เรื่องราวของ 'มุห์ซิน' อิหม่ามที่กล้าเปิดความเป็น LGBTQ+ จนถูกยิงเสียชีวิต
8 เรื่องราวของ 'มุห์ซิน เฮ็นดริกส์' อิหม่ามชาวแอฟริกาใต้ ผู้กล้าเปิดเผยความเป็น LGBTQ+ แม้จะไม่ถูกยอมหลักตามหลักศาสนา จนถูกยิงเสียชีวิต
1.อิหม่ามที่เปิดเผยความเป็น LGBTQ+ คนแรกของโลก
มุห์ซิน เฮ็นดริกส์ เป็นอิหม่ามคนแรกของโลกที่เปิดเผยตัวว่าเป็นเกย์ในปี 1996 ขณะยังคงทำหน้าที่เป็นอิหม่าม ความกล้าหาญของเขาทำให้เขาอยู่ท่ามกลางการถกเถียงของวงการศาสนาอย่างรุนแรง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ชาว LGBTQ+ ทั่วโลก
2. อุทิศชีวิตเพื่อสิทธิของมุสลิมที่มีความหลากหลายทางเพศ
เฮ็นดริกส์เกิดที่เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ ในปี 1967 เคยศึกษาอิสลามที่มหาวิทยาลัยมาดีนะฮ์ (Medina University) ในซาอุดีอาระเบีย เขาโตมาในครอบครัวที่เคร่งศาสนาและเคยแต่งงานกับผู้หญิง จนกระทั่งหย่าร้างและอุทิศชีวิตเป็นอิหม่ามที่เปิดเผยตนเองว่าเป็นเกย์ นอกจากนี้เขายังอุทิศเวลาส่วนใหญ่เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับมุสลิมที่เป็น LGBTQ+ งานของเขามีอิทธิพลอย่างมากในประเทศที่แม้จะมีกฎหมายก้าวหน้า แต่ยังคงมีปัญหาความไม่ยอมรับทางศาสนาและพฤติกรรมเกลียด LGBTQ+
3. The Inner Circle: ที่หลบภัยของชาวมุสลิมที่เป็น LGBTQ+
ในปี 1996 เขาก่อตั้งองค์กร The Inner Circle เพื่อสนับสนุนมุสลิมที่เป็น LGBTQ+ องค์กรนี้ทำหน้าที่เป็นเครือข่ายช่วยเหลือผู้ที่ต้องการหาสมดุลระหว่างศรัทธาในศาสนาอิสลามและอัตลักษณ์ทางเพศของตนเอง โดยให้คำปรึกษา และการสนับสนุนด้านสิทธิ
4. ท้าทายการตีความศาสนาอิสลามแบบดั้งเดิม
เฮ็นดริกส์ท้าทายการตีความคัมภีร์อัลกุรอานแบบดั้งเดิม โดยให้เหตุผลว่าคัมภีร์ไม่ได้กล่าวโทษการรักเพศเดียวกันโดยตรง เขาผลักดันให้มีการตีความศาสนาที่เปิดกว้างและครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสนับสนุนความเสมอภาคและการยอมรับ
5.จัดพิธีแต่งงานให้กับคู่รักเพศเดียวกันในศาสนาอิสลาม
เขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากการทำพิธีแต่งงานให้กับคู่รักเพศเดียวกันในศาสนาอิสลาม ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในหลายชุมชนศาสนา
6.ก่อตั้งมัสยิดที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน
ในปี 2011 เขาก่อตั้ง Masjidul Ghurbaah ในเมืองเคปทาวน์ ซึ่งเป็นมัสยิดที่เปิดรับชาว LGBTQ+ ผู้หญิง และกลุ่มคนชายขอบอื่น ๆ โดยมัสยิดแห่งนี้ท้าทายแนวปฏิบัติดั้งเดิม โดยไม่มีการแบ่งแยกเพศระหว่างการละมาด
7. นักเคลื่อนไหวที่ไม่เกรงกลัวภัยคุกคาม
ตลอดเส้นทางการทำงาน เฮ็นดริกส์ได้รับคำขู่และแรงกดดันมากมาย แต่เขายังคงมุ่งมั่นในภารกิจของเขา โดยเคยกล่าวไว้ว่า
“ความจำเป็นในการเป็นตัวของตัวเองนั้นยิ่งใหญ่กว่าความกลัวตาย”
8.จุดจบที่น่าเศร้าของนักเคลื่อนไหว
เฮ็นดริกส์ถูกลอบยิงเสียชีวิตโดยกลุ่มคนร้ายไม่ทราบตัวตน ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาเป็นผู้นำในพิธีแต่งงานของคู่รักหญิงรักหญิงที่เมือง Gqeberha ประเทศแอฟริกาใต้ หลายฝ่ายเชื่อว่าการลอบสังหารเขาเกิดจากการเคลื่อนไหวสนับสนุน LGBTQ+ การสังหารเฮ็นดริกส์สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งชุมชน LGBTQ+ และมุสลิมทั่วโลก นักเคลื่อนไหว ผู้นำศาสนา และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนต่างออกมาประณามเหตุการณ์นี้และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเขา
มุห์ซินเคยพูดถึงเหตุผลที่เขาเปิดเผยตัวเองว่า
"เมื่อผมได้เห็นว่ามุสลิมที่เป็นเควียร์ต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างศาสนาอิสลามกับอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขา ผมรู้สึกว่าผมต้องทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ ... ผมเชื่อว่ามันเป็นไปได้ที่จะเป็นทั้งเควียร์และมุสลิม"


