
เริ่มมีหวัง ! กทม. คาด 2 วันถนนหลักแห้ง 90% เร่งกู้ “คลองจั่น-ร่มเกล้า”
กทม. ประเมินถนนสายหลัก 90% แห้งภายใน 2 วัน เร่งระบายน้ำพื้นที่แอ่งกระทะคลองจั่น-ร่มเกล้า พร้อมส่งทีมลุยชุมชนซอยลึก
KEY
POINTS
- กทม. คาดการณ์ว่าภายใน 2 วัน ถนนสายหลักประมาณ 90% จะกลับสู่สภาวะแห้งและสัญจรได้ตามปกติ หลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย
- กทม. กำลังเร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับพื้นที่แอ่งกระทะ เช่น คลองจั่น และร่มเกล้า-ลาดกระบัง
- สำหรับพื้นที่ชุมชนขนาดใหญ่ที่เป็นแอ่งกระทะ อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูประมาณ 7 วัน ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับน้ำและสภาพพื้นที่
สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครเริ่มคลี่คลาย หลังฝนหยุดตกและระดับน้ำในหลายพื้นที่ลดลงต่อเนื่อง
ทั้งนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ประเมินว่า ภายใน 2 วัน ถนนสายหลักประมาณ 90% จะกลับมาแห้งและสามารถสัญจรได้ตามปกติ
ขณะที่พื้นที่แอ่งกระทะและชุมชนขนาดใหญ่อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูประมาณ 7 วัน ขึ้นอยู่กับระดับน้ำและสภาพพื้นที่
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะรองผู้ว่าฯ เผยภาพรวมสถานการณ์ว่า ตอนนี้เริ่มดีขึ้นหลังฝนหยุดตก หลายพื้นที่มีระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคลองแสนแสบตั้งแต่ช่วงต้นคลองถึงบริเวณใกล้วัดเทพลีลา
ขณะที่พื้นที่ชั้นในและถนนสายหลักหลายแห่งเริ่มกลับมาสัญจรได้แล้ว อาทิ ถนนวิภาวดีรังสิต รวมถึงหมู่บ้านชินเขตและซอยลาดพร้าว 80 ที่หลายจุดเริ่มแห้ง
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ฝั่งตะวันออกยังต้องติดตามสถานการณ์ โดยเฉพาะลาดกระบัง ซึ่งคลองประเวศบุรีรมย์ยังมีปริมาณน้ำมาก เนื่องจากเป็นคลองสายยาว ส่วนมีนบุรีสถานการณ์ดีขึ้น ขณะที่สายไหมยังต้องเฝ้าระวังน้ำล้นข้ามคลองหกวาสายล่างจากฝั่งจังหวัดปทุมธานี
เร่งกู้พื้นที่แอ่งกระทะ “คลองจั่น-ร่มเกล้า”
นายชัชชาติระบุว่า เป้าหมายของ กทม. คือเร่งทำให้ถนนสายหลักประมาณ 90% กลับมาแห้งภายใน 2 วัน ส่วนถนนสายรองอาจใช้เวลานานกว่า ขณะที่ชุมชนขนาดใหญ่ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่แอ่งกระทะ อาจต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน
ทั้งนี้ กรอบเวลาดังกล่าวเป็นเป้าหมายในการเร่งดำเนินการ ไม่ใช่ระยะเวลาที่สามารถยืนยันได้แน่นอน เพราะยังขึ้นอยู่กับระดับน้ำและสภาพพื้นที่
พื้นที่ที่ กทม. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ คลองจั่น และร่มเกล้า-ลาดกระบัง โดยอยู่ระหว่างวางแผนจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อเร่งดึงน้ำออกทันทีเมื่อระดับน้ำในคลองสายหลักลดลงและมีศักยภาพรองรับการระบาย
ส่วนกรณีน้ำผุดขึ้นตามท่อระบายน้ำในบางพื้นที่ เช่น พระโขนง กทม. ชี้แจงว่าเป็นผลชั่วคราวจากการเร่งสูบและบายพาสมวลน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่ระดับน้ำในคลองหลักยังสูง จึงเกิดแรงดันน้ำย้อนขึ้นตามท่อระบายน้ำ เมื่อระดับน้ำในคลองลดลง ปัญหาดังกล่าวจะคลี่คลาย
อุโมงค์ 3 แห่งระบายน้ำรวม 150 ลบ.ม./วินาที
ด้านระบบระบายน้ำ ปัจจุบัน กทม. เดินเครื่องอุโมงค์ระบายน้ำหลัก 3 แห่ง ได้แก่ อุโมงค์บึงมักกะสัน 45 ลบ.ม./วินาที อุโมงค์บางซื่อ 45 ลบ.ม./วินาที และอุโมงค์พระโขนง 60 ลบ.ม./วินาที รวมกำลังระบายน้ำประมาณ 150 ลบ.ม./วินาที
นอกจากนี้ ยังใช้เรือผลักดันน้ำช่วยเร่งการระบายในคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่
สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือในแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 2,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งยังอยู่ในระดับที่คันกั้นน้ำสามารถรองรับได้ ขณะที่น้ำทะเลหนุนสูงสุดในวันนี้ เวลา 19.00 น. คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.0 เมตร รทก. ต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำที่สูงเกือบ 3.0 เมตร รทก.
กทม. ประเมินว่า ผลกระทบจากน้ำหนุนจะอยู่กับชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำเป็นหลัก และยังประสานกรมชลประทานอย่างต่อเนื่องเพื่อบริหารการผันน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ปรับระบบกระจายอาหาร เจาะชุมชนซอยลึก
แม้พื้นที่หลักจะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น แต่ กทม. ยอมรับว่ายังมีชุมชนขนาดเล็กและอาคารที่อยู่ลึกเข้าไปในซอย ซึ่งเข้าถึงได้ยาก
จึงปรับระบบกระจายอาหาร โดยให้สำนักงานเขตผลิตอาหารเองเป็นหลัก หากกำลังการผลิตไม่เพียงพอ จะให้โรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษาช่วยผลิตและจัดส่งตรงไปยังพื้นที่ เพื่อลดขั้นตอนการผ่านส่วนกลาง
พร้อมกันนี้ กทม. ขอรับการสนับสนุนรถยกสูงเพิ่มอีก 6 คัน และประสานเรือขนาดเล็ก เจ็ตสกี รวมถึงภาคเอกชน เพื่อช่วยลำเลียงอาหาร ถุงยังชีพ นมผงเด็ก ผ้าอ้อม และสิ่งของจำเป็นเข้าไปในซอยแคบ
ขณะเดียวกัน กทม. ใช้ระบบติดตามข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ (Social Listening) และสายด่วน 1555 เพื่อค้นหาและติดตามผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งดำเนินการช่วยเหลือไปแล้วมากกว่า 300 ราย พร้อมกำชับให้ติดตามแต่ละเคสจนกว่าจะได้รับความช่วยเหลือ
น้ำลดเริ่ม Big Cleaning เก็บขยะชิ้นใหญ่
สำหรับพื้นที่ที่ระดับน้ำลดจนเริ่มแห้ง กทม. เตรียมทยอยเข้าสู่ระยะฟื้นฟู โดยเริ่มทำความสะอาดถนนและเก็บขยะชิ้นใหญ่ เช่น ตู้ เตียง และเฟอร์นิเจอร์ พร้อมใช้ระบบจับคู่เขต (Buddy) ระดมกำลังคนและเครื่องจักรจากเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าไปสนับสนุนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก
สำนักอนามัยจะเข้ามาสนับสนุนด้านสุขอนามัย ทั้งยาน้ำกัดเท้า ยากันยุง และสิ่งจำเป็นอื่นๆ รวมถึงเตรียมของใช้สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ เช่น นมผงเด็กและผ้าอ้อม ให้เพียงพอต่อความต้องการ
ส่วนโรงเรียนในสังกัด กทม. อยู่ระหว่างพิจารณาปรับรูปแบบการเรียนการสอนและการสอบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ เนื่องจากโรงเรียนหลายแห่งถูกใช้เป็นศูนย์พักพิงและครัวกลาง ขณะที่อยู่ในช่วงใกล้ปิดภาคเรียน
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งกระจายทรัพยากรและความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่ยังเข้าถึงยาก เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง







