
เอกนัฏชู PDP2026 แผนพลังงานใหม่ ต้องทำได้จริง ไม่ใช่แค่กระดาษ
เอกนัฏชี้ PDP2026 วางระบบไฟฟ้า 25 ปี ดันพลังงานสะอาด 50% ในปี 2035 เปิด Direct PPA และโซลาร์ประชาชน 10,000 เมกะวัตต์
KEY
POINTS
- แผน PDP2026 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากไม่ถึง 20% เป็น 50% ภายในปี 2578 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และสร้างฐานการผลิตสีเขียว
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเอกชนและประชาชน โดยปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวโดยตรง (Direct PPA) และสนับสนุนโครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน
- สร้างความมั่นคงทางพลังงานด้วยการบริหารจัดการก๊าซต้นทุนต่ำจากอ่าวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดการพึ่งพา Spot LNG ที่มีความผันผวน
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในการสัมมนา BIG ISSUE : PDP 2026 ENERGY GREEN POWER “พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว” จัดโดยฐานเศรษฐกิจ ร่วมกับ Posttoday ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพ ราชประสงค์
เอกนัฏระบุว่า PDP2026 เป็นแผนระยะยาว 25 ปี ครอบคลุมถึงปี 2050 และเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางโครงสร้างพลังงานให้สอดรับกับเป้าหมาย Net Zero และการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทย
หัวใจสำคัญของแผนคือการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดอย่างก้าวกระโดด จากปัจจุบันที่ยังต่ำกว่า 20% ให้ขึ้นไปอยู่ที่ 50% ภายในปี 2035 ก่อนเพิ่มเป็นอย่างน้อย 65% ภายในปี 2050 โดยในบางฉากทัศน์สามารถเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดได้สูงถึง 89-90%
“ทำได้จริง” ต้องเริ่มจากการเปิดทางให้เอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
หนึ่งในมาตรการที่ถูกปลดล็อกแล้วคือ Direct PPA หรือการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวโดยตรง จากเดิมที่อยู่ในกรอบ Sandbox และจำกัดเฉพาะ Data Center ไม่เกิน 2,000 เมกะวัตต์
ปัจจุบันมีการเปิดกว้างให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดสามารถเข้าถึงได้ โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะ Data Center และยกเลิกกรอบโควตา 2,000 เมกะวัตต์
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดเป็นเงื่อนไขสำคัญในการลงทุน ขณะเดียวกันยังช่วยให้ประเทศไทยมีความพร้อมรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
อีกกลไกสำคัญคือ Solar Rooftop ซึ่ง PDP2026 ไม่ได้มองเพียงการติดตั้งแผงโซลาร์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่ต้องการเปลี่ยนหลังคาบ้านและพื้นที่ของประชาชนให้เป็น “โรงไฟฟ้าของประชาชน”
จากเป้าหมายกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวม 24,000 เมกะวัตต์ มีการจัดสรรสัดส่วนประมาณ 10,000 เมกะวัตต์ให้กับภาคประชาชน เพื่อกระจายโอกาสในการผลิตไฟฟ้าและสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบ
ทั้งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องออกแบบกลไกการรับซื้อ รวมถึงพิจารณามาตรการสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการติดตั้งได้จริง
ด้านความมั่นคงทางพลังงาน PDP2026 จะลดความเสี่ยงจากการพึ่งพา Spot LNG ซึ่งมีความผันผวนตามสถานการณ์โลก โดยหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารแหล่งก๊าซต้นทุนต่ำจากอ่าวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
ก๊าซจากอ่าวไทยมีศักยภาพประมาณ 2,000-2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ขณะที่การเจรจาสัญญาก๊าซจากเมียนมามีเป้าหมายเพิ่มปริมาณรวมเป็นประมาณ 700-800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
ทำให้มีศักยภาพก๊าซต้นทุนต่ำรวมราว 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งสามารถรองรับการผลิตไฟฟ้าฐานได้ประมาณ 21,000 เมกะวัตต์
พร้อมกันนี้จะปรับโครงสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซ โดยทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้ารุ่นเก่าประมาณ 17,000 เมกะวัตต์ และเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซประสิทธิภาพสูงประมาณ 9,000 เมกะวัตต์
ส่งผลให้กำลังผลิตจากก๊าซในภาพรวมลดลง และเปิดพื้นที่ให้พลังงานสะอาดเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ส่วนชีวมวลจะถูกใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างความมั่นคงของระบบ เพราะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง และเชื่อมโยงกับภาคเกษตรโดยตรง
ทั้งการสร้างตลาดให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดการเผาในพื้นที่เกษตร และช่วยลดปัญหา PM2.5
สำหรับเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า PDP2026 จะเปิดให้มีการแข่งขันมากขึ้น ไม่ปิดกั้นเฉพาะเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง ทั้ง Solar, Wind, Hydro, Biomass
รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ เช่น SMR, Fuel Cell, Hydrogen และ Geothermal โดยให้แข่งขันกันบนพื้นฐานของต้นทุน ประสิทธิภาพ และคุณสมบัติของไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ระบบ
“พลังงานคือหัวใจของขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ ถ้าเราจะไปสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ เราต้องมีพลังงานที่สะอาด มั่นคง และต้นทุนแข่งขันได้” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
อีกส่วนที่ต้องเดินควบคู่กันคือการปรับโครงสร้างระบบส่งไฟฟ้า โดยยกระดับ Smart Grid ระบบ Forecasting ระบบควบคุมเสถียรภาพ และ Energy Storage
เพื่อให้ระบบไฟฟ้าสามารถรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน รวมถึงรองรับรูปแบบการซื้อขายไฟฟ้าที่เปิดกว้างมากขึ้นในอนาคต
เอกนัฏระบุว่า PDP2026 จึงต้องวัดผลจากการนำไปปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงตัวเลขในแผน โดยเฉพาะการทำให้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นจริง
การลดต้นทุนไฟฟ้า การลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า และการเปิดโอกาสให้เอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในระบบพลังงาน
เป้าหมายของ PDP2026 คือการสร้างสมดุล 3 ด้าน ได้แก่ “สะอาด มั่นคง และเป็นธรรม” โดยใช้การปรับกติกา การเปิดการแข่งขัน และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเป็นกลไกหลัก
เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ และก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตสีเขียวของภูมิภาคได้จริง







