posttoday
ชาวกรุงเทพ ยังอ่วมน้ำท่วมขัง 4 วันรวด ถนน 11 สายยังสัญจรลำบาก

ชาวกรุงเทพ ยังอ่วมน้ำท่วมขัง 4 วันรวด ถนน 11 สายยังสัญจรลำบาก

01 ตุลาคม 2569

คนกรุงเดือดร้อนหนักเจอน้ำท่วมขังตั้งแต่วันแรก 28 ก.ย. ถึง 1 ต.ค. 69 ถนนสายหลักท่วม 11 สายกระทบเดินทาง โดยเฉพาะถนนหลวงแพ่งน้ำสูง 40 ซม. จนต้องงดสัญจรเด็ดขาด

KEY

POINTS

  • ประชาชนในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขังต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วัน ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก
  • ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม. รายงานว่ายังมีถนนสายหลัก 11 สายที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังขัดขวางการจราจร
  • ถนนหลวงแพ่ง (หน้าโลตัสลาดกระบัง) เป็นจุดที่สถานการณ์วิกฤตที่สุด โดยมีระดับน้ำท่วมสูงถึง 40 ซม. จนต้องประกาศงดสัญจร

ชาวบ้าน กทม. ทุกข์หนัก น้ำท่วมขังข้ามวัน สัญจรสุดยากลำบาก

 

ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังคงได้รับความเดือดร้อนในการใช้ชีวิตประจำวันและการเดินทางอย่างหนัก หลังต้องตกอยู่ในสภาวะน้ำท่วมขังยืดเยื้อตั้งแต่วันแรกที่เกิดวิกฤตเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 จนถึงเช้าวันที่ 1 ตุลาคม 2569 รวมระยะเวลา 4 วันรวด
 

อัปเดตจุดน้ำท่วมขังถนนสายหลัก (รวม 11 สาย) ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ ณ เวลา 07.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2569 พบว่ายังมีถนนสายหลักที่มีน้ำท่วมขังขัดขวางการเดินทางรวม 11 สายหลัก โดยแบ่งตามระดับความรุนแรงดังนี้

 

จุดวิกฤตหนักที่สุด (งดสัญจร)

 

ถนนหลวงแพ่ง (หน้าโลตัสลาดกระบัง): ระดับน้ำท่วมขังสูงถึง 40 ซม. เจ้าหน้าที่ต้องประกาศ งดสัญจร เด็ดขาดเนื่องจากเป็นอันตรายต่อรถยนต์

 

จุดท่วมสูงกระทบการเดินทาง (รถเล็กควรหลีกเลี่ยง)

 

ถนนหลวงแพ่ง: ช่วงแยกวัดพลมานีย์ (น้ำสูง 30 ซม.) และช่วงแยกวัดราชโกษา (น้ำสูง 30–40 ซม.)

 

ถนนกรุงเทพกรีฑา: ช่วงซอย 9–25 และซอย 37–55 (น้ำสูง 20–30 ซม.) รถเล็กควรหลีกเลี่ยง

 

ถนนฉลองกรุง: ช่วงแยกรถไฟเทคโนฯ (น้ำสูง 20–30 ซม.) รถเล็กควรหลีกเลี่ยง

 

ถนนสุวินทวงศ์: ช่วงแยกหทัยราษฎร์ ถึง แยกนิมิตใหม่ (แยกวัดแสนสุข) ท่วมเต็มผิวจราจรสูง 20–30 ซม. และช่วงแยกนิมิตใหม่ ถึง แยกราษฎร์อุทิศ สูง 20–30 ซม.

 

ถนนลาดกระบัง: ช่วงแยกลาดกระบังร่มเกล้า ถึง คลองหัวตะเข้, คลองหัวตะเข้ ถึง รอยัลกอล์ฟ และบริเวณแยกสนามบินสุวรรณภูมิ (สุขสมาน) ระดับน้ำสูงประมาณ 20–30 ซม.
 

ชาวกรุงเทพ ยังอ่วมน้ำท่วมขัง 4 วันรวด ถนน 11 สายยังสัญจรลำบาก

จุดที่มีน้ำท่วมขังปานกลาง (รถยังพอสัญจรได้):

 

ถนนพหลโยธิน: ช่วงรอยต่อ กทม. หน้าสนามกีฬาธูปะเตมีย์ ถึง พหลโยธิน 60 (สูง 15–20 ซม.)

 

ถนนสายไหม: หน้าสายไหมอเวนิว ถึง ตลาดวงศกร (สูง 15–20 ซม.) ส่วนซอยสายไหม 15 ถึง คลองลำหม้อแตก และซอยสายไหม 64 ถึง 66 (สูง 5–10 ซม.)

 

ถนนเจ้าคุณทหาร: ช่วงแยกหน้าตลาดพอเพียง 2 ถึง แยกคุ้มเกล้า (สูง 10–20 ซม.)

 

ถนนพระยาสุเรนทร์: ตั้งแต่ถนนรามอินทรา ถึง พระยาสุเรนทร์ 5 และช่วงตัดถนนปัญญาอินทรา (สูง 5–15 ซม.)

 

ถนนเสรีไทย: ช่วงซอย 1–7 และแยกมีนพัฒนา (สูง 5–10 ซม.)

 

ถนนสีหบุรานุกิจ: ช่วงแยกเมืองมีน ถึง หน้าสำนักงานเขตมีนบุรี (สูง 10–15 ซม.)

 

สถานการณ์น้ำแห้งเพิ่มเติม (รวม 9 สาย) อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เร่งสูบระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ล่าสุดมีถนนสายหลักที่ระดับน้ำลดลงจนแห้งเป็นปกติแล้ว 9 สาย 

ได้แก่ ถนนลาดพร้าว (สี่แยกบางกะปิ), ถนนศรีบูรพา, ถนนรามอินทรา, ถนนวิภาวดีรังสิต, ถนนแฮปปี้แลนด์ สาย 1, ถนนนวมินทร์, ถนนสุขาภิบาล 5, ถนนศรีนครินทร์ และถนนหัวหมาก ซึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้แล้ว
 

ข่าวล่าสุด

ครม. เคาะ! "ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน เริ่มคุ้มครองทันที 1 ต.ค. 69

ครม. เคาะ! "ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน เริ่มคุ้มครองทันที 1 ต.ค. 69