posttoday
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงต่อ ราคาน้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์ทะลุ 5%

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงต่อ ราคาน้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์ทะลุ 5%

16 กันยายน 2569

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบต่อ หลังราคาน้ำมันพุ่งจากวิกฤตตะวันออกกลาง ขณะที่บอนด์ยีลด์ทะลุ 5% กดดันตลาด ก่อนเฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย

ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 แห่งของสหรัฐฯ ปรับตัวลงต่อจากวันจันทร์ ท่ามกลางบรรยากาศลดความเสี่ยงที่กดดันหุ้นเกือบทุกกลุ่ม ยกเว้นหุ้นพลังงาน ซึ่งได้แรงหนุนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแห่งใหม่ในซาอุดีอาระเบีย

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed เริ่มการประชุมนโยบายการเงินเป็นเวลา 2 วัน และจะประกาศมติในวันพุธ โดยตลาดคาดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี

 

ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่แรงกดดันด้านราคาพลังงานจากสงครามเริ่มขยายวงไปสู่ภาวะเงินเฟ้อในระดับที่กว้างขึ้น ทำให้ Fed มีเหตุผลมากขึ้นในการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด

 

ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า ตลาดการเงินให้น้ำหนักถึง 94.5% ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในวันพุธ เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 33.1% เมื่อหนึ่งเดือนก่อน หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาร้อนแรงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 25% ในช่วง 2 สัปดาห์

 

ความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยบอนด์ยีลด์มาตรฐานของสหรัฐฯ ทะลุระดับ 5% และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อบริษัทและผู้กู้ที่มีภาระหนี้สูง โดยเฉพาะธุรกิจที่ลงทุนจำนวนมากในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

 

ความกังวลดังกล่าวยังซ้ำเติมแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่ม AI ซึ่งเผชิญความกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุนใน AI และกระแสต่อต้านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ Philadelphia SE Semiconductor Index ร่วงหนักเมื่อวันจันทร์

 

อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟื้นตัวได้เพียงเล็กน้อย โดยปิดเพิ่มขึ้น 0.4% หลังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ช่วยขับเคลื่อนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในปีนี้

 

ด้านดัชนีหลักปิดตลาดในแดนลบ โดย Dow Jones ลดลง 328.09 จุด หรือ 0.63% ปิดที่ 52,093.11 จุด 

 

S&P 500 ลดลง 34.25 จุด หรือ 0.45% ปิดที่ 7,585.73 จุด 

 

และ Nasdaq ลดลง 204.84 จุด หรือ 0.78% ปิดที่ 25,981.57 จุด

 

น้ำมันพุ่งจากปัญหาซาอุฯ

 

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นมากกว่า 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการเดินเรือเปิดเผยว่า การขนถ่ายน้ำมันดิบที่ศูนย์ส่งออก Yanbu บริเวณทะเลแดงของซาอุดีอาระเบียถูกระงับ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียยกเลิกการส่งมอบน้ำมันบางส่วนให้ลูกค้าในยุโรป

 

สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลว่าปัญหาการหยุดชะงักของเส้นทางส่งออกน้ำมันสำคัญอาจยืดเยื้อเป็นเวลาหลายสัปดาห์

 

ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 3.07 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ปิดที่ 108.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

 

ขณะที่ West Texas Intermediate (WTI) เพิ่มขึ้น 4.44 ดอลลาร์ หรือ 4.38% ปิดที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

 

โดยราคาน้ำมันทั้งสองสัญญาปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม

 

WTI ปรับตัวขึ้นแรงกว่า Brent เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าปัญหาด้านอุปทานของซาอุดีอาระเบียกำลังขยายวง จึงหันไปซื้อสัญญาน้ำมันสหรัฐฯ เพื่อทดแทนความเสี่ยงจากอุปทานตะวันออกกลาง

 

ทองคำถูกกดดันจากดอลลาร์แข็ง

 

ด้านราคาทองคำปรับตัวลดลงจากแรงกดดันของเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าและบอนด์ยีลด์ที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และหนุนความคาดหวังว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย

 

ราคาทองสปอตลดลง 0.1% มาอยู่ที่ 4,293.29 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมเมื่อวันจันทร์ ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ปิดลดลง 0.4% ที่ 4,332.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงต่อ ราคาน้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์ทะลุ 5%

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงต่อ ราคาน้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์ทะลุ 5%