posttoday
ศาลอังกฤษอายัดทรัพย์เวียตเจ็ท 8,500 ล้าน ไทยเวียตเจ็ทบินปกติ

ศาลอังกฤษอายัดทรัพย์เวียตเจ็ท 8,500 ล้าน ไทยเวียตเจ็ทบินปกติ

21 ตุลาคม 2569

ศาลอังกฤษสั่งอายัดทรัพย์เวียตเจ็ททั่วโลก 8,500 ล้านบาท ปมค้างหนี้เช่าเครื่องบิน ขณะที่ไทยเวียตเจ็ท (VZ) ยืนยันให้บริการทุกเส้นทางตามปกติ

KEY

POINTS

  • ศาลสูงอังกฤษมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั่วโลกของสายการบินเวียตเจ็ท (เวียดนาม) มูลค่ากว่า 8,500 ล้านบาท
  • คำสั่งดังกล่าวเป็นผลมาจากข้อพิพาทเรื่องหนี้ค่าเช่าเครื่องบินแอร์บัส A321 จำนวน 4 ลำ ที่บริษัทยังไม่ชำระตามคำพิพากษา
  • สายการบินไทยเวียตเจ็ท ซึ่งเป็นคนละนิติบุคคล ยืนยันว่ายังคงให้บริการเที่ยวบินตามปกติและไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง

ศาลอังกฤษอายัดทรัพย์เวียตเจ็ท สะเทือนธุรกิจการบินเวียดนาม

 

อุตสาหกรรมการบินเวียดนามกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งสำคัญ หลังศาลสูงแห่งอังกฤษและเวลส์ (High Court of England and Wales)

 

มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั่วโลก (Worldwide Freezing Order) ของบริษัท VietJet Aviation Joint Stock Company ผู้ดำเนินธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำเวียตเจ็ท วงเงินสูงสุด 251.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,500 ล้านบาท จากข้อพิพาทหนี้เช่าเครื่องบินที่ยืดเยื้อมาหลายปี

 

คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 หลังบริษัท FW Aviation (Holdings) 1 Limited ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของ FitzWalter Capital บริษัทลงทุนในกรุงลอนดอน ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อคุ้มครองสิทธิในการบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา เนื่องจากเวียตเจ็ทยังไม่ชำระหนี้ตามจำนวนที่ศาลกำหนด

 

กรณีนี้นับเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญของธุรกิจสายการบินที่ต้องพึ่งพาเงินทุนและสัญญาเช่าเครื่องบินระหว่างประเทศ

 

โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ประกอบการเร่งลงทุนขยายฝูงบิน เพื่อรองรับการแข่งขันและการเติบโตของตลาดการเดินทางในเอเชีย
 

ศาลอังกฤษอายัดทรัพย์เวียตเจ็ท 8,500 ล้าน ไทยเวียตเจ็ทบินปกติ

เปิดปมหนี้เช่า Airbus A321 จำนวน 4 ลำ

 

ต้นตอของข้อพิพาทเกิดจากสัญญาเช่าเครื่องบิน Airbus A321 จำนวน 4 ลำ ซึ่งดำเนินการภายใต้โครงสร้างทางการเงินแบบ Japanese Operating Lease with Call Option (JOLCO) ในช่วงปี 2561–2562

 

โครงสร้างดังกล่าวเป็นรูปแบบการจัดหาเงินทุนเครื่องบินที่เปิดโอกาสให้สายการบินเช่าใช้งาน พร้อมสิทธิในการซื้อเครื่องบินตามเงื่อนไขที่กำหนด ช่วยลดภาระการลงทุนซื้อเครื่องบินโดยตรงในระยะแรก

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2564 ธุรกิจการบินทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนัก

 

ส่งผลให้เวียตเจ็ทประสบปัญหาการชำระค่าเช่าตามสัญญา ก่อนที่สิทธิเรียกร้องหนี้จะถูกโอนมายังกลุ่มทุน FitzWalter Capital และนำไปสู่กระบวนการฟ้องร้องในอังกฤษ

 

ก่อนหน้านี้ ศาลอังกฤษมีคำพิพากษาให้เวียตเจ็ทรับผิดชำระเงินประมาณ 182 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

 

แต่บริษัทกลับชำระเงินตามคำพิพากษาเพียง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568

 

การชำระหนี้เพียงบางส่วนทำให้ยอดภาระหนี้รวมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นข้อพิพาททางการเงินมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำไปสู่การขอให้ศาลออกคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั่วโลกในที่สุด

 

ศาลชี้ความเสี่ยงโอนทรัพย์สิน กระทบการบังคับชำระหนี้

 

ประเด็นสำคัญที่ทำให้ศาลอังกฤษมีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผิดนัดชำระหนี้ แต่รวมถึงข้อกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ทรัพย์สินของลูกหนี้อาจถูกโอนหรือเคลื่อนย้ายจนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการบังคับคดีของเจ้าหนี้

 

ในการพิจารณาคดี ศาลตรวจสอบธุรกรรมระหว่างเวียตเจ็ทกับ Angelica Holding Limited (AHL) บริษัทที่จดทะเบียนในหมู่เกาะเคย์แมน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการโอนสิทธิและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากคำสั่งซื้อเครื่องบินในอนาคต


 

ศาลเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอให้เชื่อว่ามีความเสี่ยงจริงต่อการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินที่อาจทำให้การบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นไปได้ยากขึ้น ขณะที่เวียตเจ็ทโต้แย้งว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติ

 

คำสั่งอายัดทรัพย์สินทั่วโลกจึงถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันการจำหน่าย จ่าย โอน หรือจัดการทรัพย์สินในลักษณะที่อาจกระทบต่อสิทธิของเจ้าหนี้ ภายในวงเงินที่ศาลกำหนด

 

อายัดครอบคลุมฝูงบินและคำสั่งซื้อเครื่องบินใหม่

 

คำสั่งของศาลครอบคลุมทรัพย์สินหลายประเภทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบิน ทั้งเครื่องบินในฝูงบินที่ใช้งานอยู่

 

เครื่องบินที่สั่งซื้อแต่ยังไม่ได้รับมอบ เครื่องยนต์ อุปกรณ์ห้องโดยสาร รวมถึงเงินจ่ายล่วงหน้าสำหรับการซื้อเครื่องบิน เงินประกันการเช่า เงินสำรองค่าซ่อมบำรุง และรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยสารผ่านตัวแทน

 

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมสิทธิที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินรุ่นใหม่ ได้แก่ Airbus A330-900 และ A321neo ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาฝูงบินของเวียตเจ็ท

 

ข้อมูลจากเอกสารประกอบคดีระบุว่า เวียตเจ็ทมีฝูงบินประมาณ 112 ลำ และมีคำสั่งซื้อเครื่องบินใหม่มากกว่า 300 ลำ

 

ส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินจาก Airbus และ Boeing สะท้อนขนาดของภาระผูกพันในการลงทุนระยะยาวที่อาจได้รับผลกระทบจากข้อพิพาททางกฎหมายครั้งนี้

 

อย่างไรก็ตาม คำสั่งอายัดทรัพย์สินไม่ได้หมายความว่าเครื่องบินทั้งหมดจะถูกยึด หรือสายการบินต้องระงับการดำเนินงานทันที

 

เนื่องจากศาลยังเปิดทางให้เวียตเจ็ทสามารถบริหารทรัพย์สินเพื่อดำเนินธุรกิจตามปกติและโดยชอบได้

 

แต่สำหรับธุรกรรมบางประเภท โดยเฉพาะคำสั่งซื้อเครื่องบิน เงินสำรองค่าซ่อมบำรุง และเงินประกันการเช่าที่อยู่ภายนอกเวียดนาม บริษัทจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนดำเนินการ 

ศาลอังกฤษอายัดทรัพย์เวียตเจ็ท 8,500 ล้าน ไทยเวียตเจ็ทบินปกติ

หนี้พุ่ง 250 ล้านดอลลาร์ ศาลชี้สายการบินมีศักยภาพแต่ไม่ชำระ

 

อีกประเด็นที่ศาลให้ความสำคัญคือสถานะทางการเงินของเวียตเจ็ท ซึ่งเป็นสายการบินจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นครโฮจิมินห์ และยังมีการลงทุนขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่อง

 

เอกสารคำพิพากษาระบุว่า เวียตเจ็ทมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดมากกว่า 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีสินทรัพย์รวมประมาณ 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กลับชำระหนี้ตามคำพิพากษาเพียง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ศาลจึงตั้งข้อสังเกตถึงความแตกต่างระหว่างศักยภาพทางการเงินของบริษัทกับพฤติการณ์การชำระหนี้

 

โดยเห็นว่าปัญหาการบังคับคดีไม่ได้เกิดจากการขาดความสามารถในการชำระหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของบริษัทเพื่อต่อต้านกระบวนการบังคับคดีด้วย

 

ขณะเดียวกัน เจ้าหนี้ยังประสบอุปสรรคในการบังคับคดีข้ามประเทศ โดยศาลเวียดนามปฏิเสธการรับรองคำพิพากษาของอังกฤษ ส่วนการดำเนินการในประเทศอื่นก็ยังไม่สามารถนำไปสู่การชำระหนี้เพิ่มเติมได้

 

กรณีดังกล่าวสะท้อนความซับซ้อนของการติดตามหนี้ในธุรกิจการบินระหว่างประเทศ ซึ่งเครื่องบิน สิทธิทางการเงิน และทรัพย์สินของสายการบินกระจายอยู่ภายใต้เขตอำนาจศาลหลายประเทศ 

 

จับตาแผนขยายฝูงบิน เสี่ยงกระทบความเชื่อมั่นเจ้าหนี้

 

แม้คำสั่งอายัดทรัพย์สินจะยังไม่ทำให้เวียตเจ็ทต้องหยุดดำเนินธุรกิจ แต่ข้อพิพาทครั้งนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการจัดหาเงินทุนและการขยายฝูงบินในอนาคต

 

เนื่องจากธุรกิจสายการบินต้องใช้เงินลงทุนสูง และส่วนใหญ่พึ่งพาสัญญาเช่าเครื่องบิน สถาบันการเงิน บริษัทลีสซิ่ง และผู้ผลิตเครื่องบิน การถูกจำกัดสิทธิในการบริหารทรัพย์สินบางประเภทจึงอาจเพิ่มความซับซ้อนให้กับการทำธุรกรรมทางการเงิน

 

โดยเฉพาะคำสั่งซื้อเครื่องบินใหม่ที่ยังไม่ได้รับมอบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงินมัดจำ การจัดหาแหล่งเงินทุน และข้อตกลงกับผู้ผลิตเครื่องบิน หากธุรกรรมเหล่านี้ต้องผ่านการพิจารณาของศาลเพิ่มเติม อาจส่งผลต่อความคล่องตัวในการบริหารแผนลงทุน

 

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อกำหนดรับมอบเครื่องบิน ต้นทุนทางการเงิน และการขยายเส้นทางบินยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ไม่ใช่ผลกระทบที่ได้รับการยืนยันแล้ว

 

ยันไทยเวียตเจ็ทเปิดบินตามปกติ

 

สำหรับประเทศไทย ประเด็นที่ต้องจับตาคือความเชื่อมโยงระหว่าง VietJet Aviation ของเวียดนามกับ Thai Vietjet ซึ่งเป็นผู้ประกอบการสายการบินในประเทศไทย

 

ทั้งสองบริษัทมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจภายใต้เครือข่ายแบรนด์เวียตเจ็ท แต่เป็นคนละนิติบุคคล ดังนั้น คำสั่งศาลอังกฤษที่มีต่อ VietJet Aviation ไม่ได้หมายความว่าเป็นคำสั่งอายัดทรัพย์สินของไทยเวียตเจ็ทโดยตรง

 

ขณะนี้ทางเวียตเจ็ท ไทยแลนด์ ยืนยันว่า สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ (VZ) ยังคงให้บริการเที่ยวบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศตามตารางบินที่กำหนด รวมถึงยังคงดำเนินงานและให้บริการผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ

 

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าของคดีอาจเป็นประเด็นที่ต้องติดตามในมิติความเชื่อมั่นของผู้ให้เช่าเครื่องบิน สถาบันการเงิน และคู่ค้าทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสายการบินเวียตเจ็ท

 

เจ้าหนี้เดินหน้าบังคับคดี ตั้งผู้จัดการทรัพย์สินติดตามหนี้

 

นอกจากคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั่วโลกแล้ว ศาลอังกฤษยังมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจจัดการทรัพย์สิน (Receivers) เพื่อช่วยดำเนินการบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินบางประเภทของเวียตเจ็ท

 

FitzWalter มีแผนแต่งตั้ง Alvarez & Marsal บริษัทที่ปรึกษาด้านการปรับโครงสร้างและบริหารจัดการธุรกิจ เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว โดยยังต้องติดตามรายละเอียดและผลของคำสั่งแต่งตั้งขั้นสุดท้าย

 

ด้าน FitzWalter แสดงความยินดีต่อคำวินิจฉัยของศาล โดยมองว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยป้องกันการเคลื่อนย้ายมูลค่าทรัพย์สินออกจากขอบเขตการบังคับคดี ขณะที่เวียตเจ็ทปฏิเสธให้ความเห็นต่อคำตัดสินล่าสุดตามรายงานของ Bloomberg 


คดีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทค่าเช่าเครื่องบิน 4 ลำ แต่กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของเวียตเจ็ทในการบริหารภาระหนี้และรักษาความเชื่อมั่นของตลาดทุนระหว่างประเทศ ท่ามกลางแผนขยายฝูงบินมูลค่ามหาศาล

 

โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือ เวียตเจ็ทจะสามารถคลี่คลายข้อพิพาททางการเงินมูลค่ากว่า 8,500 ล้านบาทได้อย่างไร โดยไม่กระทบต่อแผนลงทุนระยะยาวและความสามารถในการแข่งขันในตลาดการบินเอเชียที่ยังคงรุนแรง
 

ข่าวล่าสุด

KBANK แจ้ง Q3/69 กำไร 12,720 ล้าน ลด 3.98% 9 เดือนแรก กำไร 40,635 ล้าน โต 3.43%

KBANK แจ้ง Q3/69 กำไร 12,720 ล้าน ลด 3.98% 9 เดือนแรก กำไร 40,635 ล้าน โต 3.43%