"ผ้าอนามัยตรวจสุขภาพ" พลิกโฉมวงการวินิจฉัยโรคผู้หญิงในวิถีชีวิตยุคใหม่
เทคโนโลยีล้ำ! ตรวจเบาหวาน ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้ง่ายๆ ไม่ต้องเจาะเลือดให้เจ็บตัว ด้วยนวัตกรรมตรวจสุขภาพชิ้นแรกที่ถูกออกแบบมาให้อยู่ในรูปของ "ผ้าอนามัย" พลิกโฉมวงการตรวจวินิจฉัยโรคของสุภาพสตรี
สำหรับบรรดาสุภาพสตรี การเจาะเลือด อาจเป็นหนึ่งในอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้ไม่กล้าเผชิญหน้าบุคลากรทางการแพทย์หรือก้าวเท้าเข้าสู่สถานพยาบาล ด้วยสาเหตุใดๆก็ตามไม่ว่าจะเป็นความกังวลจากอาการกลัวเข็ม อาการกลัวเลือด ความกังวลถึงความเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าความกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน
อย่างไรก็ตาม บางครั้งความกังวลอาจทำให้เราพลาดโอกาสหลายอย่างไป โดยเฉพาะการรู้เท่าทันสุขภาพตัวเอง แล้วสาวๆเคยคิดกันเล่นๆไหมว่า จะดีแค่ไหนหากเราสามารถตรวจสุขภาพได้โดยไม่ต้องเจาะเลือดให้เจ็บช้ำร่างกาย?
ตรวจสุขภาพได้ ไม่ต้องเจาะเลือด
Qvin บริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ได้แปรรูปแนวความคิดเหล่านี้จากนามธรรมสู่รูปธรรมด้วยนวัตกรรม “ผ้าอนามัยรูปแบบใหม่ ที่สามารถเก็บเลือดจากประจำเดือนไปตรวจได้” แทนการทิ้งไปให้เสียเปล่า
Q-Pad ผ้าอนามัยจาก Qvin ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายในการตรวจสุขภาพแทนวิธีการเจาะเลือดจากหลอดเลือดดำแบบดั้งเดิมที่อาจสร้างความเจ็บปวด โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 49 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,760 บาท) ซึ่งบริษัทมีจุดมุ่งหมายให้ผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานสามารถเข้าถึงการตรวจระดับฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี (HbA1c) หรือ "น้ำตาลสะสม" ได้ง่ายขึ้น ซึ่งการตรวจระดับน้ำตาลสะสมถือว่ามีความสำคัญมากในการวางแผนรักษาโรคเบาหวานสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน
ผ้าอนามัย Q-Pad ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) โดยตัวผลิตภัณฑ์จะมาพร้อมกับแถบที่สามารถถอดออกได้เพื่อเก็บตัวอย่างเลือด ซึ่งหลังจากใช้งานแล้ว ผู้ใช้สามารถส่งแผ่นตรวจไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อการทดสอบทางการแพทย์ จากนั้นผู้ใช้จะได้รับผลการตรวจผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือที่บริษัทพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ
ข้อแตกต่างระหว่างการเก็บตัวอย่างเลือดจากประจำเดือนกับตัวอย่างจากหลอดเลือดดำ คือ การเก็บตัวอย่างเลือดจากประจำเดือนจะใช้เทคโนโลยี Dried Blood Spot (DBS) โดยเทคโนโลยี DBS เป็นวิธีการเก็บรักษาเลือดในปริมาณน้อยบนกระดาษชนิดพิเศษแล้วรอให้แห้งเพื่อการขนส่งที่ง่ายและการเก็บรักษาระยะยาว เนื่องจากเลือดที่เก็บแบบแห้งจะมีความคงตัวสูงกว่าตัวอย่างเลือดทั่วไป ส่งผลให้สามารถเก็บรักษาหรือขนส่งโดยไม่ต้องอาศัยอุณหภูมิที่เย็นจัด และเทคโนโลยีนี้ยังถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายสำหรับการตรวจหาโรคต่างๆในทารกแรกเกิด
นวัตกรรมนี้ถือเป็นระบบการวินิจฉัยโรคชิ้นแรกที่ถูกออกแบบมาให้อยู่ในรูปของผ้าอนามัย และช่วยให้กระบวนการตรวจสุขภาพเป็นเรื่องง่าย โดยไม่ต้องเดินทางไปพบแพทย์ ขณะที่บริษัทเชื่อว่าเลือดประจำเดือนเป็นแหล่งสำคัญของตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (biomarkers) ต่างๆ เนื่องจากของเหลวที่ปะปนกับเลือดประจำเดือนยังมีส่วนประกอบของสารคัดหลั่งจากช่องคลอด (Vaginal fluid) รวมถึงเซลล์และของเหลวที่หลุดลอกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูกและปากมดลูก ซึ่งสามารถใช้ตรวจสอบสภาวะและความเสี่ยงต่อโรคได้หลากหลายชนิด
Sara Naseri หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Qvin ให้ความเห็นว่า ผ้าอนามัยที่สามารถตรวจสุขภาพได้ จะไม่ใช่แค่การปฏิวัติวงการการตรวจคัดกรองเฉพาะทางเท่านั้น แต่ยังเป็นการมอบอำนาจให้ผู้หญิงสามารถดูแลสุขภาพของตัวเองได้อย่างสะดวกและมีความเป็นส่วนตัว
"เรากำลังทำให้การตรวจสุขภาพกลายเป็นเรื่องง่าย และช่วยบุคลากรทางการแพทย์ลดภาระงานด้านการเก็บตัวอย่างเลือด วิธีนี้จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์มีเวลามากขึ้นในการทุ่มเทกับการรักษาและดูแลผู้ป่วย โดยเป้าหมายสูงสุดของ Qvin คือทำให้สุภาพสตรีทั่วโลกสามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้อย่างง่ายดาย” - Sara Naseri
นอกจากนี้ หลังได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา Qvin ยังขออนุมัติวางจำหน่ายผ้าอนามัย Q-Pad ในไทยได้สำเร็จในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2023 โดยร่วมมือกับ N Health Laboratories และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ (BHRC)
สำหรับในประเทศไทย นวัตกรรมนี้ยังได้รับอนุญาตให้ใช้ตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HR-HPV) ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก โดยศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ (BHRC) ยังมีเป้าหมายดำเนินการศึกษาเปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่าง 1,500 คน โดยใช้ Q-Pads และการตรวจแปปสเมียร์ (PAP smears) ในการตรวจหาเชื้อ HR-HPV ซึ่งผลการที่ได้จากการทดลองนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อต่อยอดในการศึกษาอัตราการแพร่ระบาดของเชื้อ HPV และมะเร็งปากมดลูกในประเทศไทยต่อไป
ตรวจหาเชื้อ HR-HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก
เชื้อไวรัส Human papillomavirus (HPV) คือกลุ่มไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยมีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และทั้งหมดสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงของเนื้อเยื่อบริเวณอวัยวะเพศ
HPV เป็นการติดเชื้อที่พบได้ทั่วไป โดยส่วนใหญ่จะติดเชื้อภายในไม่กี่เดือนหลังจากเริ่มมีเพศสัมพันธ์ โดย HPV สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ HPV ที่มีความเสี่ยงสูงในการก่อมะเร็ง (HR-HPV) และ HPV ที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งทั้งผู้ชายและผู้หญิงสามารถติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อ HPV ได้ โดย HR-HPV เป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก
โดยปกติแล้วการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หรือ HR-HPV จะใช้การตรวจแปปสเมียร์ (PAP smears) ซึ่งเป็นวิธีการที่แพทย์จะใช้เครื่องมือสอดผ่านและถ่างช่องคลอด จากนั้นจะทำการป้ายเซลล์จากมดลูกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติหรือเซลล์ที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งได้
อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมผ้าอนามัยตรวจสุขภาพของ Qvin สามารถช่วยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้โดยวิเคราะห์จากเลือดประจำเดือนเท่านั้น และแน่นอนว่าไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใดๆต่อร่างกาย ซึ่งวิธีนี้ยังช่วยเพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่บริการทางการแพทย์ยังไม่ครอบคลุม
ทั้งนี้ Sara Naseri ยังให้ความเห็นว่า ตามความเชื่อดั้งเดิมในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก เลือดประจำเดือนถูกตีตราว่าเป็นของต่ำ ของไม่ดี เพราะเป็นของเสียที่ถูกขับออกจากร่างกาย กระทั่งในแวดวงวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ก็ยังมีมุมมองดังกล่าวอยู่บ้าง แต่เธอต้องการเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติดังกล่าว เนื่องจากเล็งเห็นว่าเลือดประจำเดือนเป็นแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ ไม่จำเป็นต้องอาศัยวิธีการเก็บตัวอย่างที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดต่อร่างกาย และยังสามารถเก็บตัวอย่างเลือดได้อย่างสม่ำเสมอตามรอบเดือน
ในระยะแรก เธอต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างหนักในการโน้มน้าวแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นให้เปิดใจและยอมรับแนวคิดนี้ ทว่าความมุ่งมั่นดังกล่าวได้นำไปสู่การตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการฉบับแรกของ Qvin ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงบวก ระหว่างส่วนประกอบของเลือดประจำเดือนและเลือดจากหลอดเลือดดำ ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ช่วยพลิกโฉมวงการการตรวจวินิจฉัยโรคของสุภาพสตรี


