
สปสช.แจง 'ผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านกลาง' ใช้ 'สิทธิบัตรทอง' ได้!
สปสช. แจงแนวทาง 'ผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านกลาง' สามารถใช้ 'สิทธิบัตรทอง' เข้ารักษาพยาบาลได้ตามปกติ และไม่ได้ถูกจำกัดสิทธิแต่อย่างใด
รศ.ภญ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีการเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ของคนไทยที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง ซึ่งมีการหยิบยกขึ้นมาอภิปรายในขณะนี้ว่า
สปสช. ยืนยันว่า แม้จะมีรายชื่อในทะเบียนบ้านกลาง แต่คนกลุ่มนี้มีสิทธิและสามารถเข้ารับบริการด้านสุขภาพในระบบบัตรทองได้ตามปกติ ไม่ได้ถูกจำกัดสิทธิแต่อย่างใด
ที่ผ่านมา สปสช. ได้เคยมีการออกหนังสือเพื่อแจ้งไปยังหน่วยบริการต่างๆ แล้ว ในการซักซ้อมและทำความเข้าใจแนวทางการดำเนินการในกรณีที่ผู้มีรายชื่อในทะเบียนบ้านกลางเข้ามารับบริการ ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2564 ซึ่งเมื่อมีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาอภิปราย จึงเป็นโอกาสอันดีที่ สปสช. จะได้อธิบายแนวทางการใช้สิทธิบัตรทองฯ ของคนกลุ่มนี้อีกครั้ง เพื่อย้ำให้สังคมและหน่วยบริการรับทราบ เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน
แนวทางการใช้สิทธิบัตรทองเข้ารับการรักษาพยาบาลของผู้ที่มีชื่ออยู่ทะเบียนบ้างกลาง
- กรณีไม่เคยทำบัตรประจำตัวประชาชนและไม่มีเอกสารอื่นใดและอายุเกิน 15 ปีแล้ว เช่น บุคคลที่มีรายชื่อในทะเบียนบ้านกลาง ให้แสดงใบคัดสำเนารายการทะเบียนราษฎรจากฐานข้อมูลการทะเบียน สำนักทะเบียนกลาง หรือ ท.ร. 14/1 โดยสามารถขอคัดสำเนาได้จากสำนักทะเบียนราษฎรทุกแห่งทั่วประเทศด้วยตนเอง
- กรณีเคยทำบัตรประจำตัวประชาชน แต่ปัจจุบันบัตรหายและไม่มีพยานหลักฐานอื่นใด หรือบุคคลที่อยู่ในทะเบียนบ้านกลางและบัตรประชาชนสูญหาย ให้แสดงใบคัดสำเนาทะเบียนประวัติบุคคล หรือ ท.ร.12 โดยสามารถขอคัดสำเนาได้จากสำนักทะเบียนราษฎรทุกแห่งทั่วประเทศด้วยตนเอง
- กรณีทราบเพียงหมายเลขประจำตัวประชาชน แต่ไม่มีบัตรประชาชน หรือบัตรเอกสารอื่นใดที่ราชการออกให้ และไม่สามารถคัดสำเนาตาม 2 กรณีข้างต้นได้ และมีเหตุจำเป็นต้องเข้ารับบริการ ขอให้หน่วยบริการให้บริการในครั้งนั้น โดยถือเป็นเหตุอันสมควรหรือฉุกเฉิน และหากบุคคลนั้นประสงค์จะลงทะเบียน ณ หน่วยบริการที่ขอรับบริการ ขอให้หน่วยบริการจัดให้ลงทะเบียนด้วยหมายเลข 13 หลักของบุคคลนั้น คู่กับบัตรประจำตัวประชาชนของพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือ
ทั้งนี้ โดยหลักการแล้ว การใช้สำเนา ท.ร.14/1 หรือ ท.ร.12 สามารถใช้ยืนยันตัวตนเพื่อรับบริการได้ในครั้งแรก หลังจากนั้นให้บุคคลนั้นดำเนินการขอทำบัตรประชาชน เพื่อใช้ในการรับบริการครั้งต่อไป อย่างไรก็ดี เนื่องจากขั้นตอนการทำบัตรประชาชนต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ในกรณีที่คนไข้ต้องมีการรับบริการต่อเนื่อง สปสช. อนุโลมให้สามารถรับบริการได้เช่นกัน
รศ.ภญ.ดร.ยุพดี กล่าวอีกว่า นอกจาก สปสช. ที่ส่งหนังสือเวียนซักซ้อมความเข้าใจกับหน่วยบริการต่างๆ แล้ว ในส่วนของสำนักทะเบียนกลางได้ส่งหนังเวียน เลขที่ ว.180 ไปยังนายทะเบียนจังหวัดทุกจังหวัดตั้งแต่ปี 2564 เพื่อซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในกรณีที่มีการขอคัดรายการทะเบียนราษฎรของบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางอีกด้วย
ผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านกลางคือใคร?
ทะเบียนบ้านกลาง เป็นทะเบียนซึ่งผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดให้จัดทำขึ้นสำหรับลงรายการบุคคลที่ไม่อาจมีชื่อในทะเบียนบ้าน โดยสาเหตุที่บุคคลไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิดได้จากสาเหตุ เช่น
- เจ้าบ้านขอย้ายชื่อบุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านแต่ไม่ได้พักอาศัยอยู่จริงและติดต่อไม่ได้เกิน 180 วัน
- เจ้าบ้านซื้อบ้านต่อจากผู้อื่นแล้วย้ายชื่อที่ค้างอยู่ในทะเบียนบ้านออกจากทะเบียนบ้าน
- คนไทยที่พักอาศัยอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลานาน และไม่มีบ้านในประเทศไทยแล้ว
- ศาลออกหมายจับหรือพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากศาลให้จับกุมบุคคลใด ถ้ายังไม่ได้ตัวบุคคลนั้นภายใน 180 วันนับจากวันที่ศาลออกหมายจับ ให้ฝ่ายปกครองหรือหรือตำรวจแจ้งผู้อำนวยการทะเบียนกลาง ให้รับแจ้งย้ายชื่อบุคคลดังกล่าวออกจากทะเบียนบ้านแล้วเพิ่มชื่อไว้ในทะเบียนบ้านกลาง รวมทั้งให้หมายเหตุว่าบุคคลดังกล่าวอยู่ระหว่างการติดตามตัวตามหมายจับ







