เปิดคำร้องป.ป.ช.ชี้เจตนาอดีต44สส.ก้าวไกลแก้112มุ่งร้ายล้มล้างการปกครอง
ป.ป.ช. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอให้วินิจฉัยนายพิธาพร้อมพวก44คนกรณีเสนอแก้กฎหมายอาญามาตรา112 เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงและล้มล้างปกครอง
KEY
POINTS
- ป.ป.ช. ยื่นคำร้องศาลฎีกาฟันนายพิธาและอดีต สส. ก้าวไกล 44 คน กรณีเสนอแก้ ม.112 ชี้ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
- คำร้องระบุพฤติการณ์มุ่งร้ายทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์และล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ อย่างชัดเจน
- ผู้ร้องขอให้ศาลสั่งพ้นตำแหน่งและตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต พร้อมขอให้ 10 อดีต สส. หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
ป.ป.ช. ยื่นฟ้องอดีต สส. ก้าวไกล ปมแก้ ม.112 ล้มล้างฯ
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะผู้ร้อง ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเป็นคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 1/2569 เพื่อเอาผิดนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลรวม 44 คน ในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อลดทอนสถานะความคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ในช่วงปี 2564 ถึง 2566 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เปิดพฤติการณ์ชี้เจตนามุ่งร้ายกระทบความมั่นคงของรัฐ
คำร้องระบุว่าผู้คัดค้านทั้ง 44 คนมีเจตนากระทำการไม่สมควรที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและเกียรติยศประมุขแห่งรัฐ โดยยืนยันเสนอกฎหมายแม้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะแจ้งเตือนข้อบกพร่องแล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงถึงเจตนาอันมุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันหลักของชาติ ไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองตามรัฐธรรมนูญ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง ป.ป.ช. จึงเห็นควรให้ศาลฎีกาวินิจฉัยบทลงโทษตามรัฐธรรมนูญมาตรา 235 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษามาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสืบไป
ป.ป.ช. ขอศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่และตัดสิทธิการเมือง
ผู้ร้องได้ยื่นคำขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านจำนวน 10 ราย หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีนับแต่วันที่ศาลรับคำร้อง และขอให้พิพากษาให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 คนพ้นจากตำแหน่ง พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดไป รวมถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลาไม่เกิน 10 ปี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เนื่องจากเป็นการละเมิดมาตรฐานจริยธรรมข้อ 5, 6 และ 17 อย่างชัดเจน ทั้งนี้ต้องรอการพิจารณาจากศาลฎีกาว่าจะรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ต่อไปในอนาคต


