posttoday
จากรถไฟสู่ Smart Tourism “ยุงเฟรา” สวิส ใช้ AI เชื่อมคน–เมือง–ธรรมชาติ ออกแบบท่องเที่ยว

จากรถไฟสู่ Smart Tourism “ยุงเฟรา” สวิส ใช้ AI เชื่อมคน–เมือง–ธรรมชาติ ออกแบบท่องเที่ยว

30 กันยายน 2569

ยุงเฟราแห่งสวิตเซอร์แลนด์ปรับโฉมท่องเที่ยวภูเขาสู่ Smart Tourism ใช้ AI ออกแบบเส้นทางเฉพาะบุคคล ควบคู่พลังน้ำ–โซลาร์ ลดขยะ และเปิดพื้นที่ให้ชุมชนร่วมตัดสินใจ เดินหน้าพัฒนาโดยไม่ทำลายธรรมชาติ

KEY

POINTS

  • การรถไฟยุงเฟรานำเทคโนโลยี AI มาใช้เปลี่ยนระบบบริการจากการจองตั๋วแบบเดิม ไปสู่การเป็นผู้ช่วยวางแผนการเดินทางที่สามารถออกแบบทริปให้เหมาะกับความสนใจของนักท่องเที่ยวแต่ละคน
  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ เช่น กระเช้า Eiger Express ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเน้นการลดผลกระทบต่อภูมิทัศน์และใช้พลังงานสะอาด 100% จากพลังน้ำและระบบนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่
  • ทุกโครงการพัฒนาต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นและได้รับความเห็นชอบจากชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้การท่องเที่ยวเติบโตไปพร้อมกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาสูงกว่า 3,400 เมตร อาจฟังดูเป็นเรื่องของรถไฟและกระเช้า แต่สำหรับ การรถไฟยุงเฟรา (Jungfrau Railways) ยักษ์การท่องเที่ยวแห่งสวิตเซอร์แลนด์การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวในวันนี้กำลังขยับไปไกลกว่านั้น..

 

เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ถูกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยว ขณะเดียวกันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังต้องเดินไปพร้อมกับการรักษาธรรมชาติและการมีส่วนร่วมของชุมชน

 

จากรถไฟสู่ Smart Tourism “ยุงเฟรา” สวิส ใช้ AI เชื่อมคน–เมือง–ธรรมชาติ ออกแบบท่องเที่ยว

 

นายโอลิเวอร์ ฮัมเมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การรถไฟยุงเฟรา ในโอกาสที่ได้เดินทางตรงมาประเทศไทยเพื่อพบปะสื่อมวลชนและร่วมจิบชายามบ่ายในบรรยากาศเป็นกันเอง พร้อมอัปเดตข้อมูลการท่องเที่ยวในภูมิภาคเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ ที่โรงแรม Fairmont Bangkok Sukhumvit (สุขุมวิท 20) กล่าวว่า

 

ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี การรถไฟยุงเฟราเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ด้านการบุกเบิกและนวัตกรรมของสวิตเซอร์แลนด์ โดยในปี 1912 รถไฟสามารถเดินทางขึ้นสู่ ยุงเฟรายอค – ท็อป ออฟ ยุโรป (Jungfraujoch – Top of Europe) ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,454 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และกลายเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวภูเขาที่มีชื่อเสียงของประเทศ

 

จากรถไฟสู่ Smart Tourism “ยุงเฟรา” สวิส ใช้ AI เชื่อมคน–เมือง–ธรรมชาติ ออกแบบท่องเที่ยว

 

“จากยุคบุกเบิกนักท่องเที่ยวจะมาเริ่มต้นเส้นทางสู่ยุงเฟราที่อินเตอร์ลาเคน จากเรือมาสู่รถไฟสายหลักของสวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงแรกเส้นทางที่จะขึ้นสู่ยอดเขายุงเฟราทั้งกระเช้าและรถไฟจะแยกกันบริหารจัดการ ต่อมาการรถไฟยุงเฟราได้รวมเส้นทางทั้งหมดไว้ด้วยกัน

 

พร้อมกับการพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงแต่ละจุดเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว โดยเส้นทางล่าสุดก็คือ ไอเกอร์ เอ็กซเพรส ส่วนหนึ่งของโครงการระบบกระเช้า V-Cableway

 

อันเป็นนวัตกรรมล้ำสมัยของยุงเฟราที่เกิดขึ้นระหว่างการแพร่ระบาดของโควิด 19 ช่วยย่นระยะเวลาเดินทางไปยังยุงเฟรายอคได้เร็วขึ้น จากสถานีต้นทางกรินเดิลวาลด์ เทอร์มินอลไปยังสถานีปลายทางไอเกอร์เกล็ตเชอร์ในเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น”

 

เส้นทางดังกล่าวพาดผ่านอุโมงค์ใต้เทือกเขาไอเกอร์และเมินช์ โดยระหว่างทางนักท่องเที่ยวยังสามารถชมวิวภูเขาผ่านจุดชมวิวแบบพาโนรามาที่สถานีไอซ์เมียร์ ทำให้การเดินทางไม่ได้เป็นเพียงการ “ขึ้นไปถึงจุดหมาย” แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นทาง

 

จากรถไฟและกระเช้า สู่ระบบเดินทางที่เชื่อมทั้งพื้นที่

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่ท่องเที่ยวให้เป็นเครือข่ายเดียวกัน จากเดิมที่เส้นทางรถไฟและกระเช้าแยกกันบริหาร การรถไฟยุงเฟราค่อย ๆ เชื่อมระบบการเดินทางเข้าด้วยกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางระหว่างจุดต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น

 

จากรถไฟสู่ Smart Tourism “ยุงเฟรา” สวิส ใช้ AI เชื่อมคน–เมือง–ธรรมชาติ ออกแบบท่องเที่ยว

 

หนึ่งในโครงการสำคัญคือ ไอเกอร์ เอ็กซ์เพรส (Eiger Express) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ V-Cableway เชื่อมจากกรินเดิลวาลด์ เทอร์มินอล ไปยังไอเกอร์เกล็ตเชอร์ ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 15 นาที

 

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวไม่ได้วัดเพียงความเร็วในการเดินทาง หากยังผูกเข้ากับแนวคิดการลดผลกระทบต่อภูมิทัศน์ โดยไอเกอร์ เอ็กซ์เพรสใช้เสารองรับเพียง 7 ต้นตลอดเส้นทางกว่า 6,483 เมตร และใช้ระบบเคเบิล 3 เส้น เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของกระเช้าและรองรับสภาพลมแรง

 

ขณะเดียวกัน การพัฒนาพื้นที่ไม่ได้ดำเนินการโดยมองข้ามคนในพื้นที่ เพราะพื้นที่ที่การรถไฟยุงเฟราดูแลครอบคลุม 9 ตำบลใน 2 จังหวัด การพัฒนาโครงการใหม่จึงต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของชุมชน

 

ฮัมเมลระบุว่า หากชุมชนไม่เห็นด้วย การรถไฟจะไม่เดินหน้าโครงการพัฒนาเพิ่มเติม โดยปัจจุบันมีแผนย้ายจุดขึ้นกระเช้าสู่กรินเดิลวาลด์ เฟียสต์ให้มาอยู่ใกล้สถานีรถไฟกรินเดิลวาลด์มากขึ้น เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางให้สะดวกขึ้น และอยู่ระหว่างการวางแผนร่วมกับชุมชนโดยรอบ

 

จากรถไฟสู่ Smart Tourism “ยุงเฟรา” สวิส ใช้ AI เชื่อมคน–เมือง–ธรรมชาติ ออกแบบท่องเที่ยว

 

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า สำหรับเมืองท่องเที่ยวบนภูเขา “ความสะดวก” ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งใหม่ให้มากที่สุด แต่คือการออกแบบระบบให้คนเดินทางได้ง่ายขึ้น โดยยังรักษาสมดุลกับพื้นที่เดิม

 

พลังน้ำ 100 ปี ก่อนคำว่า Net Zero จะเป็นกระแส

อีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจคือแนวคิดด้านพลังงาน เพราะการรถไฟยุงเฟราใช้ไฟฟ้ากับขบวนรถไฟทั้งหมด และมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่เริ่มผลิตไฟฟ้ามาตั้งแต่ช่วงปี 1912

 

ในช่วงฤดูร้อน เมื่อหิมะบนภูเขาละลาย น้ำจะไหลผ่านระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งมีเครื่องผลิตไฟฟ้า 2 เครื่องอยู่ใต้น้ำ ไฟฟ้าที่ผลิตได้ถูกนำมาใช้กับระบบรถไฟและกระเช้า ขณะเดียวกันยังสามารถส่งไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบและนำไปใช้กับสาธารณูปโภคในชุมชน

 

เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว การรถไฟจะซื้อไฟฟ้าจากภาครัฐเพิ่มเติม ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ โดยมีโครงการที่ดำเนินการแล้ว 1 แห่ง และอีก 1 แห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง พร้อมแผนติดตั้งแบตเตอรี่เพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ในช่วงกลางคืน

 

ระบบพลังงานยังถูกเสริมด้วย Braking Power Recuperation หรือระบบนำพลังงานจากการเบรกกลับมาใช้ใหม่ เมื่อรถไฟวิ่งลงเขา พลังงานจลน์จากการเบรกจะถูกเปลี่ยนกลับเป็นพลังงานไฟฟ้าและส่งคืนเข้าสู่ระบบกริด

 

ข้อมูลของการรถไฟยุงเฟราระบุว่า ไฟฟ้าที่ได้จากรถไฟที่วิ่งลงจากยุงเฟรายอค 3 เที่ยว สามารถนำกลับมาใช้กับรถไฟขาขึ้นได้ประมาณ 1 เที่ยว

 

นี่คือการออกแบบระบบที่ไม่ได้มอง “การเดินทางขึ้นเขา” และ “การเดินทางลงเขา” เป็นคนละส่วน แต่พยายามนำพลังงานจากการเดินทางกลับเข้าสู่ระบบให้ได้มากที่สุด

 

จากรถไฟสู่ Smart Tourism “ยุงเฟรา” สวิส ใช้ AI เชื่อมคน–เมือง–ธรรมชาติ ออกแบบท่องเที่ยว

 

ขยะอาหารก็ถูกจัดการด้วยข้อมูล

สิ่งที่น่าสนใจในความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของชาวสวิสในเรื่องความยั่งยืนที่อยู่ในสายเลือด เพราะยุงเฟราไม่ได้หยุดแค่เรื่องพลังงาน แต่ลงลึกไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านอาหารด้วย มีการคัดแยกขยะเพื่อนำทั้งหมดไปรีไซเคิลแล้วนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง

 

ในส่วนของร้านอาหารที่มีอยู่ทุกจุดจะมีระบบการตรวจสอบเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดขยะประเภทเศษอาหารเพิ่มขึ้น

 

หากพบว่าปริมาณอาหารที่เสิร์ฟให้กับนักท่องเที่ยวเหลือ อาหารชนิดนั้นจะถูกนำมาคำนวนปริมาณต่อหนึ่งเสิร์ฟใหม่ เพื่อให้ปริมาณอาหารพอดีกับความต้องการและไม่เหลือทิ้งเป็นขยะ

 

แนวคิดนี้สะท้อนอีกมิติของ Smart Tourism ที่ไม่ได้หมายถึงการใช้ AI หรือแอปพลิเคชันเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการใช้ ข้อมูลจากพฤติกรรมจริง มาปรับระบบบริการและลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น

 

AI เปลี่ยนจาก “จองตั๋ว” เป็น “ออกแบบทริปเฉพาะคน”

ยิ่งกว่านั้นการเปลี่ยนแปลงสำคัญกำลังเกิดขึ้นในระบบบริการนักท่องเที่ยว เมื่อการรถไฟยุงเฟรากำลังทยอยพัฒนาระบบเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ตั้งแต่การจองบริการ ไปจนถึงการนำ AI เข้ามาช่วยวางแผนการเดินทาง

 

เป้าหมายไม่ใช่เพียงตอบคำถามว่า “จะไปอย่างไร” แต่ต้องการให้ระบบสามารถช่วยออกแบบเส้นทางให้เหมาะกับความสนใจของนักท่องเที่ยวแต่ละคนได้ด้วย

 

เช่น คนที่ต้องการกิจกรรมและความตื่นเต้นสามารถเลือก ยุงเฟราเฟียสต์ – ท็อป ออฟ แอดเวนเจอร์ ขณะที่ผู้ที่ชื่นชอบการเดินเขาสามารถเลือกพื้นที่ ไอเกอร์เกล็ตเชอร์ และ ไคลเนอ ไชเดกก์ – ท็อป ออฟ ไฮกิ้ง

 

การใช้ AI ในลักษณะนี้จึงเป็นการขยับจากระบบจองแบบเดิม ไปสู่การเป็น “ผู้ช่วยวางแผนการเดินทาง” ที่เชื่อมข้อมูลสถานที่ กิจกรรม และความสนใจของนักท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน

 

โดยในปี 2025 การรถไฟยุงเฟราระบุว่า มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมายังพื้นที่ราว 80,000 คน สะท้อนถึงตลาดนักท่องเที่ยวไทยที่ยังมีความสำคัญต่อเส้นทางดังกล่าว

 

จากรถไฟสู่ Smart Tourism “ยุงเฟรา” สวิส ใช้ AI เชื่อมคน–เมือง–ธรรมชาติ ออกแบบท่องเที่ยว

 

พัฒนาเพิ่ม แต่ไม่สร้างจนทำลายสิ่งที่มีอยู่

แผนพัฒนาในระยะต่อไปยังมีทั้งการปรับปรุงพื้นที่ชมวิว 360 องศา การเพิ่มร้านอาหารที่สถานีไอเกอร์เกล็ตเชอร์ ซึ่งคาดว่าจะรองรับได้ประมาณ 400 ที่นั่ง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวและช่วยลดความแออัดบริเวณยุงเฟรายอค รวมถึงแผนพัฒนาโรงแรมขนาดประมาณ 200 ห้อง หรือ 400 เตียง ที่อินเตอร์ลาเคนโอสต์ในปี 2028

 

แต่หัวใจสำคัญของการพัฒนาไม่ได้อยู่ที่จำนวนโครงการ หากอยู่ที่คำถามว่า “จะเพิ่มสิ่งใหม่อย่างไรโดยไม่ทำลายสิ่งที่มีอยู่เดิม”

 

ฮัมเมลกล่าวว่า การรถไฟยุงเฟราพยายามพัฒนาพื้นที่เพิ่มเติม แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่ทำร้ายสิ่งที่มีอยู่ และยังมุ่งดูแลพื้นที่โดยรอบยุงเฟราและกรินเดิลวาลด์ให้คงความงดงามของธรรมชาติไว้

 

“เราพยายามพัฒนาพื้นที่เพิ่มขึ้น แต่อยู่บนพื้นฐานการไม่ทำร้ายในสิ่งที่มีอยู่เดิม ไม่ใช่แค่เพราะบริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลก เพราะนับตั้งแต่วันแรกที่เราพบสาวน้อยคนนี้ (คำว่า "ยุงเฟรา" หมายถึงสาวน้อย) ร้อยปีผ่านไปก็ยังคงเดิม

 

แม้ว่าโลกร้อนจะทำให้น้ำแข็งละลายลดลงหนึ่งเซ็นติเมตรทุกปี แต่เรายังคงมุ่งมั่นที่จะดูแลพื้นที่ที่อยู่โดยรอบของยุงเฟราและกรินเดิลวาลด์ เพื่อให้ธรรมชาติอันงดงามคงอยู่ตลอดไป”

 

จากรถไฟสู่ Smart Tourism “ยุงเฟรา” สวิส ใช้ AI เชื่อมคน–เมือง–ธรรมชาติ ออกแบบท่องเที่ยว

 

กรินเดิลวาลด์ เมืองที่การท่องเที่ยวต้องเดินไปพร้อมกับวิถีชุมชน

ด้าน บรูโน เฮาสเวิร์ธ ผู้อำนวยการรีสอร์ต Grindelwald Tourismus กล่าวว่า กรินเดิลวาลด์เป็นหมู่บ้านบนภูเขาที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาไอเกอร์ และเป็นหนึ่งใน 23 เขตเทศบาลที่อยู่ในพื้นที่มรดกโลกยูเนสโก “ยุงเฟรา-อเล็ตช์”

 

จุดเด่นของพื้นที่คือการผสมผสานระหว่างภูมิประเทศภูเขา ระบบรถไฟและกระเช้า กิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงวิถีชีวิตที่เติบโตมากับเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว

 

กรินเดิลวาลด์เปิดรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี โดยข้อมูลปี 2025 ระบุว่า นักท่องเที่ยวเดินทางมาในช่วงฤดูร้อนประมาณ 60% และฤดูหนาว 40%

 

ภาพแสดงการฉายภาพเสือขนาดมหึมาลงบนหน้าผาฝั่งทิศเหนือของภูเขาไอเกอร์ (Eiger) ในเมืองกรินเดลวาลด์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินด้านแสง Gerry Hofstetter ที่จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองปีขาล (ปีเสือ) ในปี ค.ศ. 2022

 

กิจกรรมจึงเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ตั้งแต่การเดินเล่นและเส้นทางธรรมชาติในฤดูใบไม้ผลิ การเดินป่า วิ่งเทรล และปั่นจักรยานเสือภูเขาในฤดูร้อน ไปจนถึงการเดินป่าในฤดูใบไม้ร่วง และสกี สโนว์บอร์ด รวมถึงกิจกรรมบนภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว

 

ทั้งหมดนี้ทำให้กรินเดิลวาลด์ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียง “จุดหมายปลายทาง” แต่เป็นระบบเมืองท่องเที่ยวที่รถไฟ กระเช้า ธรรมชาติ ธุรกิจ และชุมชนต้องทำงานร่วมกัน

 

บทเรียนจากยุงเฟราจึงไม่ได้อยู่ที่การมีรถไฟขึ้นสู่ยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรปเท่านั้น แต่อยู่ที่การออกแบบเมืองท่องเที่ยวให้เทคโนโลยีช่วยให้คนเดินทางง่ายขึ้น ขณะที่ข้อมูลช่วยใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาต้องเดินไปพร้อมกับธรรมชาติและเสียงของคนในพื้นที่

 

รถไฟยุงเฟราสายสีแดง สัญลักษณ์แห่งสวิตเซอร์แลนด์ เข้าเทียบชานชลาสถานียุงเฟรายอค สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป มากมายไปด้วยนักท่องเที่ยวชาติต่างๆ

ข่าวล่าสุด

คลังเร่งฟื้น กยศ.หลัง ครม.เติมสภาพคล่อง 1,200 ล. ไล่สางหนี้ แยก "คนเดือดร้อน-ไม่จ่าย”

คลังเร่งฟื้น กยศ.หลัง ครม.เติมสภาพคล่อง 1,200 ล. ไล่สางหนี้ แยก "คนเดือดร้อน-ไม่จ่าย”