posttoday
'พิพัฒน์' สั่ง คมนาคมเร่งแก้คอขวด ICD ลาดกระบัง เร่งสร้าง Ramp เชื่อม M7

'พิพัฒน์' สั่ง คมนาคมเร่งแก้คอขวด ICD ลาดกระบัง เร่งสร้าง Ramp เชื่อม M7

05 กันยายน 2569

“พิพัฒน์” สั่งบูรณาการถนน-ราง-ท่าเรือ แก้ปัญหา ICD ลาดกระบัง เร่งสร้าง Ramp เชื่อม M7 และเดินหน้า PPP หวังลดต้นทุนโลจิสติกส์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง (ICD ลาดกระบัง) และสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาที่สะสมมานาน ทั้งทางเข้า-ออก การจราจร พื้นที่พักคอย การขนส่งตู้สินค้า และการบริหารพื้นที่ โดยให้เชื่อมระบบ ถนน-ราง-สถานีขนส่ง-ท่าเรือ ให้เป็นเครือข่ายเดียวกัน เพื่อลดเวลาและต้นทุนการขนส่งของภาคธุรกิจ

 

นายพิพัฒน์ระบุว่า ICD ลาดกระบังและสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้าเป็นจุดยุทธศาสตร์ของระบบโลจิสติกส์กรุงเทพฯ และภาคตะวันออก การแก้ปัญหาจึงต้องมองตลอดเส้นทาง ตั้งแต่รถบรรทุกเข้าสู่พื้นที่ การพักและเปลี่ยนถ่ายสินค้า การขนส่งทางราง ไปจนถึงท่าเรือแหลมฉบัง โดยเป้าหมายคือเพิ่มความแน่นอนในการขนส่ง ลดต้นทุนผู้ประกอบการ และลดผลกระทบจากรถบรรทุกต่อการจราจร

 

เร่งแก้ทางเข้า-ออก เชื่อม M7 ตรงสู่ชลบุรี

 

หนึ่งในปัญหาหลักคือการเดินทางออกจาก ICD ลาดกระบังและสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้าไปยังชลบุรี ซึ่งปัจจุบันรถบรรทุกต้องมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ก่อนกลับรถ ส่งผลให้เกิดการสะสมของรถและกระทบการจราจรบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (M7)

 

กรมทางหลวงจึงอยู่ระหว่างก่อสร้าง Ramp เชื่อมเข้าสู่ M7 ฝั่งมุ่งหน้าชลบุรีโดยตรง เริ่มสัญญาวันที่ 1 สิงหาคม 2569 และกำหนดแล้วเสร็จวันที่ 28 มีนาคม 2570 โดยคาดว่าจะเพิ่มความสามารถรองรับรถจากประมาณ 930 คันต่อชั่วโมง เป็น 1,194 คันต่อชั่วโมง

'พิพัฒน์' สั่ง คมนาคมเร่งแก้คอขวด ICD ลาดกระบัง เร่งสร้าง Ramp เชื่อม M7

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมเห็นว่าการสร้าง Ramp เพียงจุดเดียวไม่เพียงพอ จึงมอบหมายให้กรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมจัดระบบการจราจรใหม่ทั้งพื้นที่ ตั้งแต่ทางเข้า-ออก จุดกลับรถ พื้นที่พักคอย และการหมุนเวียนรถภายใน เพื่อไม่ให้ปัญหาจากพื้นที่ ICD กลายเป็นคอขวดบน M7

 

ร่มเกล้าใช้พื้นที่กว่า 70% เร่งยกระดับบริการ

 

สำหรับสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 225 ไร่ ปัจจุบันชานชาลาขนถ่ายสินค้ามีการใช้พื้นที่ประมาณ 75% และคลังสินค้าประมาณ 72% กระทรวงคมนาคมจึงให้กรมการขนส่งทางบกเร่งปรับปรุงถนน ระบบความปลอดภัย ระบบตรวจสอบรถเข้า-ออก และพื้นที่พักคอย พร้อมบริหารพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

นอกจากนี้ ยังให้หาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ เพื่อนำกลับมาบำรุงรักษาและพัฒนาสถานี ลดการพึ่งพางบประมาณรัฐ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับสถานีขนส่งสินค้าของภาคเอกชน

 

ปริมาณตู้สินค้าทางรางโตต่อเนื่อง

 

ข้อมูลจาก รฟท. ระบุว่า การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟเส้นทาง ICD ลาดกระบัง-แหลมฉบังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 386,763 TEUs ในปีงบประมาณ 2564 เป็น 497,805 TEUs ในปีงบประมาณ 2568 ขณะที่ปีงบประมาณ 2569 มีปริมาณสะสม 436,598 TEUs ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569

 

นับตั้งแต่ ICD ลาดกระบังเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2539 มีการขนส่งตู้สินค้าทั้งทางรถไฟและถนนรวม 33.96 ล้าน TEUs แบ่งเป็นทางรถไฟ 10.61 ล้าน TEUs และทางถนน 23.35 ล้าน TEUs จากการเดินรถไฟรวม 203,327 ขบวน สร้างรายได้ค่าระวางสะสม 11,260.08 ล้านบาท และรายได้ค่าสัมปทาน 11,194.23 ล้านบาท

'พิพัฒน์' สั่ง คมนาคมเร่งแก้คอขวด ICD ลาดกระบัง เร่งสร้าง Ramp เชื่อม M7

ขณะที่ระบบ Single Rail Transfer Operator (SRTO) ในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 มีปริมาณขนส่ง 483,350 TEUs สูงกว่าเป้าหมาย 416,667 TEUs ถึง 16% และคาดว่าตลอดปีงบประมาณจะอยู่ที่ประมาณ 566,912 TEUs หรือสูงกว่าเป้าหมาย 13.4%

 

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าความต้องการใช้ระบบรางยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่โจทย์สำคัญคือการเพิ่มขีดความสามารถของพื้นที่ เครื่องมือยกขน การเดินรถ และการเชื่อมต่อกับท่าเรือ เพื่อให้ระบบรางสามารถรองรับปริมาณสินค้าได้มากขึ้นและมีต้นทุนแข่งขันได้

 

เร่ง PPP แก้สัมปทานค้างกว่า 10 ปี

 

อีกประเด็นที่กระทรวงคมนาคมเร่งแก้คือการบริหาร ICD ทั้ง 6 สถานี หลังสัมปทานเดิมสิ้นสุดตั้งแต่ปี 2554 และกระบวนการสรรหาเอกชนรายใหม่ใช้เวลาหลายปี โดยสั่งให้ รฟท. เร่งดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว

 

รฟท. อยู่ระหว่างขอความเห็นชอบรายงานผลการศึกษาและหลักการต่อกระทรวงคมนาคม หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 รับทราบผลการศึกษาและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย PPP ต่อไป โดยตั้งเป้าให้กระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2570

 

โครงการกำหนดอายุสัญญา 20 ปี ให้เอกชนลงทุนปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางประมาณ 252.7 ล้านบาท และจัดหาเครื่องมือยกขนตู้สินค้า (RMG) ประมาณ 927.1 ล้านบาท รวมเงินลงทุนเริ่มต้นราว 1,179 ล้านบาท ขณะที่ รฟท. คาดว่าจะได้รับรายได้ค่าสัมปทานตลอดอายุสัญญาประมาณ 3,819 ล้านบาท พร้อมกำหนดให้สัดส่วนการขนส่งทางรางไม่น้อยกว่า 50% ในแต่ละปี

 

นายพิพัฒน์กำชับให้ทุกหน่วยงานจัดทำกรอบดำเนินงานและไทม์ไลน์ร่วมกัน ตั้งแต่การแก้ทางเข้า-ออกและเชื่อม M7 การปรับปรุงสถานีร่มเกล้า การจัดระเบียบรถบรรทุก การเร่ง PPP การเพิ่มประสิทธิภาพระบบราง และการเชื่อมต่อกับท่าเรือแหลมฉบัง โดยมุ่งให้ผู้ประกอบการลดเวลารอ ลดต้นทุน และวางแผนขนส่งได้แม่นยำขึ้น ขณะที่ประชาชนได้รับประโยชน์จากการลดจำนวนรถบรรทุกและปัญหาการจราจรบนถนน

ข่าวล่าสุด

'พิพัฒน์' สั่ง คมนาคมเร่งแก้คอขวด ICD ลาดกระบัง เร่งสร้าง Ramp เชื่อม M7

'พิพัฒน์' สั่ง คมนาคมเร่งแก้คอขวด ICD ลาดกระบัง เร่งสร้าง Ramp เชื่อม M7