posttoday
จีนเร่งพัฒนา AI ป้อนสมองหุ่นยนต์ เพิ่มเงินลงทุน 5 เท่า ชิงผู้นำโลก

จีนเร่งพัฒนา AI ป้อนสมองหุ่นยนต์ เพิ่มเงินลงทุน 5 เท่า ชิงผู้นำโลก

02 พฤศจิกายน 2569

จีนเร่งลงทุน Embodied AI ยกระดับหุ่นยนต์จากการเคลื่อนไหวสู่การคิดและเรียนรู้งานใหม่ เงินทุนครึ่งแรกปี 2569 พุ่ง 5 เท่า เปิดศึกเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ

หลังพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้วิ่ง เต้น และตีลังกาได้สำเร็จ บริษัทจีนกำลังมุ่งสู่การแข่งขันขั้นต่อไป คือการพัฒนา AI ที่ทำให้หุ่นยนต์คิด เรียนรู้ และทำงานได้หลากหลายโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมกำหนดทุกขั้นตอน

 

เทคโนโลยีดังกล่าวเรียกว่า Embodied AI เป็นระบบ AI ที่ช่วยให้หุ่นยนต์รับรู้สภาพแวดล้อม เรียนรู้งานใหม่ และปรับตัวตามสถานการณ์ได้ กำลังกลายเป็นเป้าหมายการลงทุนสำคัญของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีน

 

ข้อมูลจาก ITjuzi บริษัทวิจัยธุรกิจ ระบุว่า บริษัทพัฒนา Embodied AI ในจีนระดมทุนรวม 93,500 ล้านหยวน หรือประมาณ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 322 รายการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 5 เท่าจากปีก่อน โดยเงินทุนเริ่มไหลเข้าสู่บริษัทพัฒนาระบบ AI สำหรับหุ่นยนต์มากขึ้น

 

เดอร์มอต แมคกราธ ผู้ก่อตั้ง ZenGen Labs บริษัทที่ปรึกษาเทคโนโลยีในเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า เมื่อการแข่งขันทำให้ราคาฮาร์ดแวร์ลดลง ผู้ผลิตเริ่มเห็นว่ากำไรในอนาคตไม่ได้อยู่ที่ตัวหุ่นยนต์ แต่อยู่ที่สมองหรือระบบ AI ซึ่งควบคุมการทำงาน

 

การแข่งขันนี้กำลังเปิดแนวรบใหม่ในสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยสหรัฐฯ ยังได้เปรียบด้านระบบ AI ขั้นสูง ขณะที่จีนหวังใช้จุดแข็งด้านการผลิตและข้อมูลจากการใช้งานจริงเพื่อไล่ตามคู่แข่ง

 

ประเทศที่ผสาน AI เข้ากับเครื่องจักรได้ดีที่สุดอาจได้เปรียบในการใช้ระบบอัตโนมัติในโรงงานและโลจิสติกส์ ซึ่งจะส่งผลต่อผลิตภาพอุตสาหกรรมและตลาดหุ่นยนต์ทั่วโลก

จีนเร่งพัฒนา AI ป้อนสมองหุ่นยนต์ เพิ่มเงินลงทุน 5 เท่า ชิงผู้นำโลก

 

สหรัฐฯ นำด้าน AI จีนเร่งไล่ตาม

 

บริษัทสตาร์ตอัปสหรัฐฯ เช่น Physical Intelligence, Skild AI และ Generalist กำลังพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้หุ่นยนต์เรียนรู้ทักษะใหม่โดยไม่ต้องฝึกระบบใหม่ทั้งหมด

 

Generalist ระบุว่า โมเดล GEN-1.5 สามารถทำงานง่ายๆ ได้สำเร็จประมาณ 60% หลังดูตัวอย่างการสาธิตเพียง 3-12 วินาที ขณะที่ X Square บริษัทจีนเผยงานวิจัยว่าหุ่นยนต์สามารถเรียนรู้การหยิบจับสิ่งของจากวิดีโอของมนุษย์เพียงคลิปเดียว โดยไม่ต้องฝึกโมเดลใหม่

 

เกออร์ก ชตีเลอร์ ที่ปรึกษาด้านหุ่นยนต์ กล่าวว่า บริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ยังมีมาตรฐานสูงด้านความเร็วในการเรียนรู้และนำทักษะกลับมาใช้ใหม่ แต่สตาร์ตอัปจีนเริ่มมีศักยภาพเป็นคู่แข่งที่น่าจับตา

 

แม้สหรัฐฯ ได้เปรียบด้านงานวิจัย AI และการเข้าถึงชิปประมวลผลขั้นสูง แต่จีนมีข้อได้เปรียบจากการทำงานใกล้ชิดกับผู้ผลิตหุ่นยนต์และลูกค้าอุตสาหกรรม ทำให้สามารถทดสอบและปรับปรุงระบบจากการใช้งานจริง

 

บริษัทจีนอย่าง X Square, Galaxea และ Spirit AI ต่างมีมูลค่ากิจการประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ขณะที่ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง UBTech ประกาศรับสมัครหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ด้าน AI ด้วยค่าตอบแทนสูงสุด 124 ล้านหยวน หรือประมาณ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วน Unitree มีนักวิจัยราว 30 คนพัฒนา AI ที่สามารถคาดการณ์พฤติกรรมของวัตถุได้

จีนเร่งพัฒนา AI ป้อนสมองหุ่นยนต์ เพิ่มเงินลงทุน 5 เท่า ชิงผู้นำโลก

 

โจทย์ใหญ่คือข้อมูลและชิปประมวลผล

 

การพัฒนา AI สำหรับหุ่นยนต์ซับซ้อนกว่าการสร้างแชตบอต เพราะหุ่นยนต์ต้องเรียนรู้จากปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพ เช่น การหยิบจับสิ่งของและการจัดการวัตถุที่มีความยืดหยุ่น ไม่ใช่เพียงเรียนรู้จากข้อความบนอินเทอร์เน็ต

 

บริษัทจีนจึงใช้หลายวิธีรวบรวมข้อมูล ทั้งการจ้างคนสาธิตการทำงาน การใช้เซนเซอร์เก็บข้อมูลการเคลื่อนไหว และการจำลองสถานการณ์ด้วยคอมพิวเตอร์

 

Spirit AI จ้างพนักงานประมาณ 1,000 คนเพื่อบันทึกกิจกรรมในชีวิตประจำวันและงานอุตสาหกรรม ส่วน ACE Robotics ใช้อุปกรณ์สวมใส่เก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวและแรงจับของพนักงานในร้านค้าและโรงแรม

 

ด้าน Robbyant หน่วยธุรกิจหุ่นยนต์ของ Ant Group ใช้ข้อมูลฝึก AI รวม 160,000 ชั่วโมง รวมถึงข้อมูลการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ที่มีมนุษย์ควบคุม 50,000 ชั่วโมง และทดลองกับหุ่นยนต์ 20 รูปแบบจาก 17 แบรนด์ เพื่อให้ AI เดียวกันทำงานกับเครื่องจักรได้หลายประเภท

 

ส่วน DexForce ใช้สภาพแวดล้อมจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ โดยระบุว่าสามารถเตรียมระบบสำหรับงานอุตสาหกรรมบางประเภทได้ภายใน 6-8 ชั่วโมง และมีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 99.9% ในงานที่กำหนด

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการจำลองไม่สามารถสะท้อนปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพในโลกจริงได้ทั้งหมด ขณะที่ X Square ระบุว่าคุณภาพของข้อมูลสำคัญกว่าการรวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาล

 

อีกข้อจำกัดสำคัญคือการขาดแคลนชิปประมวลผลขั้นสูงของ Nvidia จากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบการพัฒนา AI เมื่อหุ่นยนต์มีความซับซ้อนมากขึ้น จีนจึงเร่งพัฒนาโมเดลที่ใช้ทรัพยากรน้อยลง พร้อมผลักดันผู้ผลิตชิปในประเทศ เช่น Huawei ให้เป็นทางเลือกทดแทน

จีนเร่งพัฒนา AI ป้อนสมองหุ่นยนต์ เพิ่มเงินลงทุน 5 เท่า ชิงผู้นำโลก

ลุ้น ChatGPT Moment ของวงการหุ่นยนต์

 

หวัง ซิงซิง ผู้ก่อตั้ง Unitree เปิดเผยว่า บริษัททดลองนำ GPT-6 ของ OpenAI มาใช้กับหุ่นยนต์และได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ พร้อมคาดการณ์ว่า GPT-7 ซึ่งอาจเปิดตัวในปีหน้า อาจทำให้วงการหุ่นยนต์เกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ หรือ "ChatGPT Moment" เช่นเดียวกับที่ ChatGPT พลิกโฉมการใช้งาน AI ในปี 2565

 

หวังมองว่าจุดเปลี่ยนจะเกิดขึ้นเมื่อหุ่นยนต์สามารถทำงานสำเร็จ 80% ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย 80% โดยรับคำสั่งผ่านเสียงพูด

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความสำเร็จในการสาธิตไม่ได้หมายความว่าหุ่นยนต์พร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง เพราะการสร้างระบบที่ลูกค้าไว้วางใจให้ทำงานได้จริงอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี ไม่ใช่เพียงไม่กี่เดือน

ข่าวล่าสุด

ณัฐวุฒิแจงทักษิณยื่นลบประวัติฯ ตามสิทธิ์ ปัดดีลแลกเสียงซักฟอก

ณัฐวุฒิแจงทักษิณยื่นลบประวัติฯ ตามสิทธิ์ ปัดดีลแลกเสียงซักฟอก