posttoday
เปิดเกม “โซลาร์สี” ของไทย เนคเทคดัน เปลี่ยนผนังอาคาร–แปลงเกษตรผลิตไฟ

เปิดเกม “โซลาร์สี” ของไทย เนคเทคดัน เปลี่ยนผนังอาคาร–แปลงเกษตรผลิตไฟ

01 ตุลาคม 2569

เนคเทค สวทช. ผนึกพันธมิตรต่อยอด Colored PV แผงโซลาร์เลือกช่วงแสง ใช้ได้ทั้งอาคารคาร์บอนต่ำและเกษตรอัจฉริยะ

KEY

POINTS

  • เนคเทค สวทช. พัฒนาเทคโนโลยี “Colored PV” หรือโซลาร์เซลล์สี ที่สามารถเลือกช่วงคลื่นแสงที่ส่องผ่านได้ ทำให้แผงโซลาร์ไม่ได้มีหน้าที่แค่ผลิตไฟฟ้า แต่สามารถออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย
  • นำไปประยุกต์ใช้กับอาคาร (BIPV) โดยเปลี่ยนผนังและหน้าต่างให้เป็นพื้นที่ผลิตไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่หลังคาจำกัดในเมือง และทำหน้าที่เป็นวัสดุอาคารไปพร้อมกัน
  • ใช้ในภาคการเกษตร (Agrivoltaics) ทำให้สามารถใช้พื้นที่เดียวกันเพื่อผลิตไฟฟ้าและปลูกพืช โดยแผงจะกรองแสงให้เหมาะกับพืชที่ปลูกด้านล่าง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน

จากหลังคาสู่ผนังอาคาร–แปลงเกษตร “Colored PV” โซลาร์ไทยเลือกแสงได้ ผลิตไฟ–ปลูกพืชในพื้นที่เดียว

 

เมื่อพื้นที่เมืองมีข้อจำกัดมากขึ้น การติดตั้งโซลาร์เซลล์อาจไม่ใช่แค่เรื่องของ “เอาแผงไปวางบนหลังคา” อีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนทั้งผนังอาคาร หน้าต่าง และพื้นที่เกษตรให้กลายเป็นพื้นที่ผลิตพลังงานไปพร้อมกับการใช้งานเดิม

 

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย

 

เปิดตัวความก้าวหน้าของ “Colored PV” แผงโซลาร์เซลล์ที่ออกแบบให้มีสีสันและเลือกช่วงคลื่นแสงที่ส่องผ่านได้ เพื่อขยายการใช้งานจากอาคารไปสู่ภาคเกษตร

 

เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการผลิตไฟฟ้า แต่คือการใช้พื้นที่เดียวให้เกิดประโยชน์มากกว่าหนึ่งอย่าง ทั้งการผลิตพลังงาน การลดความร้อน การปลูกพืช และการบริหารข้อมูลคาร์บอน

 

เปิดเกม “โซลาร์สี” ของไทย เนคเทคดัน เปลี่ยนผนังอาคาร–แปลงเกษตรผลิตไฟ

 

จากโซลาร์สีสวย สู่แผงที่ “เลือกแสง” ให้เหมาะกับพื้นที่

ดร.กอบศักดิ์ ศรีประภา นักวิจัยอาวุโส เนคเทค สวทช. กล่าวว่า การวิจัยเซลล์แสงอาทิตย์ของเนคเทคเริ่มมาตั้งแต่ปี 2541 ก่อนพัฒนาต่อเนื่องจากเทคโนโลยีฟิล์มบางซิลิคอน ไปสู่แผงและระบบผลิตไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย

 

Colored PV รุ่นแรกพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง สวทช. และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในช่วงปี 2555–2557 โดยเน้นการนำไปใช้กับอาคาร หรือ BIPV ซึ่งเป็นการผสานแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับตัวอาคาร โดยใช้กระจกประกบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

 

ต่อมา เนคเทค สวทช. ร่วมกับบริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) พัฒนา Colored PV รุ่นที่ 2 และ 3 ให้สามารถ “เลือกช่วงคลื่นแสง” ที่ส่องผ่านแผงได้ ขณะเดียวกันเปลี่ยนวัสดุเป็นพอลิเมอร์โปร่งแสงเพื่อลดน้ำหนัก

 

รุ่นที่ 2 มีกำลังผลิต 125 วัตต์พีก ขณะที่รุ่นที่ 3 ขยายขนาดแผงและจัดวางเซลล์ให้เต็มพื้นที่มากขึ้น เพิ่มกำลังผลิตเป็น 330 วัตต์พีก พร้อมพัฒนาให้ผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก.

 

เปิดเกม “โซลาร์สี” ของไทย เนคเทคดัน เปลี่ยนผนังอาคาร–แปลงเกษตรผลิตไฟ

 

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญจึงอยู่ที่การทำให้แผงโซลาร์เซลล์ไม่ได้มีหน้าที่เพียง “รับแสงแล้วผลิตไฟ” แต่สามารถออกแบบให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่และการใช้งานปลายทางได้มากขึ้น

 

รู้จัก BIPV โซลาร์เซลล์ที่เป็นส่วนหนึ่งของอาคาร

BIPV (Building-Integrated Photovoltaics) คือ การนำแผงโซลาร์เซลล์มาผสานเป็นส่วนหนึ่งของตัวอาคาร เช่น หลังคา ผนัง หน้าต่าง หรือฟาซาด ทำหน้าที่ทั้งเป็นวัสดุอาคารและผลิตไฟฟ้าไปพร้อมกัน

 

จุดเด่น: เพิ่มพื้นที่ผลิตไฟฟ้าโดยไม่ต้องใช้พื้นที่หลังคาเพียงอย่างเดียว เหมาะกับอาคารสำนักงาน อาคารสูง และอาคารที่ต้องการลดการใช้พลังงานและคาร์บอน

 

เปิดเกม “โซลาร์สี” ของไทย เนคเทคดัน เปลี่ยนผนังอาคาร–แปลงเกษตรผลิตไฟ

 

เมื่อผนังและหน้าต่างอาคารกลายเป็นโรงไฟฟ้า

หนึ่งในโจทย์สำคัญของเมืองคืออาคารสูงจำนวนมากมีพื้นที่หลังคาจำกัด ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในอาคารเพิ่มขึ้น

 

ดร.ปรางค์ สรรพอาษา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไทยเซอิ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า BIPV สามารถเข้ามาเติมพื้นที่ผลิตไฟฟ้าให้กับอาคาร โดยเฉพาะพื้นที่แนวตั้งอย่างผนังและหน้าต่าง ซึ่งโซลาร์เซลล์แบบติดตั้งบนหลังคาไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้

 

เทคโนโลยีที่บริษัทพัฒนาร่วมกับ Kaneka ประเทศญี่ปุ่น มีทั้งแบบทึบและแบบโปร่งใส โดยแบบโปร่งใสสามารถให้แสงผ่านได้ประมาณ 50% ทำให้ยังคงฟังก์ชันของวัสดุอาคาร ขณะเดียวกันสามารถผลิตไฟฟ้าได้

 

เปิดเกม “โซลาร์สี” ของไทย เนคเทคดัน เปลี่ยนผนังอาคาร–แปลงเกษตรผลิตไฟ

 

แนวคิดนี้ทำให้ BIPV ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์พลังงานที่นำมาติดเพิ่มบนอาคาร แต่สามารถทำหน้าที่แทนวัสดุเปลือกอาคารบางส่วนได้ด้วย

 

ประเทศไทยมีการทดสอบ BIPV ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี จากความร่วมมือของไทยเซอิ คาเนกา กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น และ สวทช.

 

โดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (เอ็นเทค) และเนคเทค เพื่อศึกษาทิศทางและประสิทธิภาพการติดตั้งให้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศไทย

 

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนยังเป็นโจทย์สำคัญ เพราะ BIPV ที่นำเข้าจากต่างประเทศอาจมีต้นทุนสูงและทำให้ระยะเวลาคืนทุนยังไม่จูงใจตลาดไทยมากนัก การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตในประเทศจึงเป็นอีกประเด็นที่จะกำหนดว่าตลาดนี้จะขยายตัวได้มากเพียงใด

 

เปิดเกม “โซลาร์สี” ของไทย เนคเทคดัน เปลี่ยนผนังอาคาร–แปลงเกษตรผลิตไฟ

 

“แผงโซลาร์” บนแปลงเกษตร ไม่ได้แปลว่าต้องเลือกไฟฟ้าหรืออาหาร

อีกด้านที่น่าสนใจคือการนำ Colored PV ไปใช้กับแนวคิด Agrivoltaics หรือการใช้พื้นที่เดียวกันเพื่อผลิตไฟฟ้าและทำการเกษตร

 

เนคเทค สวทช. ร่วมกับเอ็นเทคและศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) พัฒนาแนวทางให้แสงบางช่วงคลื่นสามารถส่องผ่านลงมายังพืชใต้แผงได้

 

คุณศศิวิมล ทรงไตร ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส เนคเทค สวทช. อธิบายว่า Colored PV แต่ละสีสามารถปล่อยให้รังสีอาทิตย์ผ่านลงมาในปริมาณและช่วงคลื่นแตกต่างกัน จึงสามารถเลือกใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการแสงของพืชแต่ละชนิด

 

นอกจากผลิตไฟฟ้า แผงยังช่วยลดความร้อนที่ลงสู่พืชและลดการระเหยของน้ำในดินได้ แต่การออกแบบระบบต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งทิศทางของแผง เงาที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล ความสูงของแผง และสัดส่วนระหว่างพื้นที่รับแสงกับจำนวนเซลล์ที่ใช้ผลิตไฟฟ้า

 

ไฟฟ้าที่ผลิตได้สามารถนำกลับมาใช้ภายในฟาร์ม เช่น ระบบสูบน้ำ ระบบให้อาหาร ระบบระบายอากาศ รวมถึงเซนเซอร์และ IoT เพื่อบริหารจัดการฟาร์ม

 

เปิดเกม “โซลาร์สี” ของไทย เนคเทคดัน เปลี่ยนผนังอาคาร–แปลงเกษตรผลิตไฟ

 

ทดลองกับ “ผำ” พบสัญญาณว่าแสงแต่ละสีมีผลต่อผลผลิต

เมื่อระบบพลังงานถูกเชื่อมเข้ากับระบบเกษตร เทคโนโลยีจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่แผงโซลาร์เซลล์

 

นายนริชพันธ์ เป็นผลดี หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช. กล่าวว่า ทีมวิจัยนำไฟฟ้าที่ผลิตจาก Colored PV มาบูรณาการกับระบบฟาร์มอัจฉริยะ HandySense เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมในการเพาะเลี้ยง “ผำ”

 

ผลการทดลองพบว่า ผำที่เลี้ยงใต้แผงสีแดงและสีน้ำเงินมีน้ำหนักสดและปริมาณโปรตีนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการเลี้ยงแบบปกติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การออกแบบแสงสามารถกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือจัดการสภาพแวดล้อมการผลิตทางการเกษตรได้

 

ขณะเดียวกัน ดร.อัมพร โพธิ์ใย หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการลดคาร์บอน เนคเทค สวทช. นำแพลตฟอร์ม Acamp ซึ่งใช้คำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์อัตโนมัติ เข้ามาเชื่อมกับ Colored PV และ HandySense

 

ระบบจึงสามารถนำข้อมูลพลังงานและข้อมูลการผลิตมารวมกัน เพื่อช่วยให้เกษตรกรมองเห็นต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตและข้อมูลคาร์บอนของกระบวนการผลิตได้ชัดเจนขึ้น

 

นี่คือจุดที่ “โซลาร์” เริ่มเปลี่ยนจากอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบข้อมูลฟาร์ม

 

เปิดเกม “โซลาร์สี” ของไทย เนคเทคดัน เปลี่ยนผนังอาคาร–แปลงเกษตรผลิตไฟ

 

จากการขายไฟอย่างเดียว สู่โมเดลพลังงานที่ทำงานร่วมกับเศรษฐกิจท้องถิ่น

รศ. ดร.พิสิษฏ์ มณีโชติ อาจารย์วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร มองว่า Agrivoltaics มีโอกาสพัฒนาต่อในไทย

 

เนื่องจากสามารถแก้โจทย์สำคัญเรื่องการใช้พื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องมองว่าพื้นที่เกษตรกับพื้นที่ผลิตพลังงานต้องแข่งขันกัน

 

โมเดลในอนาคตจึงอาจออกแบบให้ผลิตไฟฟ้าควบคู่กับการปลูกพืชหรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องการสภาพแสงและอุณหภูมิเฉพาะ

 

ไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็สามารถใช้ในพื้นที่หรือกักเก็บในแบตเตอรี่เพื่อนำไปใช้กับกิจกรรมอื่น เช่น รถ EV โรงงาน หรือกิจกรรมที่ต้องการไฟฟ้าเฉพาะพื้นที่ ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

อย่างไรก็ตาม การขยายเทคโนโลยีจากห้องวิจัยไปสู่เกษตรกรยังต้องอาศัยทั้งนโยบาย การสนับสนุนงานวิจัย และเครื่องมือทางการเงิน เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือรูปแบบการลงทุนที่แบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างเจ้าของพื้นที่กับผู้ลงทุน

 

โซลาร์ตรอนเตรียมต่อยอด “แผงสี” สู่ตลาดเฉพาะทาง

ด้านคุณปัทมา วงษ์ถ้วยทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับเนคเทค สวทช. ทำให้บริษัทมองตลาดโซลาร์เซลล์จากเดิมที่แข่งขันกันด้วยราคา ไปสู่ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่มีมูลค่าเพิ่ม

 

Colored PV รุ่นดังกล่าวมีน้ำหนักเบา ติดตั้งและขนย้ายสะดวก มีกำลังผลิตสูงสุด 330 วัตต์ต่อแผง และสามารถให้แสงบางช่วงคลื่นผ่านลงมาได้

 

โซลาร์ตรอนวางตลาดเป้าหมายไว้ 2 กลุ่มหลัก คือ Agrivoltaics สำหรับภาคเกษตรอุตสาหกรรม และ Smart Green Building สำหรับอาคารและงานสถาปัตยกรรม

 

โดยมองว่าการนำแผงไปทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของผนังอาคาร จะช่วยเพิ่มพื้นที่ผลิตไฟฟ้าโดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่หลังคา

 

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผนงานร่วมกับเนคเทค สวทช. เพื่อเตรียมแนวทางต่อยอดและทำตลาดในระยะต่อไป

 

จุดเปลี่ยนของ Colored PV อาจไม่ใช่ “แผงสี” แต่คือการใช้พื้นที่ให้คุ้มขึ้น

 

สิ่งที่น่าสนใจของ Colored PV จึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้โซลาร์เซลล์มีสีสันมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการออกแบบให้ “พื้นที่หนึ่งพื้นที่” สามารถทำงานได้หลายหน้าที่พร้อมกัน

 

ในเมือง ผนังและกระจกอาคารสามารถกลายเป็นพื้นที่ผลิตไฟฟ้า ขณะที่ในภาคเกษตร พื้นที่ใต้แผงสามารถผลิตอาหารควบคู่กับพลังงาน และเมื่อเชื่อมต่อกับเซนเซอร์ IoT และระบบคำนวณคาร์บอน ก็สามารถเปลี่ยนข้อมูลการผลิตให้กลายเป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจได้

 

โจทย์ต่อจากนี้จึงอยู่ที่การทำให้เทคโนโลยีมีต้นทุนที่แข่งขันได้ ผลิตในประเทศได้ และมีรูปแบบธุรกิจที่เหมาะกับผู้ใช้งานจริง

 

หากทำได้ Colored PV อาจไม่ได้เป็นเพียง “โซลาร์เซลล์สีสวย” แต่เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยให้เมือง อาคาร และภาคเกษตร ใช้พื้นที่เดิมผลิตทั้งพลังงาน อาหาร และข้อมูลคาร์บอนได้พร้อมกัน

ข่าวล่าสุด

'7 จุดสำคัญ' ควรตรวจสอบบ้านหลัง 'น้ำลด' เพราะน้ำลดไม่ได้หมายความว่าบ้านปลอดภัย!

'7 จุดสำคัญ' ควรตรวจสอบบ้านหลัง 'น้ำลด' เพราะน้ำลดไม่ได้หมายความว่าบ้านปลอดภัย!