวงสาธารณสุข ก็นั่งเป็นประธานและมีเวทีคุยกันตลอด!

ตามที่มีข่าวลงสำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจั่วหัวไว้ว่า องค์กรแพทย์ รพ.พุทธชินราช ชี้ 'เงินบำรุง' ติดลบ เหตุกองทุน สปสช.จ่ายโรงพยาบาลต่ำกว่าจริง ทำกระทบบริการประชาชนและขวัญกำลังใจของบุคลากร

 

อ่านเพิ่มเติม องค์กรแพทย์ ชี้ 'เงินบำรุง' รพ. ติดลบ เพราะการจัดสรรงบกองทุนสปสช.

 

จากข่าวดังกล่าว มี 2 ประเด็นที่อยากจะชี้แจง เรื่องแรก คือ เงินบำรุงลดลงจากการนำไปจัดสรรให้ 'นวัตกรรมการรักษา' ตนตีความว่า นวัตกรรมในสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพ ปัจจุบันมีสิทธิประโยชน์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นทุกปี คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบอร์ด สปสช. ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน จะมีการพิจารณาว่า ถ้ามีประชาชน นักวิชาการ หรือบุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล ต้องการให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ จะมีการคัดกรองเป็นชั้น ๆ สุดท้ายหากคณะกรรมการฯ เห็นว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนและแพทย์ทำงานง่ายขึ้น จะมีการบรรจุลงในสิทธิประโยชน์ ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ยกตัวอย่างเช่น สิทธิประโยชน์การฉายรังสีโปรตอนเพื่อรักษาโรคมะเร็งสมองในเด็ก เป็นนวัตกรรมที่ล้ำมาก และทำได้อยู่แค่ที่เดียวคือโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย การยิงโปรตอนแม่นมากไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ก้อนเนื้องอกในสมองลดลงได้ โดยอวัยวะรอบๆ เนื้อสมองส่วนอื่นไม่ได้รับความเสียหาย

 

 

" นอกจากนี้ ปีนี้รัฐบาลทำเรื่อง 30 บาทรักษาทุกที่ ประชาชนคงได้เห็นสโลแกน และโลโก้ที่ติดตามคลินิกเอกชนทั่วประเทศไทย ซึ่งรวม 13,000 กว่าแห่งทุกจังหวัด เป็นความปรารถนาดีที่รัฐบาลอยากให้ประชาชนได้เข้ารักษาง่ายขึ้นที่บ้าน เจ็บป่วยไม่มากแทนจะไปที่โรงพยาบาลก็มาที่คลินิก โรงพยาบาลลดความแออัดลง ประชาชนเข้าถึงบริการง่ายขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรม 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งทำได้มาปีกว่าๆ และประชาชนพึงพอใจสูงกว่า 90% และหลายพื้นที่เข้าถึงบริการมากขึ้นและลดการแออัด นี่คือนวัตกรรมการรักษา" ทพ.อรรถพรอธิบาย

 

ส่วนประเด็นที่ 2 เรื่อง 'การจัดสรรงบประมาณที่ทำให้โรงพยาบาลขาดทุน' สมัยก่อนการจัดสรรงบประมาณเป็นการคิดกันในคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่บอร์ดแต่งตั้งขึ้น ต่อมาการจัดสรรมีการคุยกันไม่ครบ และไม่เข้าใจกันบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ในปี 2558 อดีตรมว.กระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ได้เข้ามาเป็นประธานบอร์ดสปสช. ด้วย จึงได้เห็นปัญหาหรือโรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง จึงได้เห็นว่าการพูดคุยน่าจะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขมาร่วมคุยได้

ดังนั้น จึงมีการตั้งคณะกรรมการร่วมอยู่ 2 ระดับ ชุดหนึ่งอยู่ที่เขตหรือคณะกรรมการ 5x5 อีกชุดหนึ่งอยู่ที่ส่วนกลางหรือคณะกรรมการ 7x7 มีภาคส่วนของกระทรวงสาธารณสุข 7 คน และตัวแทน สปสช. 7 คน มีการประชุมหารือทุกเดือน ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน 

 

ประเด็นตามข่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร

ทพ.อรรถพรระบุว่า ตนได้ไปค้นที่ไปที่มาว่าเป็นอย่างไร พบว่า ทางองค์กรแพทย์มีความปรารถนาดี มีเนื้อหากลางๆ ในโพสต์ของโซเชียลมีเดีย ระบุว่า มีการพูดถึงเงินบำรุงโรงพยาบาลส่วนหนึ่ง ว่าหากมีน้อยและติดลบจะมีผลกระทบต่อการให้บริการประชาชนโดยตรง และขวัญกำลังใจของบุคลากร ซึ่งการเพิ่มเงินบำรุงไม่ใช่บทบาทของผู้บริหารโพรงพยาบาลฝ่ายเดียว แต่แพทย์เป็นบุคคลสำคัญที่มีส่วนช่วยแก้ไขเรื่องเงินบำรุง องค์กรแพทย์จึงควรช่วยทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารเพื่อชี้แนะแนวทางให้แก่แพทย์ เพื่อคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพของการให้บริการแก่ประชาชน

 

ทั้งนี้ ทพ.รองเลขาฯ สปสช. ระบุว่า ทั้งหมดในเฟซบุ๊กไม่ได้มีเนื้อหาตามที่ปรากฏเป็นข่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นข่าว มีหลายคนตั้งคำถามถึงที่มาที่ไปของข่าวดังกล่าว และหลายคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการเมื่อฟังเรื่องนี้ก็จะตั้งคำถามว่า โรงพยาบาลขาดทุนแล้วจะเป็นอย่างไร โรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้รับการจัดสรรเงินไม่เท่ากันหรืออย่างไร แต่ละที่ได้รับงบประมาณเท่าไหร่ จึงคิดว่า สปสช.ควรเปิดข้อมูลเหล่านี้ โดยจะมีการหารือกับทีมว่า ข้อมูลการจัดสรรงบประมาณในปี 2568 และการทำงานร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและสปสช. มีการตกลงร่วมกันในการจัดสรรเงินให้แก่โรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็น งบผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน การส่งเสริมป้องกันโรค แต่ละรายการเป็นเงินเท่าไหร่ มีรายละเอียดอย่างไร ซึ่งจะไปทำตัวเลขการจัดสรรให้ดู และจะมีในส่วนของเรื่องเงินเดือนด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น งบประมาณมาจากภาษีทั้งนั้น การจัดสรรไปที่ไหนได้เท่าไหร่ ก็จะมีเท่านี้ หลังจากทำข้อมูลเสร็จแล้วจะชี้แจงให้ทราบ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณในปีหน้าด้วย ซึ่งเข้าใกล้การพูดคุยระหว่าสปสช. และกระทรวงสาธารณสุข โดยทำให้ประชาชนเห็นว่าการจัดสรรตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายมีที่มาที่ไปอย่างไร และหากมีความคืบหน้าจะชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ