posttoday
นายกฯ หนุน 'ภูเก็ต' ตัวแทนไทยชิงจัดประชุม 'InterPride 2025'

นายกฯ หนุน 'ภูเก็ต' ตัวแทนไทยชิงจัดประชุม 'InterPride 2025'

14 สิงหาคม 2567

นายกฯ ประกาศเสนอ 'ภูเก็ต' เป็นตัวแทนประเทศไทยชิงจัดประชุม InterPride World Conference 2025 ย้ำไทยสนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลาย แม้เส้นทางจะมีอุปสรรคบ้างแต่จะเดินหน้าต่อ เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยสำหรับชุมชน LGBTQIAN+ ต่อไป!

เมื่อวานนี้ (13 ส.ค. 2567) เวลา 18.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดและปาฐกถาพิเศษในงาน “Unity in Action: Thailand's Next Steps in Equality” ในหัวข้อ “Towards Equality and Unity: Announcing Thailand's Advancements in Marriage Equality Legislation and Readiness to Propose Hosting the InterPride World Conference” ประกาศจุดยืนของไทยในประเด็นการสนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ พร้อมประกาศเจตนารมย์ของไทยในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัด InterPride World Conference 2025 และเตรียมเสนอเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 โดยนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
 

นายกฯ หนุน 'ภูเก็ต' ตัวแทนไทยชิงจัดประชุม 'InterPride 2025'

 

นายกรัฐมนตรียินดีต่อความก้าวหน้าของประเทศไทยในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และการผลักดันสิทธิของชุมชน LGBTQ+ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนอย่างไม่ย่อท้อจากประชาชนชาวไทยและรัฐบาลไทย นำไปสู่การผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมอันเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่เพียงชัยชนะทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนอย่างลึกซึ้งถึงค่านิยมของไทย ซึ่งเป็นสังคมที่โอบรับความแตกต่าง เฉลิมฉลองให้กับความหลากหลายของมนุษย์ และมุ่งมั่นสร้างโลกที่เต็มไปด้วยความรักและความเคารพที่ครอบคลุมไม่มีข้อจำกัด

ทั้งนี้ รัฐบาลมองไปยังอนาคต ให้ความสำคัญกับการวางแผนระยะยาวที่มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และสร้างสังคมที่เปิดกว้าง ไม่แบ่งแยก ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนกฎหมายที่ยกระดับสิทธิของ LGBTQ+ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยสำหรับชุมชน LGBTQ+

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แม้อุปสรรคจะยังคงมี แต่รัฐบาลจะยังคงยืนหยัดและต่อสู้ต่อไปเพื่อสร้างความเท่าเทียมต่อไป

นอกจากนี้ รัฐบาลเสริมสร้างพลังและกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไทย ยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทย พร้อมทั้งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และจุดหมายปลายทางสำหรับการพำนักระยะยาวของครอบครัว LGBTQ+ พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย ด้วยการจัดตั้งเครือข่ายและพันธมิตรผู้นำด้านการส่งเสริมและความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศในภูมิภาคเอเชีย (Asian Pride Alliance) เพื่อเป็นความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยไทยมุ่งหวังที่จะผลักดันวาระ LGBTQ+ และสนับสนุนชุมชนไพรด์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมีความยินดีที่จะประกาศความมุ่งมั่นในการเสนอให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม InterPride World Conference ในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งการเสนอเป็นเจ้าภาพงานนี้แสดงถึงความร่วมมืออันเข้มแข็งของชุมชน LGBTQ+ ของไทย และเป็นก้าวสำคัญในแคมเปญ “Road to WorldPride” เพื่อเตรียมเสนอเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนไพรด์ของเรา และเชื่อมโยงกับเครือข่ายไพรด์ระดับโลก
 
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าขอให้ทุกคนร่วมกันสร้างโลกที่ไม่แบ่งแยก อยู่ร่วมกันด้วยความเคารพ และร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายนี้ให้เป็นรากฐานที่สำคัญของสังคมต่อไป

 

นายกฯ หนุน 'ภูเก็ต' ตัวแทนไทยชิงจัดประชุม 'InterPride 2025'

 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าว โพสต์ทูเดย์ ได้เกาะติดการประกาศเจตนารมณ์ครั้งนี้ และสังเกตท่าทีถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะในประโยคที่พูดว่า 'แม้อุปสรรคจะยังคงมี แต่รัฐบาลจะยังคงยืนหยัดและต่อสู้ต่อไปเพื่อสร้างความเท่าเทียมต่อไป' นายกรัฐมนตรีได้เงยหน้าขึ้นมาจากร่างประกาศเจตนารมณ์ และมองตรงมายังผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบด้วยทูตจากหลายประเทศ และภาคประชาสังคมซึ่งขับเคลื่อนประเด็น LGBTQIAN+

 

  • ความคืบหน้า 'ภูเก็ต' ชิงเจ้าภาพจัดงาน InterPride World Conference 2025

นายพัฒนชัย สิงหวาระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคใต้ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมของ 'ภูเก็ต' เพื่อชิงเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งมีกำหนดจะว่า

'เบื้องต้น ได้ส่งตัวเอกสารให้กับทางคณะกรรมการ และกำลังรอฟีดแบ็กอยู่ ในขณะเดียวกันในประเทศก็ต้องสร้างชุมชน LGBTQIAN+ ให้เข้มแข็ง ก็พยายามจะ Empowering เรื่องชุมชน งานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งงานให้รู้สึกว่าเราให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้มาก'

เมื่อถามถึงระยะเวลาการเตรียมงาน ซึ่งมีกำหนดจะต้องไปนำเสนอในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ นายพัฒนชัยกล่าวว่า คิดว่าทัน อย่างไรก็ตามกำลังรอความชัดเจนในรายละเอียดการบิดงาน เพราะปกติวิธีการบิดงานจะมี 2 รูปแบบคือ ไปนำเสนอ หรือ ดูจากเอกสารอย่างเดียว ซึ่งในปีนี้ยังมีความไม่ชัดเจนคือ ทางคณะกรรมการอาจจะเปลี่ยนกฎว่าให้นำเสนอผ่านเอกสารอย่างเดียว ซึ่งตรงนี้ยังไม่ชัดเจนในรูปแบบการนำเสนอ

โดยรูปแบบการนำเสนอมีผลแน่นอน เพราะถ้าหากไปนำเสนอเอง จะสร้างความมั่นใจได้มากกว่าเอกสารอย่างเดียว เราเป็นทีมไทยแลนด์  มันดูเป็นภาพที่ดีกว่า เพราะเอกสารสามารถตีความไปได้เอง

อย่างไรก็ตาม มีความมั่นมั่นใจ เพราะภูเก็ตค่อนข้างพร้อม อีกอย่างหนึ่งนโยบายการจัดงานนี้ เน้นให้โอกาสกับคนที่อยู่ซีกโลกใต้ลงมา ซึ่งน่าจะเป็นข้อได้เปรียบของประเทศไทย.

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ