
ล้อมคอก! การบินไทยเร่งกู้วิกฤต 72 ชั่วโมง ลดเที่ยวบิน 30-40% เคลียร์กระเป๋าตกค้าง 5,600 ใบ
“การบินไทย (THAI)” ขอโทษผู้โดยสาร หลังเที่ยวบินล่าช้าหนักต่อเนื่อง 3 วัน รับเหตุการณ์น้ำท่วมกระทบกำลังคนรุนแรงกว่าคาด ทำเที่ยวบินล่าช้าต่อเนื่องและสัมภาระตกค้างกว่า 5,600 ใบ “ชาย เอี่ยมศิริ” สั่งลดเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ 30-40% ราว 110 เที่ยวต่อวัน พร้อมระดมกำลังภาครัฐ-ทหาร-พนักงานสำนักงานใหญ่ช่วยหน้างาน ตั้งเป้าเคลียร์ระบบและกระเป๋าตกค้างสนามบินภายใน 72 ชั่วโมง
KEY
POINTS
- “การบินไทย (THAI)” ขอโทษผู้โดยสาร หลังเที่ยวบินล่าช้าหนักต่อเนื่อง 3 วัน รับเหตุการณ์น้ำท่วมกระทบกำลังคนรุนแรงกว่าคาด
- ทำเที่ยวบินล่าช้าต่อเนื่องและสัมภาระตกค้างกว่า 5,600 ใบ “ชาย เอี่ยมศิริ” สั่งลดเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ 30-40% ราว 110 เที่ยวต่อวัน
- พร้อมระดมกำลังภาครัฐ-ทหาร-พนักงานสำนักงานใหญ่ช่วยหน้างาน ตั้งเป้าเคลียร์ระบบและกระเป๋าตกค้างสนามบินภายใน 72 ชั่วโมง
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI แถลงข่าวด่วน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันที่ 29 กันยายน 2569 โดยกล่าวขอโทษผู้โดยสารและลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เที่ยวบินล่าช้าและสัมภาระตกค้างในช่วง 3 วันที่ผ่านมา
พร้อมยอมรับว่า ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่โดยรอบกรุงเทพฯ รุนแรงกว่าที่ฝ่ายบริหารประเมินไว้
โดยระบุว่าก่อนเกิดเหตุ การบินไทยมีแผนรองรับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเตรียมกำลังคนไว้ล่วงหน้า แต่สถานการณ์จริงพบว่าพนักงานจำนวนมากที่พักอาศัยบริเวณโดยรอบสนามบินได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้
โดยเฉพาะบุคลากรที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะและใบอนุญาตในการปฏิบัติงานภาคพื้น เช่น การควบคุมและใช้อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งไม่สามารถใช้แรงงานทั่วไปเข้ามาทดแทนได้ทันที
“ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่แรงงานอย่างเดียว แต่อยู่ที่แรงงานที่ต้องใช้สกิล เพราะไม่ใช่ใครก็สามารถทำงานเหล่านี้ได้”นายชายกล่าว
การบินไทยจึงต้องประสานหน่วยงานภาครัฐและกองทัพเข้าช่วยเหลือ รวมถึงส่งรถเข้าไปถึงพื้นที่พักอาศัยของพนักงานบางส่วนเพื่อรับตัวออกมาปฏิบัติงาน ขณะที่ฝ่ายบริหารเร่งติดตามบุคลากรที่มีใบอนุญาตและทักษะเฉพาะให้กลับเข้าสู่ระบบโดยเร็ว
ลดเที่ยวบิน 30-40%
นายชาย ยอมรับว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เที่ยวบินของการบินไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเที่ยวบินล่าช้าเกือบทั้งหมด ขณะที่เที่ยวบินที่สามารถออกตรงเวลาได้มีสัดส่วนต่ำมาก
จากสถานการณ์ดังกล่าว ฝ่ายบริหารจึงตัดสินใจลดกำลังการผลิต หรือ Capacity ลงทันที โดยยกเลิกบางเที่ยวบินและโอนถ่ายผู้โดยสารไปยังสายการบินอื่น เพื่อไม่ให้ปัญหาความล่าช้าขยายตัวต่อเนื่อง
สำหรับเที่ยวบินที่ออกจากกรุงเทพฯ เดิมมีประมาณ 110 เที่ยวบินต่อวัน การบินไทยเตรียมลดลงประมาณ 30% หรือ 30 กว่าเที่ยวบินต่อวัน เพื่อให้กำลังคนและทรัพยากรที่มีอยู่สามารถรองรับเที่ยวบินที่เหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“เราต้องลด Capacity ตัวเองลง เพื่อเอาเที่ยวบินที่มีอยู่ให้รอด ให้ตรงเวลามากขึ้น”นายชายกล่าว
ทำไมกระทบหนักกว่าสายการบินอื่น?
ดีดีการบินไทย อธิบายว่า ปัจจัยสำคัญมาจากโครงสร้างการดำเนินงานของบริษัทที่ใช้กรุงเทพฯ เป็นฐานการผลิตหลัก ทำให้กิจกรรมด้านการบินจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการขนถ่ายสัมภาระ การจัดการภาคพื้น และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ต้องเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ
ขณะที่สายการบินบางแห่งสามารถจัดการสัมภาระและกิจกรรมส่วนใหญ่ตั้งแต่ต้นทาง แล้วบินเข้าสุวรรณภูมิและออกจากประเทศไทยได้รวดเร็วกว่า ดังนั้น เมื่อแรงงานในพื้นที่ฐานการผลิตได้รับผลกระทบ การบินไทยจึงได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างและต่อเนื่อง
เร่งเคลียร์ภายใน 72 ชั่วโมง
อีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือสัมภาระของผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่ง ณ วันที่ 29 กันยายน มีสัมภาระตกค้างประมาณ 5,600 ใบ และบริษัทตั้งเป้าหมายเร่งเคลียร์สัมภาระดังกล่าวให้ได้ภายใน 72 ชั่วโมง
แนวทางสำคัญคือแยกกระเป๋าที่ตกค้างออกจากสัมภาระของเที่ยวบินใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมซ้ำ โดยจะนำสัมภาระที่ตกค้างออกจากพื้นที่ภายใน Terminal และเปิดให้ผู้โดยสารสามารถเข้ามารับสัมภาระได้ตามเที่ยวบินและโซนที่กำหนด
การบินไทยยังเตรียมระบบจัดส่งสัมภาระให้ถึงผู้โดยสาร โดยประสานผู้ประกอบการขนส่ง 3 ราย รวมถึงไปรษณีย์ไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายกระเป๋าตกค้างออกจากสนามบิน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้พนักงานหน้างานทำงานต่อเนื่องมาหลายวันและเกิดความเหนื่อยล้า การบินไทยจึงดึงพนักงานจากสำนักงานใหญ่และฝ่าย Back Office เข้ามาช่วยปฏิบัติงานภาคสนาม ตั้งแต่การจัดการสัมภาระไปจนถึงการประสานงานกับผู้โดยสาร
ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมและกองทัพอากาศได้สนับสนุนกำลังพลเข้ามาช่วยเหลือ โดยการบินไทยเตรียมขอกำลังเพิ่มเติมเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่
นายชายระบุว่า ปัญหาครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการขาดแรงงานทั่วไปเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการขาดบุคลากรที่มีทักษะและใบอนุญาตเฉพาะ ซึ่งเป็น “คอขวด” สำคัญของกระบวนการปฏิบัติการภาคพื้น
คาร์โก้ล้นคลัง ซ้ำเติม Operation
นอกจากผู้โดยสารและสัมภาระแล้ว การขนส่งสินค้า หรือ Cargo ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เนื่องจากผู้รับสินค้าและ Freight Forwarder บางส่วนไม่สามารถเดินทางมารับสินค้าออกจาก Cargo Terminal ได้ตามปกติ
ส่งผลให้ Cargo สะสมและพื้นที่คลังสินค้าเริ่มตึงตัว ขณะเดียวกันอุปกรณ์ที่ใช้ขนถ่ายสินค้าจากเครื่องบินก็ไม่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้งานกับเที่ยวบินอื่นได้ตามปกติ
การบินไทยจึงต้องเร่งประสานผู้ประกอบการให้เข้ามารับสินค้าออกจากคลัง เพื่อเปิดพื้นที่และคืนอุปกรณ์เข้าสู่ระบบโดยเร็ว
ดึงคนกลับระบบใน 3 วัน
นายชาย กล่าวว่า การแก้ปัญหาจากนี้จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 3 วัน โดยภารกิจสำคัญที่สุดคือการนำบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะกลับเข้าสู่ระบบให้ได้มากที่สุด
บริษัทมีการติดตามพนักงานเป็นรายบุคคล พร้อมเพิ่มแรงจูงใจและช่วยแก้ไขปัญหาส่วนตัวที่ทำให้พนักงานไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ เพราะพนักงานบางส่วนยังต้องดูแลบ้านและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
“เราต้องไปช่วยแก้ปัญหาส่วนตัวของพนักงาน เพื่อให้เขาออกมาทำงานให้ส่วนรวมได้ เพราะเราต้องการคนเหล่านั้นจริงๆ” นายชายกล่าว
ยันไม่นิ่งนอนใจ
นายชาย ย้ำว่า ฝ่ายบริหารไม่ได้เพิกเฉยต่อสถานการณ์ โดยตัวเขาเองอยู่ติดตามสถานการณ์ที่สุวรรณภูมิต่อเนื่อง 3 วัน พร้อมให้ฝ่ายบริหารหลายส่วนลงมาทำงานในพื้นที่จริง เพื่อแก้ปัญหาหน้างาน
“ผมอยู่ที่นี่มา 3 วัน ฝ่ายบริหารหลายๆ ท่านก็มาอยู่ที่นี่หน้า งาน ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามแก้ไขปัญหา”
พร้อมยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากสถานการณ์ที่รุนแรงเกินกว่าที่ประเมินไว้ แม้บริษัทจะมีแผนรองรับอยู่แล้วก็ตาม และขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังร่วมกันแก้ไขปัญหา
สำหรับผู้โดยสารที่มีสัมภาระตกค้าง การบินไทยจะทยอยประกาศรายละเอียดเที่ยวบินและกระเป๋าที่สามารถเข้ารับได้ผ่านช่องทาง Facebook และเว็บไซต์ของบริษัท โดยจะจัดระบบตามวันเดินทางและโซน เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบและรับสัมภาระได้อย่างเป็นระบบ
เป้าหมายของการบินไทยในระยะเร่งด่วน คือ ลดเที่ยวบินให้สอดคล้องกับกำลังคน เคลียร์สัมภาระตกค้างประมาณ 5,600 ใบ และทำให้ระบบปฏิบัติการกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในกรอบ 72 ชั่วโมง.







