
คนไม่ได้กินน้อยลง! เปิดเทรนด์ Future of Food 2027 เมื่อมื้อเล็ก Local Food กำลังมาแรง
เคทีซีเจาะเทรนด์ Future of Food 2027 เผยผู้บริโภคไม่ได้กินน้อยลง แต่เลือกต่างไป ตั้งแต่มื้อเล็กที่ยืดหยุ่น อาหารท้องถิ่นที่มีเรื่องราว ไปจนถึงเมนูสุขภาพที่เพิ่มคุณค่าด้วยนวัตกรรม
KEY
POINTS
- พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไปสู่มื้ออาหารที่มีขนาดเล็กลงและยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบ โดยไม่ได้หมายความว่าผู้คนรับประทานน้อยลง แต่เป็นการแบ่งมื้อให้ถี่ขึ้น
- อาหารท้องถิ่น (Local Food) กำลังมาแรงและได้รับความนิยมสูงขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคต้องการประสบการณ์ที่แตกต่าง มีเรื่องราว และสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม
- คุณค่าของอาหารในมุมมองผู้บริโภคได้เปลี่ยนจากการมุ่งเน้นความอิ่ม ไปสู่การให้ความสำคัญกับประสบการณ์องค์รวม ตั้งแต่ความสะดวกสบาย ที่มาของวัตถุดิบ ไปจนถึงคุณค่าทางโภชนาการ
จากมื้อเล็กที่ยืดหยุ่น อาหารท้องถิ่นที่มีเรื่องราว ไปจนถึงนวัตกรรมโภชนาการ อนาคตของอาหารกำลังเปลี่ยนจากการตอบโจทย์ความอิ่ม สู่การสร้างคุณค่าที่เข้ากับชีวิตผู้บริโภคมากขึ้น
มื้ออาหารที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองวันนี้ อาจไม่ใช่ดินเนอร์หรูในร้านอาหารชื่อดัง หรือมื้อใหญ่ที่ต้องนัดหมายกันล่วงหน้าเสมอไป แต่อาจเป็นชาบูหม้อเดี่ยวหลังเลิกงาน อาหารจานโปรดจากร้านท้องถิ่นที่เพิ่งเปิดสาขาในกรุงเทพฯ หรือเมนูที่บอกได้ว่ามีสารอาหารอะไรอยู่ในจานบ้าง
สิ่งที่กำลังเปลี่ยนจึงไม่ใช่ความสำคัญของอาหาร แต่เป็นวิธีที่ผู้บริโภคเลือกกินและให้ความหมายกับแต่ละมื้อ ตั้งแต่ความสะดวกสบาย ความเป็นตัวเอง ไปจนถึงที่มาของวัตถุดิบและคุณค่าทางโภชนาการ การทำความเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้จึงเป็นโจทย์สำคัญของธุรกิจอาหารและบริการในอนาคต
ข้อมูลการใช้จ่ายหมวดร้านอาหารของ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สะท้อนภาพที่น่าสนใจ เมื่อมูลค่าเฉลี่ยต่อธุรกรรมมีแนวโน้มลดลง ขณะที่จำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายและจำนวนธุรกรรมยังเติบโต
ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ยืนยันว่าผู้บริโภคหันมารับประทานอาหารคนเดียวมากขึ้นโดยตรง แต่เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับทางเลือกในตลาดที่รองรับมื้ออาหารขนาดเล็ก เช่น ชาบูหม้อเดี่ยว อาหารชุดสำหรับหนึ่งคน และพื้นที่รับประทานอาหารที่เหมาะกับกลุ่มขนาดเล็ก ก็ชวนให้เห็นภาพของการบริโภคที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ทิศทางนี้สอดคล้องกับรายงาน The Rise of Place: Future of Food Asia Pacific 2027 ของ Marriott International ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากทีมอาหารและเครื่องดื่มของโรงแรม 284 แห่งใน 20 ตลาดเอเชียแปซิฟิก
โดยผลสำรวจในประเทศไทยพบว่า โรงแรม 64% รายงานความนิยมที่เพิ่มขึ้นต่อพื้นที่รับประทานอาหารแบบสบาย ๆ ขณะเดียวกัน รายงานยังกล่าวถึงแนวโน้มการรับประทานอาหารคนเดียวและการรวมกลุ่มขนาดเล็ก
ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจต้องกลับมาคิดถึงการออกแบบพื้นที่ ขนาดอาหาร และรูปแบบการให้บริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่หลากหลาย
นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี มองว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การรับประทานอาหารคนเดียวเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่รูปแบบมื้ออาหารซึ่งมีขนาดเล็กลง ยืดหยุ่นขึ้น
และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของแต่ละคนมากขึ้น สำหรับร้านอาหาร การเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นโอกาสในการออกแบบประสบการณ์ใหม่ ตั้งแต่มื้อสำหรับกลุ่มเล็กไปจนถึงโต๊ะสำหรับผู้บริโภคหนึ่งคน
Local Food เมื่อรสชาติท้องถิ่นกลายเป็นมูลค่าใหม่
นอกเหนือจากความสะดวกสบาย อีกสิ่งหนึ่งที่กำลังสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจอาหารคืออัตลักษณ์ของท้องถิ่น เพราะในวันที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย การนำเสนออาหารที่มีเรื่องราวและสะท้อนรากวัฒนธรรมของพื้นที่อาจสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากเมนูทั่วไปได้
รายงานของ Marriott International ระบุว่า โรงแรม 50% ที่เข้าร่วมการสำรวจในประเทศไทยพบความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มเมนูท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ หรือ Local Signatures สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งอยู่ที่ 46%
ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าอาหารท้องถิ่นไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มลองรสชาติแบบดั้งเดิม แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคและนักเดินทาง
นางสาววริษฐากล่าวว่า “สิ่งที่ทำให้อาหารท้องถิ่นมีพลังคือมีทั้ง อัตลักษณ์ ความจริงแท้ และเรื่องราว อยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายแบรนด์ต้องใช้เวลานานกว่าจะสร้างขึ้นมาได้ จากเดิมที่เราเห็นวัตถุดิบและเรื่องราวท้องถิ่นมากในโรงแรมและร้าน Fine Dining
วันนี้สิ่งเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งในร้านอาหารเช่น เมนูตามฤดูกาล และร้านดังจากต่างจังหวัดที่เข้ามาเปิดในกรุงเทพฯ Local จึงไม่ได้บอกเพียงว่าอาหารมาจากไหน แต่กำลังบอกว่าอะไรทำให้อาหารนั้นแตกต่าง”
ในมุมเศรษฐกิจ อาหารท้องถิ่นยังเชื่อมโยงผู้ประกอบการร้านอาหาร เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบรายย่อย ธุรกิจท่องเที่ยว และชุมชนเข้าด้วยกัน วัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์สามารถสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตในพื้นที่
ขณะที่ร้านอาหารช่วยนำเสนอเรื่องราวให้เข้าถึงผู้บริโภค และอาหารบางเมนูอาจกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้นักเดินทางตัดสินใจไปเยือนจุดหมายแห่งนั้น
และนี่คือโอกาสของ Food Economy ที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรในพื้นที่มาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้อาหารทุกจานมีหน้าตาเหมือนกันหรือปรับรสชาติให้เป็นสากลจนสูญเสียเอกลักษณ์เดิม







