
“เอกนัฏ” สั่งตรวจดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ ผิดกฎหมายคุก 2 ปี
ประสาน กทม.ระงับโครงการชั่วคราว หลังพบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไม่ได้รับอนุญาต เร่งวางมาตรฐานน้ำ ไฟฟ้า และความปลอดภัยใหม่
KEY
POINTS
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน สั่งตรวจสอบศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ หลังพบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองขนาดใหญ่ที่ไม่ได้รับอนุญาตในกรุงเทพฯ
- มีการประสานงานกับกรุงเทพมหานครให้ระงับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่เป็นการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบใบอนุญาต ระบบความปลอดภัย และผลกระทบต่อชุมชน
- ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง อาจมีความผิดทางอาญาและต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งปูพรมตรวจสอบศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ หลังเจ้าหน้าที่พบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองสำหรับเครื่องปั่นไฟ ความจุมากกว่า 150,000 ลิตรในกรุงเทพมหานคร โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมประสานกรุงเทพมหานครให้ระงับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่เป็นการชั่วคราว ระหว่างตรวจสอบและจัดระเบียบระบบใหม่
นายเอกนัฏชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างตอบกระทู้ถามสดของนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ว่า ปัญหาดังกล่าวสะสมมานาน 3–4 ปี ขณะที่ถังน้ำมันบางแห่งติดตั้งและใช้งานมาตั้งแต่ปี 2563
กระทรวงพลังงานส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน และพบถังเก็บน้ำมันสำหรับเครื่องปั่นไฟสำรองที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงแจ้งความดำเนินคดีแล้ว หากตรวจพบว่าผู้ประกอบการรายใดดำเนินกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง อาจมีความผิดทางอาญาและได้รับโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี
รัฐบาลเตรียมขยายการตรวจสอบไปยังศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ทุกแห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น เพื่อพิจารณาใบอนุญาต ระบบกักเก็บน้ำมัน มาตรการป้องกันอัคคีภัย ตลอดจนผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
นายเอกนัฏกล่าวว่า ได้หารือกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้ระงับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดในกรุงเทพฯ ชั่วคราว คาดว่าการตรวจสอบและจัดระเบียบจะใช้เวลาหลายเดือน ก่อนกำหนดแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจน
ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีมีมติออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อวางระบบกำกับดูแลกลาง รวมถึงบริหารการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับมาตรการระยะยาว นายเอกนัฏแสดงความเห็นว่า ไม่ควรอนุญาตให้ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงสำรองสำหรับเครื่องปั่นไฟในดาต้าเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่กลางชุมชน พร้อมเสนอให้กำหนดมาตรฐานการใช้น้ำและไฟฟ้าให้เหมาะสมกับขนาดของโครงการ
ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ตั้งแต่ใบอนุญาตก่อสร้าง การจัดเก็บเชื้อเพลิง ไปจนถึงเกณฑ์สิ่งแวดล้อม รัฐบาลจึงต้องเชื่อมโยงการทำงานและบังคับใช้กฎหมายเดิมอย่างเข้มงวด ประเด็นที่ต้องติดตามคือผลตรวจทั่วประเทศ ระยะเวลาระงับโครงการ และหลักเกณฑ์ใหม่ที่จะกระทบทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน และชุมชนโดยรอบ.







