posttoday
ส่องกฎ หลังเปิดเกมโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 MW จัดไฟสะอาดให้ตรงกับการใช้พลังงาน

ส่องกฎ หลังเปิดเกมโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 MW จัดไฟสะอาดให้ตรงกับการใช้พลังงาน

25 กันยายน 2569

ส่องกฎโซลาร์ชุมชน หลังราชกิจจาฯ ประกาศระเบียบ กกพ. เดินหน้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ปูทางพลังงานสะอาดจากชุมชน สู่ระบบไฟฟ้าที่กระจายตัวและยั่งยืนมากขึ้น

KEY

POINTS

  • รัฐบาลอนุมัติโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนเพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายรวมไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์ เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดในระดับพื้นที่
  • หัวใจสำคัญของโครงการคือการกำหนดขนาดการผลิตไฟฟ้าให้สอดคล้องกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงและศักยภาพของโครงข่ายในแต่ละชุมชน เพื่อสร้างสมดุลและเสถียรภาพในระบบ
  • การคัดเลือกผู้พัฒนาโครงการจะใช้วิธีแข่งขันด้านคะแนนทางเทคนิคและความพร้อม (Competitive Scoring) ไม่ได้พิจารณาจากราคาเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ได้ผู้ที่มีความสามารถในการก่อสร้างและจ่ายไฟฟ้าได้ตามแผน

ราชกิจจาฯ ไฟเขียว “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” 1,500 เมกะวัตต์ ปั้นพลังงานสะอาดใกล้เมือง

 

ราชกิจจานุเบกษาประกาศระเบียบ กกพ. ว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน พ.ศ. 2569 เปิดทางรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวมไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์

 

วางระบบคัดเลือกผู้พัฒนาโดยพิจารณาทั้งคุณสมบัติและคะแนนด้านเทคนิค พร้อมกำหนดให้การผลิตไฟฟ้าสอดคล้องกับการใช้ไฟและศักยภาพโครงข่ายในแต่ละพื้นที่

 

ระเบียบดังกล่าวลงนามเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะเผยแพร่ข้อมูลโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา

 

หัวใจสำคัญของโครงการคือการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ขนาดกำลังการผลิตตามสัญญาไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อโครงการ

 

รวมเป้าหมายรับซื้อไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์ โดยกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed-in Tariff (FiT) ที่ 2.1679 บาทต่อหน่วย ตามกรอบที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบก่อนหน้านี้

 

ส่องกฎ หลังเปิดเกมโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 MW จัดไฟสะอาดให้ตรงกับการใช้พลังงาน

 

สำหรับมิติ Smart City จุดที่น่าสนใจคือ โครงการไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด แต่กำหนดให้การผลิตต้องสัมพันธ์กับ “การใช้ไฟในพื้นที่”

 

โดยการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะพิจารณาขนาดโครงการจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าของชุมชน รูปแบบการใช้ไฟฟ้า หรือ Load Profile รวมถึงศักยภาพของระบบไฟฟ้าและจุดเชื่อมต่อ หรือ Grid Capacity เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าไหลย้อนเข้าสู่ระบบส่ง

 

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการขยับจากการผลิตไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ไปสู่การผลิตพลังงานในระดับพื้นที่ โดยให้โรงไฟฟ้าอยู่ใกล้กับแหล่งใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ขณะที่ขนาดการผลิตของแต่ละชุมชนจะต้องสอดคล้องกับความสามารถในการรองรับของระบบไฟฟ้าในพื้นที่นั้น ๆ

 

ในขั้นตอนคัดเลือก การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะประกาศรายชื่อชุมชนที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ พร้อมปริมาณไฟฟ้าที่เหมาะสม ศักยภาพของสายป้อน (Feeder) และสถานีไฟฟ้า ก่อนเปิดรับคำเสนอขายไฟฟ้าจากผู้พัฒนาโครงการ

 

ผู้พัฒนาโครงการต้องผ่านคุณสมบัติขั้นต่ำในรูปแบบ Pass/Fail ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และต้องแข่งขันด้วยคะแนนคุณภาพด้านเทคนิค หรือ Competitive Scoring

 

เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีความพร้อมในการก่อสร้างและสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ตามแผน ไม่ได้พิจารณาจากราคาไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

 

ด้านคุณสมบัติ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งหรือจดทะเบียนในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า

 

และต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 2,000 บาทต่อกิโลวัตต์ของปริมาณไฟฟ้าที่เสนอขาย รวมถึงต้องผ่านการตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าว่าสามารถรองรับกำลังผลิตที่เสนอได้

 

โครงการที่เข้าร่วมต้องเป็นโรงไฟฟ้าที่ลงทุนก่อสร้างใหม่ ไม่เคยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือได้รับการตอบรับซื้อจากการไฟฟ้ามาก่อน และต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายกำหนด โดยมีกำหนด SCOD หรือวันจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ภายใน 18 เดือนนับจากวันลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า

 

ระเบียบยังวางเงื่อนไขเพื่อควบคุมความต่อเนื่องของโครงการ โดยหากไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบภายในเวลาที่กำหนดจะมีค่าปรับ และหากล่าช้าเกิน 12 เดือนจากกำหนด SCOD สัญญาซื้อขายไฟฟ้าจะสิ้นสุดลง พร้อมการยึดหลักประกันสัญญา

 

อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานคือ สิทธิใน Renewable Energy Certificate (REC) หรือ Carbon Credit ที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน จะเป็นของการไฟฟ้าในฐานะผู้รับซื้อหรือภาครัฐ ขณะที่ผู้ผลิตต้องให้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนฐานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

 

ระเบียบยังกำหนดข้อจำกัดด้านการเปลี่ยนมือโครงการ โดยห้ามโอนสิทธิตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจนกว่าจะครบ 5 ปีหลังวัน COD และกำหนดให้กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมต้องถือหุ้นรวมกันมากกว่า 50% ในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อป้องกันการเปลี่ยนมือโครงการในช่วงเริ่มต้น

 

สำหรับภาพใหญ่ โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์จึงเป็นอีกกลไกในการเพิ่มพลังงานหมุนเวียน โดยใช้ระบบไฟฟ้าและรูปแบบการใช้พลังงานของแต่ละชุมชนเป็นตัวกำหนดขนาดการผลิต ซึ่งเชื่อมโยงทั้งเรื่องพลังงานสะอาด ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และการบริหารจัดการพลังงานระดับพื้นที่เข้าด้วยกัน

 

ทั้งนี้ กกพ.ระบุว่า สามารถยกเลิกโครงการก่อนการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าได้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐตามมติ กพช. ขณะที่รายละเอียดการเชิญชวนและการรับคำเสนอขายไฟฟ้าจะดำเนินการโดยการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายตามหลักเกณฑ์และกรอบเวลาที่กำหนดต่อไป

 

สรุปเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าใน โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับชุมชน (Community-based Solar Power Generation Project) พ.ศ. 2569 มีรายละเอียดสำคัญดังนี้:

 

1. รูปแบบโครงการและเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้า

  • รูปแบบเทคโนโลยี: เป็นระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Ground-Mounted Solar Farm)
  • ผู้รับซื้อไฟฟ้า: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.), หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
  • รูปแบบสัญญา: สัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ Non-Firm
  • อัตราค่าซื้อขายไฟฟ้า: กำหนดรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) อัตรา 1.85 บาทต่อหน่วย

 

2. คุณสมบัติของผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้า

  • ต้องเป็น นิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย และมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า
  • ไม่เป็นบุคคลละทิ้งงาน ไม่ถูกระงับสิทธิ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่ระเบียบกำหนด
  • ไม่เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอยู่แล้วในลักษณะที่ขัดต่อเงื่อนไขของโครงการ

 

3. หลักเกณฑ์การประเมินและคัดเลือก

กระบวนการคัดเลือกแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนหลัก:

1. การประเมินเกณฑ์ขั้นต่ำ (Pass/Fail Basis):

  • ความพร้อมด้านที่ดิน: ต้องมีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินเพื่อดำเนินโครงการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • ความพร้อมด้านเทคนิค: จัดทำผังบริเวณ (Plant Layout), แผนผังระบบไฟฟ้า (Single Line Diagram) และรายการอุปกรณ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานทางวิศวกรรม
  • ความพร้อมด้านจุดเชื่อมโยงระบบไฟฟ้า (Grid Capacity): ต้องได้รับหนังสือรับรองการตรวจสอบศักยภาพระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้าผู้รับซื้อ (กฟผ., กฟภ., หรือ กฟน.)
  • ความพร้อมด้านการเงิน: มีโครงสร้างทุนและหลักฐานการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงิน
  • การส่งเสริมชุมชน: มีแผนการให้สิทธิประโยชน์และการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่โครงการ

 

2. การคัดเลือกด้วยเกณฑ์คะแนนความพร้อมทางเทคนิคแบบแข่งขัน (Competitive Scoring):

  • พิจารณาและให้คะแนนความพร้อมทางเทคนิค เช่น ศักยภาพจุดเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าที่ไม่ต้องปรับปรุงระบบเพิ่มเติม หรือมีข้อจำกัดน้อยที่สุด
  • จัดลำดับคะแนนความพร้อมจากมากไปน้อยเพื่อคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอจนครบตามปริมาณเป้าหมาย

 

4. หลักประกันและเงื่อนไขการดำเนินโครงการ

  • หลักประกันการยื่นขอผลิตไฟฟ้า (Proposal Bond): ต้องยื่นพร้อมการเสนอโครงการตามอัตราและเงื่อนไขที่กำหนด
  • หลักประกันการพัฒนาโครงการ (Development Bond): ยื่นเมื่อได้รับการคัดเลือกเพื่อเข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
  • กำหนดวันจ่ายไฟฟ้า (SCOD/COD): ต้องดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ให้ทันภายในกำหนดวัน SCOD หากไม่สามารถดำเนินการได้ จะถูกริบหลักประกัน Development Bond และ/หรือถูกยกเลิกสัญญา

 

5. สิทธิประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม

  • สิทธิใน ใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) และ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ที่เกิดขึ้นจากการผลิตไฟฟ้า ให้ตกเป็นของการไฟฟ้าผู้รับซื้อ หรือเป็นไปตามที่ กกพ. กำหนด

 

 

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) – โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน พ.ศ. 2569 และข้อมูลกรอบโครงการจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

ข่าวล่าสุด

ศาลอาญา พิพากษายกฟ้อง “บอสพอล”–ดิไอคอนฯ คดีฟอกเงิน 2.5 ล้าน

ศาลอาญา พิพากษายกฟ้อง “บอสพอล”–ดิไอคอนฯ คดีฟอกเงิน 2.5 ล้าน