
เรเนซองส์ ปั้นรายได้ F&B ใช้รสชาติท้องถิ่นดึงนักท่องเที่ยว
เรเนซองส์ โฮเทลส์ รุกธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มทั่วเอเชียแปซิฟิก ชูวัฒนธรรมท้องถิ่นสร้างประสบการณ์ใหม่ ดึงนักท่องเที่ยวเข้าโรงแรม 4 แห่งในไทย
KEY
POINTS
- โรงแรมเรเนซองส์ปรับกลยุทธ์ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) เพื่อสร้างรายได้ โดยชูวัตถุดิบและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
- เปิดตัวแคมเปญ "Evenings at Renaissance" ที่นำเสนอคอลเลกชันเครื่องดื่มใหม่ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของชุมชน เพื่อเชื่อมโยงผู้เข้าพักกับเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น
- นำร่องกลยุทธ์ในโรงแรม 4 แห่งในไทย (กรุงเทพฯ, พัทยา, เกาะสมุย, ภูเก็ต) โดยจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวในชุมชนเข้ากับเมนูอาหารและเครื่องดื่มพิเศษของโรงแรม
ธุรกิจโรงแรมกำลังแข่งขันกันมากกว่าการขายห้องพัก โดยเฉพาะตลาดโรงแรมระดับบนและไลฟ์สไตล์ที่ต้องสร้างประสบการณ์แตกต่างเพื่อดึงดูดนักเดินทาง
ขณะที่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม หรือ Food & Beverage (F&B) กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายภายในโรงแรม
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนผ่านกลยุทธ์ล่าสุดของ เรเนซองส์ โฮเทลส์ (Renaissance Hotels) แบรนด์โรงแรมในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล
ดินหน้ายกระดับประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นประเทศจีน) ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันเครื่องดื่มใหม่ ภายใต้แนวคิด Evenings at Renaissance
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มเมนูเครื่องดื่มในบาร์โรงแรม แต่เป็นการนำวัฒนธรรมท้องถิ่น วัตถุดิบพื้นถิ่น และเรื่องราวของชุมชน มาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบประสบการณ์สำหรับผู้เข้าพัก เพื่อสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจโรงแรมในแต่ละจุดหมายปลายทาง
กลยุทธ์ดังกล่าวยังสะท้อนทิศทางของธุรกิจ Hospitality ที่พยายามเปลี่ยนพื้นที่ภายในโรงแรม โดยเฉพาะบาร์และห้องอาหาร ให้เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างนักท่องเที่ยวกับวัฒนธรรมของเมือง และเพิ่มโอกาสสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจร่วมกับผู้ประกอบการท้องถิ่น
ปรับเกม F&B โรงแรม จากขายเครื่องดื่มสู่ขายประสบการณ์
เรเนซองส์ โฮเทลส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกว่า 30 แบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอของแมริออท บอนวอย ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันเครื่องดื่มใหม่ เนื่องในโอกาส Renaissance Day of Discovery 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นตลอดเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการทั่วเอเชียแปซิฟิก
หัวใจสำคัญของโครงการอยู่ที่การพัฒนา Evenings at Renaissance ให้เป็นประสบการณ์ช่วงค่ำที่ผสมผสานธุรกิจบาร์ เครื่องดื่ม และกิจกรรมทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
แนวคิด “Layers of Discovery” โรงแรมแต่ละแห่งจะนำเรื่องราวของย่านชุมชน ตลาดท้องถิ่น พืชพรรณพื้นถิ่น และมรดกทางวัฒนธรรม มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และกิจกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของจุดหมายปลายทาง
นอกจากนี้ ยังใช้ทีม Renaissance Navigators ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักกับสถานที่ ผู้คน และผู้ประกอบการในชุมชน ก่อนนำประสบการณ์เหล่านั้นกลับมาถ่ายทอดผ่านอาหารและเครื่องดื่มภายในโรงแรม
แนวทางดังกล่าวถือเป็นการขยายบทบาทของธุรกิจ F&B จากบริการสนับสนุนการเข้าพัก ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของจุดขายด้านประสบการณ์ ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างระหว่างโรงแรมที่อยู่ในตลาดเดียวกันได้
คริสเตียโน รินัลดี (Cristiano Rinaldi) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการด้านที่พักประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นประเทศจีน) แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า
การยกระดับ Evenings at Renaissance เป็นการนำเรื่องราวของชุมชนและย่านใกล้เคียงมาถ่ายทอดผ่านรสชาติและประเพณีที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง
บริษัทเชื่อว่าประสบการณ์ที่น่าจดจำเกิดขึ้นเมื่อผู้เข้าพักสามารถเชื่อมโยงกับเอกลักษณ์ของสถานที่ในรูปแบบที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป โดยการพัฒนาเครื่องดื่มครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาสให้นักเดินทางค้นพบทั้งวัฒนธรรมและผู้คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวของแต่ละชุมชน
ดึงบาร์เทนเดอร์ระดับโลก ยกระดับสินค้าของบาร์โรงแรม
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือ การแต่งตั้ง เดมิทรีย์ “เดมี่” ดาน่า ปารมิตา (Demitria “Demi” Dana Paramita) บาร์เทนเดอร์ชาวอินโดนีเซีย ผู้ก่อตั้ง HATS Bar Jakarta และเจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ ให้เป็นตัวแทนผู้ถ่ายทอดแนวคิด Beverage Rituals คนแรกของแบรนด์
การร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายพัฒนาเครื่องดื่มที่เชื่อมโยงวัตถุดิบและขนบธรรมเนียมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ากับการนำเสนอในรูปแบบร่วมสมัย โดยอาศัยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมบาร์ของ Demi และรากเหง้าทางวัฒนธรรมจากสุมาตรา
คอลเลกชันเครื่องดื่มที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย
- Blooming Flower เครื่องดื่มฟลอรัลพั้นช์ที่ผสมผสานประสบการณ์การแบ่งปัน ผ่านเยลลี่รสส้ม
- The Night Market เครื่องดื่มที่ใช้ใบเตย ส้มจี๊ด และมะขาม สะท้อนสีสันของตลาดและชุมชนยามค่ำคืน
- Silk Road เครื่องดื่มที่ผสมผสานชา หญ้าฝรั่น และเครื่องเทศ ถ่ายทอดเรื่องราวการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างภูมิภาค
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่มที่สามารถนำเสนออย่างต่อเนื่องภายใต้ Evenings at Renaissance ได้แก่ Tropical Silk ซึ่งใช้เสาวรส ลิ้นจี่ และชา รวมถึง Remedy ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำรับการดูแลและปลอบประโลมจิตใจแบบดั้งเดิม โดยใช้ผลไม้แปรรูปสูตรเฉพาะของแต่ละโรงแรม
การพัฒนาคอลเลกชันเครื่องดื่มร่วมกันในระดับภูมิภาค ขณะเดียวกันเปิดพื้นที่ให้แต่ละโรงแรมใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ถือเป็นแนวทางสร้างมาตรฐานประสบการณ์ของแบรนด์ โดยไม่ลดทอนเอกลักษณ์ของแต่ละตลาด
ไทย 4 โรงแรม รับกลยุทธ์ใหม่ เชื่อมท่องเที่ยวกับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
สำหรับประเทศไทย เรเนซองส์ โฮเทลส์ เตรียมนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในโรงแรม 4 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา เกาะสมุย และภูเก็ต ซึ่งแต่ละพื้นที่มีจุดขายด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแตกต่างกัน
กิจกรรมทั้งหมดถูกออกแบบให้เชื่อมโยงการเดินทางออกไปสัมผัสชุมชนในช่วงกลางวัน กับการใช้บริการอาหารและเครื่องดื่มภายในโรงแรมในช่วงค่ำ
กรุงเทพฯ : เปลี่ยนเสน่ห์ตลาดท้องถิ่นเป็นเมนูเครื่องดื่ม
31 ตุลาคม 2569
โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ จัดกิจกรรม “Unfold Bangkok” พัฒนาเครื่องดื่ม 4 รายการจากแรงบันดาลใจของตลาดและชุมชนกรุงเทพฯ พร้อมเส้นทางสำรวจสวนบางมด ตลาดยอดพิมาน และปากคลองตลาด ก่อนกลับมาสัมผัสเครื่องดื่มค็อกเทลและม็อกเทลที่ R Bar
พัทยา : เชื่อมรีสอร์ตริมทะเลกับชุมชนชายฝั่ง
1–2 พฤศจิกายน 2569
โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา จัด “Beyond the Horizon” พานักท่องเที่ยวสำรวจบางเสร่และหมู่บ้านวัฒนธรรมไทยธานี ก่อนร่วมกิจกรรม Discovery Sunset ที่ The Deck พร้อมดนตรีสดและการแสดงควงไฟ ต่อด้วยโยคะ ตักบาตร และเวิร์กชอปรีไซเคิลในวันถัดไป
เกาะสมุย : นำวัฒนธรรมและสตรีทฟู้ดสร้างประสบการณ์
1 พฤศจิกายน 2569
โรงแรมเรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา จัด “Craft & Culture” พาเยี่ยมชมวัดศิลางู ศาลเจ้ากวนอู ศูนย์หัตถกรรมโอท็อปสมุย และ House of Lucie ก่อนนำเสนออาหารสตรีทฟู้ดที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรชุมชน พร้อมเครื่องดื่มท้องถิ่นและดนตรีสดที่ Lotus Room
ภูเก็ต : ใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นเพิ่มมูลค่าประสบการณ์
7–8 พฤศจิกายน 2569
โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา จัด “Discover Phuket’s Hidden Gem” ชูเรื่องราวของส้มควาย วัตถุดิบท้องถิ่น ผ่านการพบเกษตรกร เรียนรู้การผลิตชา และนำเสนอเครื่องดื่มพั้นช์สูตรพิเศษ พร้อมกิจกรรมตลาดท้องถิ่นและการแสดงหนังตะลุง
F&B กับโอกาสเพิ่มมูลค่าธุรกิจโรงแรม
การขยับตัวของเรเนซองส์ โฮเทลส์ สะท้อนแนวทางการแข่งขันของโรงแรมไลฟ์สไตล์ที่ต้องการสร้างจุดขายนอกเหนือจากห้องพัก โดยเฉพาะการใช้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงประสบการณ์ท่องเที่ยวกับการใช้จ่ายภายในโรงแรม
กลยุทธ์นี้มีความสำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ การเพิ่มโอกาสใช้บริการบาร์และห้องอาหาร และการสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการท้องถิ่น
การนำวัตถุดิบและเรื่องราวของชุมชนมาพัฒนาเป็นเมนูเฉพาะของแต่ละโรงแรม ยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มมีอัตลักษณ์ที่ไม่สามารถนำไปใช้แทนกันได้ทั้งหมดในทุกจุดหมายปลายทาง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันของโรงแรมที่เน้นประสบการณ์เฉพาะพื้นที่
ขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงตลาด เกษตรกร ศิลปิน และผู้ผลิตงานหัตถกรรมในชุมชน ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจโรงแรมมีบทบาทสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นมากขึ้น ทั้งในด้านการนำวัตถุดิบมาใช้และการสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย







