
LHMH เปิดเกมรุกโรงแรม เล็งเจ้าพระยา-ชี้ Tomorrowland ดันราคาพัทยา 3 เท่า
LHMH เร่งขยายพอร์ตโรงแรม เล็งทำเลริมเจ้าพระยา หลังทุ่ม 3,600 ล้านปั้นโรงแรมเยาวราช จับตา Tomorrowland ดันราคาห้องพัทยาพุ่ง 3 เท่า
KEY
POINTS
- LHMH เดินหน้ารุกธุรกิจโรงแรม โดยมองหาทำเลใหม่เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอเพิ่มเติมจากปัจจุบัน
- บริษัทฯ กำลังพิจารณาทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโครงการโรงแรมแห่งต่อไป
- เทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland ที่จะจัดขึ้นที่พัทยา คาดว่าจะส่งผลให้ราคาห้องพักในพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างน้อย 3 เท่า
บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) ในเครือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เดินเกมรุกธุรกิจโรงแรมต่อเนื่อง มองหา “ทำเลใหม่” ขยายพอร์ต หลังตลาดท่องเที่ยวและโรงแรมเริ่มได้รับแรงส่งจากอีเวนต์ขนาดใหญ่ โดยเล็งทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหมุดหมายถัดไป
กิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ LHMH เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างมองหาโลเกชันใหม่สำหรับพัฒนาโรงแรม โดยต้องการทำเลที่แตกต่างจากพอร์ตปัจจุบันซึ่งครอบคลุมสุขุมวิท ราชประสงค์ สีลม และสาทร รวมถึงพัทยา
“เยาวราช” จึงถูกเลือกเป็นหนึ่งในทำเลสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจ ขณะเดียวกันบริษัทกำลังมองโอกาสพัฒนาโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มเติม
แนวทางการลงทุนจะให้น้ำหนักกับการสร้างอาคารใหม่มากกว่าการรีโนเวตอาคารเดิม เพื่อให้สามารถกำหนดรูปแบบโครงการและประสบการณ์ของลูกค้าได้ตั้งแต่ต้น
ปัจจุบัน LHMH มีโรงแรมแบรนด์ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์” เปิดให้บริการแล้ว 10 แห่งในกรุงเทพฯ และพัทยา และกำลังขยายพอร์ตต่อเนื่อง โดยโครงการล่าสุดคือ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา” มูลค่าลงทุนกว่า 4,300 ล้านบาท เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเดือนตุลาคม 2569 มีห้องพัก 494 ห้อง
โครงการดังกล่าวถูกวางตำแหน่งเป็น Integrated Destination Hotel ซึ่ง LHMH ต้องการยกระดับโมเดลธุรกิจจากการขายห้องพัก ไปสู่การขาย “ประสบการณ์” โดยรวมโรงแรม สวนน้ำ ความบันเทิง ร้านอาหาร และพื้นที่ประชุมและอีเวนต์ไว้ในโครงการเดียว
3,600 ล้าน ปั้นแลนด์มาร์กเยาวราช
อีกหนึ่งโครงการที่อยู่ระหว่างเดินหน้าคือ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ” โรงแรมลำดับที่ 11 ของกลุ่ม มูลค่าการลงทุน 3,600 ล้านบาท
ตั้งอยู่บนที่ดินเช่าระยะยาวเกือบ 4 ไร่ในย่านเยาวราช มีห้องพัก 351 ห้อง พื้นที่ใช้สอยกว่า 40,000 ตารางเมตร และคาดเปิดให้บริการในไตรมาส 2 ปี 2571
LHMH วางโครงการนี้ให้เป็นมากกว่าโรงแรม โดยเตรียมพื้นที่เชิงพาณิชย์รองรับร้านค้าและร้านอาหารระดับท็อป
รวมถึงร้านอาหารที่อยู่ในกลุ่มมิชลินไกด์ประมาณ 20 ร้าน พร้อมจุดจอดรถใต้ดิน 4 ชั้น และจอ LED ขนาดใหญ่ 2 จุด เพื่อสร้างจุดเช็กอินและดึงทราฟฟิกเข้าสู่โครงการ
กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนทิศทางของ LHMH ที่ต้องการเลือกทำเลซึ่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและสามารถสร้าง “Destination” ของตัวเอง มากกว่าการแข่งขันด้วยจำนวนห้องพักเพียงอย่างเดียว
อีเวนต์ใหญ่ ดันดีมานด์โรงแรมปลายปี
สำหรับตลาดโรงแรมในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2569 LHMH ประเมินว่าจะได้รับแรงหนุนจากอีเวนต์ขนาดใหญ่
โดยเฉพาะการประชุม IMF-World Bank 2026 ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์การประชุมดังกล่าวคาดว่าจะมีนักธุรกิจและผู้แทนนานาชาติเดินทางเข้าร่วมจำนวนมาก ส่งผลให้ความต้องการห้องพักโรงแรมระดับ 5 ดาวในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะโรงแรมที่อยู่รอบศูนย์การประชุมฯ ซึ่ง LHMH ระบุว่าได้รับยอดจองเข้ามาต่อเนื่องในช่วงไฮซีซัน
ขณะที่ “พัทยา” กำลังได้แรงส่งจากเทศกาลดนตรีระดับโลก “Tomorrowland” ซึ่งกำหนดจัดวันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 ที่ Wisdom Valley จังหวัดชลบุรี โดย LHMH มองว่าอีเวนต์ดังกล่าวจะเป็นตัวเร่งสำคัญของตลาดโรงแรมในพื้นที่
กิตติระบุว่า ช่วงจัด Tomorrowland ราคาห้องพักของโรงแรมในพัทยาโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3 เท่า สะท้อนดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าร่วมงาน
นอกจาก Tomorrowland แล้ว พัทยายังมีเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาในวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งตลาดไทยและต่างประเทศ และมีการจองห้องพักล่วงหน้าเข้ามาแล้ว
แรงส่งจากอีเวนต์จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับตลาดโรงแรมพัทยาในช่วงปลายปี จากเดิมที่อาศัยฤดูกาลท่องเที่ยวเป็นหลัก
ไปสู่ตลาดที่สามารถสร้างดีมานด์และเพิ่มราคาห้องพักได้จาก “Event Economy” โดยเฉพาะงานระดับโลกที่ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก
สำหรับ LHMH การเดินหน้าขยายโรงแรมทั้งในเยาวราช ทำเลริมเจ้าพระยาที่อยู่ระหว่างการมองหา และการลงทุนต่อเนื่องในพัทยา
สะท้อนกลยุทธ์สร้างพอร์ตโรงแรมที่เน้น “ทำเล + ประสบการณ์ + อีเวนต์” เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำรายได้ของแต่ละโครงการ มากกว่าการขยายจำนวนห้องพักเพียงอย่างเดียว







