
ครม.เคาะขึ้นภาษี EV 35% EVAT ชู 8 ข้อเสนออุ้มการผลิตในไทย
ครม.เคาะขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% มีผลปี 70 ด้าน EVAT ชี้บันไดขั้นแรกห้ามเลือด พร้อมเดินหน้า 8 ข้อเสนอดึงค่ายรถลงทุนตั้งฐานผลิตและใช้ชิ้นส่วนในไทย
คณะรัฐมนตรีมีมติปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า เพื่อรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจและกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ โดยกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) จะถูกปรับอัตราภาษีจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 35
ส่วนรถยนต์พลังงานผสม ปรับจากร้อยละ 15 เป็นร้อยละ 35 ซึ่งในเชิงสถิติถือเป็นการเพิ่มช่องว่างทางภาษีอย่างมีนัยสำคัญเพื่อลดการนำเข้า โดยมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) และเครือข่ายพันธมิตรได้แสดงการตอบรับทิศทางนโยบายนี้ โดยประเมินว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม
นโยบายนี้ไม่ใช่การกีดกันทางการค้า แต่เป็นกลไกสำคัญในการปรับเปลี่ยนบทบาทของนักลงทุนต่างชาติ จากผู้นำเข้าสินค้าให้กลายเป็นผู้ร่วมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านการตั้งโรงงาน จ้างงาน และใช้ทรัพยากรในประเทศไทยอย่างแท้จริง
เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน สมาคมฯ ได้เตรียมผลักดันข้อเสนอเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลต้นฉบับได้ระบุประเด็นข้อเสนอสำคัญไว้ 8 ประการ ได้แก่
1.ปฏิรูปภาษีสรรพสามิต กำหนดส่วนต่างภาษีที่ชัดเจนระหว่างรถนำเข้าและรถที่ผลิตในไทย พร้อมใช้ระบบโควตานำเข้าที่อิงตามสัดส่วนมูลค่าการลงทุนจริงในประเทศ
2.ยกระดับเกณฑ์มูลค่าเพิ่ม ปรับปรุงการตรวจสอบสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศให้เข้มงวด สะท้อนความเป็นจริง และบังคับใช้ชิ้นส่วนในประเทศให้มากขึ้น
3.ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนร่วม กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ผลิตต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในไทย เช่น แชสซีส์หรือตัวถัง จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
4.ปรับปรุงนโยบายส่งเสริมการลงทุน ทบทวนการให้สิทธิประโยชน์ในกลุ่มที่ไทยมีศักยภาพเพียงพอแล้ว พร้อมตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของนักลงทุนอย่างเคร่งครัด
5.บริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ ผลักดันการเจรจาระดับรัฐ (G2G) เพื่อควบคุมราคาโควตาวัตถุดิบต้นน้ำและกำกับดูแลการส่งออกเศษโลหะมีค่าให้เกิดความเท่าเทียม
6.ยกระดับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ตรวจสอบผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานย้อนกลับอย่างน้อย 3 ลำดับชั้น เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์และรักษามาตรฐานส่งออก
7.ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี กำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน และเปิดโอกาสให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ชาวไทยเข้าถึงระบบ (Open Interface) เพื่อต่อยอดเทคโนโลยีได้
8.ส่งเสริมการทดสอบและมาตรฐานความปลอดภัย สนับสนุนการทดสอบเทคโนโลยีขับขี่ให้สอดคล้องกับสภาพถนนไทย และผลักดันการใช้ห้องปฏิบัติการในประเทศ
การขับเคลื่อนนโยบายและข้อเสนอทั้งหมดนี้ มุ่งเป้าเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และรักษาสถานะของไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ระดับโลกต่อไป







