
สหรัฐยอมรับมีอาวุธในวงโคจร จุดเปลี่ยนการแข่งขันสงครามอวกาศ
เจ้าหน้าที่ Space Command ยอมรับว่าสหรัฐฯ มีอาวุธควบคุมอวกาศในวงโคจร พร้อมใช้ปกป้ปงผลประโยชน์ประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันทางทหารกับจีนและรัสเซีย
สหรัฐฯ ยอมรับอย่างเปิดเผยมากที่สุดครั้งหนึ่งว่า มีอาวุธที่ประจำการอยู่ในวงโคจร โดยเจ้าหน้าที่กองบัญชาการอวกาศสหรัฐฯ (U.S. Space Command) ระบุว่า การเปิดเผยดังกล่าวถือเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ท่ามกลางการขยายบทบาททางทหารในอวกาศ และความพยายามยับยั้งภัยคุกคามต่อพันธมิตรและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
Troy Meink เลขาธิการกองทัพอากาศ เปิดเผยในการประชุมใกล้กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐฯ มี “อาวุธควบคุมอวกาศในวงโคจรที่สามารถปกป้องกองกำลังร่วมจากการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม” ถือเป็นการยอมรับที่ชัดเจนที่สุดจากเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ว่าประเทศมีอาวุธในอวกาศ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านอวกาศที่เพิ่มขึ้นกับรัสเซียและจีน
Richard Palmer ผู้อำนวยการ Capability and Resource Integration Directorate ของ U.S. Space Command กล่าวว่า การยอมรับว่ามีขีดความสามารถด้านการควบคุมอวกาศเป็นเรื่องสำคัญต่อการป้องปรามไม่ให้ความขัดแย้งเกิดขึ้น และทำให้สหรัฐฯ พร้อมใช้งานขีดความสามารถดังกล่าว หากการป้องปรามล้มเหลว
Palmer กล่าวในการประชุมด้านการป้องกันประเทศในอวกาศที่กรุงปารีสว่า มีบางประเทศทั่วโลกที่พยายามบ่อนทำลายผลประโยชน์ร่วมของสหรัฐฯ ประเทศพันธมิตรในยุโรป และประเทศอื่น ๆ แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทหรือขีดความสามารถของอาวุธที่สหรัฐฯ มีในวงโคจร
เขาระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ และกองกำลังพันธมิตรจำเป็นต้องพึ่งพาอวกาศ เช่นเดียวกับระบบเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ มีความพร้อมที่จะรักษาความมั่นคงของระบบอวกาศ
มหาอำนาจเตรียมรับมือสงครามในอวกาศ
การเปิดเผยของรัฐมนตรีทหารอากาศสหรัฐฯ สะท้อนแนวโน้มที่มหาอำนาจด้านอวกาศกำลังเตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งทางทหารจะขยายออกไปสู่อวกาศ โดยดาวเทียมได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการทำสงครามยุคใหม่ ทั้งด้านการสื่อสาร ระบบนำทาง และการข่าวกรอง
เดิมดาวเทียมส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นระบบสนับสนุนภารกิจทางทหารบนโลก และเมื่อเข้าสู่วงโคจรแล้วมักเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่กำหนด แต่ปัจจุบันกองทัพหลายประเทศเริ่มมองดาวเทียมเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถใช้ปฏิบัติการเชิงรุกได้
ขีดความสามารถดังกล่าวอาจรวมถึงการรบกวนการทำงานของดาวเทียมด้วยสัญญาณรบกวน การใช้เลเซอร์ทำให้เซนเซอร์ไม่สามารถทำงานได้ ตลอดจนการเข้าควบคุมหรือสกัดกั้นยานอวกาศของฝ่ายตรงข้าม
ผู้บัญชาการ U.S. Space Command เคยเตือนว่า ฝ่ายตรงข้ามกำลังพัฒนาขีดความสามารถในการตัดสหรัฐฯ ออกจากระบบอวกาศที่มีความสำคัญ และลดประสิทธิภาพทางทหาร โดยคาดว่าระบบอวกาศของสหรัฐฯ จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายแรก ๆ หากเกิดสงคราม
ด้วยเหตุนี้ สหรัฐฯ จึงผลักดันแนวทางการรบในอวกาศที่มีความเชิงรุกมากขึ้น รวมถึงแนวคิดการพัฒนาอาวุธสกัดกั้นในวงโคจรและระบบอาวุธประเภทอื่น
เยอรมนีเร่งพัฒนาขีดความสามารถต่อต้านอวกาศ
เยอรมนีเป็นอีกประเทศที่เพิ่มการลงทุนด้านขีดความสามารถต่อต้านอวกาศ โดยมีแผนใช้งบประมาณด้านอวกาศทางทหาร 3.5 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.3 ล้านล้านบาท) เพื่อรับมือภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น
พลตรี Michael Traut ผู้บัญชาการ German Space Command ระบุว่า เงินลงทุนดังกล่าวจะนำไปพัฒนาดาวเทียมสำหรับรวบรวมข่าวกรอง เซนเซอร์ และระบบที่สามารถรบกวนหรือขัดขวางยานอวกาศของฝ่ายตรงข้าม
อย่างไรก็ตาม เยอรมนีระบุว่าจะไม่พัฒนาอาวุธทำลายล้างในวงโคจร เนื่องจากอาจก่อให้เกิดเศษซากอวกาศ แต่จะมุ่งเน้นระบบที่ไม่ใช้การทำลายทางกายภาพ เช่น การรบกวนสัญญาณ การใช้เลเซอร์ และการโจมตีสถานีควบคุมภาคพื้นดิน
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ เพิ่งจัดการฝึกซ้อมปฏิบัติการในวงโคจรครั้งใหญ่ เพื่อทดสอบความสามารถในการเคลื่อนย้ายและปฏิบัติการของดาวเทียมหลายวงโคจรพร้อมกัน โดยมีพันธมิตรระหว่างประเทศและภาคเอกชนเข้าร่วม
การฝึกดังกล่าวมีชื่อว่า Apollo Maneuvers และ U.S. Space Command ระบุว่า เป็นการฝึกซ้อมด้านอวกาศครั้งใหญ่ที่สุดของหน่วยงาน ทั้งในแง่จำนวนยานอวกาศที่เข้าร่วมและรูปแบบการปฏิบัติการที่ทดสอบ







