
บริษัทยาเร่งปรับงานวิจัยบนอวกาศ เตรียมรับมือหลัง ISS ใกล้ปลดระวาง
ISS ใกล้ปลดระวาง กระทบงานวิจัยยาบนวงโคจร บริษัทยาเร่งย้ายสู่สถานีอวกาศเชิงพาณิชย์ พร้อมรับมือข้อจำกัดด้านต้นทุน การขนส่ง และกฎกำกับ
การใกล้ปลดระวางของ สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) กำลังผลักดันอุตสาหกรรมยาและไบโอเทคโนโลยีเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน จากเดิมที่พึ่งพา ISS เป็นห้องทดลองในสภาวะไร้น้ำหนัก ไปสู่การใช้ สถานีอวกาศเชิงพาณิชย์ เพื่อเดินหน้าวิจัยและผลิตยาในวงโคจรระดับต่ำของโลก
บริษัทต่าง ๆ ต้องเร่งปรับรูปแบบการดำเนินงาน เพราะข้อจำกัดของ ISS ทั้งพื้นที่ห้องทดลอง เวลาของนักบินอวกาศ และเที่ยวบินนำอุปกรณ์กับตัวอย่างกลับโลก ทำให้การทดลองทำซ้ำได้ยากและใช้เวลานาน บางโครงการต้องรอหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะเดินหน้าขั้นต่อไปได้
Michael Roberts หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ ISS National Lab ระบุว่า ISS เปรียบเสมือน “ครัวทดลอง” มากกว่าจะเป็นสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อขยายการผลิตในระดับอุตสาหกรรม
การเปลี่ยนผ่านจึงอยู่ที่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ บริษัทอย่าง Starlab, Vast และ Axiom Space กำลังพัฒนาสถานีอวกาศเอกชน ขณะที่ Varda Space Industries พัฒนาแคปซูลอัตโนมัติสำหรับผลิตและแปรรูปวัสดุในวงโคจร ก่อนนำกลับมายังโลก
แพลตฟอร์มใหม่ถูกออกแบบให้รองรับการทดลองที่ถี่ขึ้น มีพื้นที่และอุปกรณ์เฉพาะสำหรับการผลิต รวมถึงระบบอัตโนมัติและตารางขนส่งที่คาดการณ์ได้มากขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนและเพิ่มปริมาณการผลิตเมื่อเทียบกับการพึ่งพา ISS
Auxilium Biotechnologies เป็นหนึ่งในบริษัทที่เริ่มเตรียมตัวแล้ว โดยทำข้อตกลงกับผู้พัฒนาแพลตฟอร์มในวงโคจรสำหรับการดำเนินงานหลังยุค ISS ขณะที่บริษัทอื่นกำลังเตรียมใช้สถานีเชิงพาณิชย์เป็นพื้นที่ทดลองและผลิตเนื้อเยื่อ ยา และวัสดุชีวภาพ
“ขากลับโลก” ยังเป็นปัญหา
แม้การส่งอุปกรณ์ขึ้นสู่อวกาศจะง่ายขึ้นจากการเติบโตของธุรกิจจรวดเชิงพาณิชย์ แต่ การนำตัวอย่างกลับโลกตามเวลาที่แน่นอนยังเป็นคอขวดสำคัญ
บริษัทไม่สามารถวางแผนการทดลองครั้งต่อไปได้อย่างเต็มที่ หากยังไม่ได้รับผลจากภารกิจก่อนหน้า ทำให้ความสามารถในการขนส่งกลับโลกมีความสำคัญไม่แพ้การส่งอุปกรณ์ขึ้นไป
สถานีเชิงพาณิชย์อาจช่วยแก้ปัญหาด้วยการเปิดให้บริษัทเช่าพื้นที่ห้องทดลองและใช้อุปกรณ์ร่วมกัน แทนการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง
กฎอนุมัติยาเป็นโจทย์ใหม่
อีกความท้าทายคือ กฎกำกับดูแลยังตามเทคโนโลยีไม่ทัน โดยสหรัฐฯ ยังไม่มีเส้นทางอนุมัติเฉพาะสำหรับยาที่ผลิตในอวกาศ แม้ FDA และ NASA จะมีข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยชีวการแพทย์มาตั้งแต่ปี 2018
ขณะที่อังกฤษกำลังจัดทำแนวทางสำหรับยาที่ผลิตในอวกาศ และคาดว่าจะเผยแพร่โรดแมปภายในปีนี้ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในกรอบกำกับดูแลสำคัญชุดแรกสำหรับอุตสาหกรรมนี้
การเปลี่ยนผ่านจาก ISS จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการย้ายห้องทดลอง แต่เป็นการปรับทั้ง โครงสร้างพื้นฐาน รูปแบบการผลิต ระบบขนส่ง และกฎกำกับดูแล เพื่อให้งานวิจัยและผลิตยาในอวกาศก้าวจากระดับการทดลอง ไปสู่ธุรกิจที่สามารถขยายตัวได้ในระยะยาว







