
Gastech 2026 เปิดโจทย์ใหม่ “พลังงานมั่นคง” ถึง “ไฟฟ้า” ต้องรับมือโลก AI
Gastech 2026 เปิดโจทย์พลังงานโลก LNG ยังเป็นฐานความมั่นคง ขณะที่ AI และดาต้าเซ็นเตอร์เร่งความต้องการไฟฟ้า ดันระบบพลังงานต้องยืดหยุ่นและสะอาดขึ้น
KEY
POINTS
- Gastech 2026 ขยายขอบเขตการประชุมจากเรื่องก๊าซและ LNG ไปสู่ความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวม เพื่อรับมือความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากเทคโนโลยี AI และดาต้าเซ็นเตอร์
- ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นผู้ใช้พลังงานรายใหม่ที่สำคัญ ทำให้ความต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและปริมาณเพียงพอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโจทย์ท้าทายหลัก
- นิยามของ "ความมั่นคงทางพลังงาน" เปลี่ยนจากการมีเชื้อเพลิงเพียงพอ ไปสู่การสร้างระบบที่บูรณาการทั้งก๊าซ พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อรองรับเศรษฐกิจ AI
Gastech 2026 เปิดโจทย์ใหม่ “พลังงานมั่นคง” ถึง “ไฟฟ้า” ต้องรับมือโลก AI
กรุงเทพฯ กลายเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานโลก เมื่อการประชุมและนิทรรศการ Gastech 2026 เปิดฉากวันที่ 14 กันยายน ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยปีนี้ไม่ได้พูดถึงเพียงอนาคตของก๊าซธรรมชาติและ LNG
แต่ขยายโจทย์ไปถึงระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาด เทคโนโลยีลดคาร์บอน และปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนความต้องการใช้ไฟฟ้าระลอกใหม่
งาน Gastech ครั้งที่ 54 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน โดยกระทรวงพลังงานระบุว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเข้าร่วมมากกว่า 50,000 คน บริษัทจัดแสดงกว่า 1,000 ราย และผู้เข้าร่วมจากกว่า 150 ประเทศ
สะท้อนบทบาทของเอเชียในฐานะแหล่งเติบโตสำคัญของความต้องการพลังงานโลก โดยเฉพาะเมื่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมและการใช้ไฟฟ้าจาก AI กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อระบบพลังงานในภูมิภาค
จาก LNG สู่ “ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า”
ประเด็นที่ถูกยกระดับขึ้นมาอย่างชัดเจนใน Gastech ปีนี้คือคำถามว่า ระบบพลังงานจะสร้างความมั่นคงได้อย่างไรในช่วงที่ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันประเทศต่างๆ ยังต้องลดการปล่อยคาร์บอน
พื้นที่จัดแสดง Natural Gas & LNG จึงไม่ได้มองก๊าซเพียงในฐานะเชื้อเพลิง แต่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การทำให้เป็น LNG การขนส่ง การจัดเก็บ การแปรสภาพกลับเป็นก๊าซ ตลอดจนระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
โดยผู้จัดงานวางตำแหน่งก๊าซและ LNG เป็นหนึ่งในกลไกสำหรับสร้างระบบพลังงานที่มีความมั่นคง ยืดหยุ่น และรองรับการเติบโตของความต้องการพลังงาน
ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของตลาดโลกที่ความมั่นคงด้านพลังงานกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง หลังความขัดแย้งและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ผู้ซื้อ LNG ให้ความสำคัญกับการกระจายแหล่งจัดหาและสัญญาระยะยาวมากขึ้น ขณะที่บริษัทพลังงานรายใหญ่ยังเดินหน้าขยายพอร์ต LNG เพื่อรับมือความเสี่ยงด้านอุปทานในตลาดโลก
จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ AI กลายเป็น “ผู้ใช้พลังงาน” รายใหม่
สิ่งที่ทำให้ Gastech 2026 แตกต่างจากภาพจำของงานก๊าซและ LNG คือการนำ AI เข้ามาอยู่ใจกลางระบบพลังงานอย่างจริงจัง
ปีนี้มีการจัด AixEnergy พื้นที่ที่เชื่อมโลก AI เข้ากับพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะ ตั้งแต่ผู้ให้บริการคลาวด์และผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ไปจนถึงฮาร์ดแวร์ ระบบเชื่อมต่อ ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และเทคโนโลยีที่ใช้ AI ในการบริหารจัดการพลังงาน
ขณะเดียวกันในโปรแกรม AI & Digitalisation ของ Gastech มีการพูดถึงการใช้ AI ตั้งแต่การออกแบบและก่อสร้างโครงการ การเพิ่มประสิทธิภาพการเดินระบบ ไปจนถึง Digital Twin, Cybersecurity และ Agentic AI สะท้อนว่า AI กำลังขยับจากเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลไปเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบและควบคุมระบบพลังงานโดยตรง
โจทย์จึงย้อนกลับมายังโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า เพราะดาต้าเซ็นเตอร์และระบบประมวลผล AI ต้องการไฟฟ้าที่มีทั้งปริมาณเพียงพอ ความต่อเนื่อง และความมั่นคงสูง การสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจึงไม่สามารถแยกออกจากการวางแผนกำลังผลิตไฟฟ้าและระบบส่งได้อีกต่อไป
เทคโนโลยีลดคาร์บอนยังเดินคู่กับความมั่นคงพลังงาน
อีกด้านหนึ่ง Gastech 2026 ยังคงให้น้ำหนักกับเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน โดยพื้นที่ Low Carbon Solutions ครอบคลุมตั้งแต่การลดการรั่วไหลของมีเทน ไปจนถึง Carbon Capture, Utilisation and Storage หรือ CCUS รวมถึงเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดการปล่อยในภาคอุตสาหกรรม
ส่วนภาคการขนส่งทางทะเลก็ถูกดึงเข้ามาอยู่ในสมการเดียวกัน ทั้งเทคโนโลยีเรือ LNG ระบบท่าเรือ การขนส่งไฮโดรเจน แอมโมเนีย เชื้อเพลิงชีวภาพ และระบบดิจิทัลสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการเดินเรือ สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานกำลังขยับจากเรื่องของ “เชื้อเพลิง” ไปสู่การปรับทั้งห่วงโซ่พลังงานและโลจิสติกส์
GULF วาง LNG เป็นฐาน ก่อนต่อยอดสู่ระบบไฟฟ้าและ AI
ท่ามกลางโจทย์ดังกล่าว GULF ในฐานะหนึ่งใน National Consortium Partners ของ Gastech 2026 นำเสนอแนวคิด “Integrated Infrastructure, Powering Tomorrow” ซึ่งสะท้อนการวางโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเชื่อมต่อกับธุรกิจดิจิทัลมากกว่าการนำเสนอธุรกิจไฟฟ้าเพียงด้านเดียว
โดยบริษัทวาง 3 แกนหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติและ LNG การขยายพลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่รองรับดาต้าเซ็นเตอร์และ AI
สาระสำคัญจึงอยู่ที่การใช้ก๊าซธรรมชาติและ LNG เป็นฐานสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ขณะที่พลังงานหมุนเวียนเข้ามาเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลายเป็นอีกชั้นหนึ่งของระบบเศรษฐกิจที่ต้องการไฟฟ้าและการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพ
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF มองว่า การเพิ่มขึ้นของดาต้าเซ็นเตอร์ทำให้ความต้องการไฟฟ้าขยายตัว และทำให้ความมั่นคงของระบบไฟฟ้ากลายเป็นโจทย์สำคัญ
โดยเห็นว่าภาครัฐจำเป็นต้องมีนโยบายที่ชัดเจนทั้งด้านการจัดโซนนิ่งและการสนับสนุนพลังงานสะอาด ขณะเดียวกัน GULF ยังเตรียมขยายการลงทุนทั้งธุรกิจไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
“การที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech ในวันนี้ คือบทพิสูจน์ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศ โดยเฉพาะในด้านพลังงาน ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นหัวใจของความมั่นคงระบบไฟฟ้า
ยิ่งเมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นจากการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ ทางบริษัทฯ จึงอยากเห็นภาครัฐมีนโยบายที่ชัดเจนทั้งเรื่องโซนนิ่งและการส่งเสริมพลังงานสะอาด เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
ล่าสุด GULF ได้ร่วมลงทุนกับ Singtel ในโครงการสายเคเบิลใต้น้ำ ที่จะช่วยลดต้นทุนการประมวลผลข้อมูล AI และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีภูมิภาค ผมมองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มดีขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ GULF
พร้อมเดินหน้าลงทุนระยะยาวในธุรกิจไฟฟ้า ควบคู่กับการขยายสู่ดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเติบโตและแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคต่อไป”
ล่าสุด GULF จับมือ Singtel พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเคเบิลใต้น้ำเชื่อมไทย–สิงคโปร์ เพื่อรองรับความต้องการด้านคลาวด์ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และบริการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค โดยความร่วมมือดังกล่าวประกาศเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา
เมื่อ “ไฟฟ้า” กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล
ทิศทางของ Gastech 2026 จึงสะท้อนการเปลี่ยนความหมายของคำว่า Energy Security จากเดิมที่เน้นการมีเชื้อเพลิงเพียงพอ ไปสู่การสร้างระบบที่สามารถรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น กระจายความเสี่ยงด้านแหล่งพลังงาน และเดินหน้าลดการปล่อยคาร์บอนไปพร้อมกัน
สำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้มีความสำคัญโดยตรง เพราะการดึงดูดการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์และเศรษฐกิจ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงข่ายอินเทอร์เน็ตหรือพื้นที่สำหรับตั้งศูนย์ข้อมูลเท่านั้น แต่ต้องมีไฟฟ้าที่เพียงพอและมีเสถียรภาพ รวมถึงแหล่งพลังงานที่สามารถรองรับการขยายตัวในระยะยาว
นั่นทำให้โจทย์ของประเทศไทยหลัง Gastech 2026 อาจไม่ใช่เพียงว่า “จะใช้ก๊าซหรือพลังงานสะอาดมากแค่ไหน” แต่คือจะออกแบบระบบพลังงานอย่างไรให้ ก๊าซ LNG พลังงานหมุนเวียน ระบบไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI สามารถทำงานอยู่ในโครงสร้างเดียวกันได้ โดยไม่ทิ้งโจทย์ด้านต้นทุน ความมั่นคง และการลดคาร์บอนไว้ข้างหลัง







