
"พิพัฒน์"เปิดโต๊ะคุยชุมชนคลองเตย ร่วมออกแบบอนาคตพื้นที่
“พิพัฒน์” เปิดเวทีรับฟังชุมชนคลองเตย ย้ำยังไม่มีข้อสรุปเรื่องจัดสรรที่ดิน ชี้ทุกฝ่ายต้องร่วมคิดทางออก ทั้งที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจ และภารกิจ กทท.
KEY
POINTS
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนคลองเตยและทุกภาคส่วน เพื่อร่วมออกแบบอนาคตการพัฒนาพื้นที่ โดยย้ำว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการหารือ
- แนวทางการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือคลองเตยจะดำเนินควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยเน้นการสร้างที่อยู่อาศัยที่มีความมั่นคงพร้อมอาชีพและบริการสาธารณะที่จำเป็น
- ชุมชนคลองเตยเสนอให้จัดสรรพื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัยและขอมีส่วนร่วมในการออกแบบ ซึ่งกระทรวงคมนาคมรับข้อเสนอไปศึกษาเพื่อจัดทำทางเลือกเบื้องต้นก่อนนำกลับมาหารืออีกครั้ง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและหารือแนวทางบริหารจัดการที่อยู่อาศัยของชุมชนคลองเตย
โดยมีผู้นำชุมชน ภาคประชาชน นักวิชาการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สถาบันอาศรมศิลป์ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 19 อาคารที่ทำการ กทท.
การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแนวคิดของกระทรวงคมนาคมในการทบทวนบทบาทของท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) และการศึกษาความเป็นไปได้ในการย้ายภารกิจขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือแหลมฉบังในระยะยาว
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์และเปิดทางให้พื้นที่ท่าเรือกรุงเทพสามารถนำไปพัฒนาในรูปแบบอื่น โดยก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมระบุว่าการพัฒนาพื้นที่ต้องดำเนินควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนคลองเตย
นายพิพัฒน์กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทุกฝ่ายได้มานั่งพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นร่วมกันอย่างพร้อมหน้า
โดยไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อหาข้อสรุปหรือข้อยุติในทันที แต่ต้องการให้เป็นพื้นที่กลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันค้นหาแนวทางที่ทุกฝ่ายสามารถเดินไปด้วยกันได้
“วันนี้ไม่ใช่ข้อสรุป แต่เป็นจุดเริ่มต้น” โดยสิ่งสำคัญคือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหาความเหมาะสมร่วมกัน เพราะการพัฒนาพื้นที่ในท้ายที่สุดต้องทำให้ทั้งภาครัฐและประชาชนสามารถเดินไปด้วยกันได้
คลองเตยไม่ได้มีแค่เรื่องที่ดิน แต่คือวิถีชีวิตของคนหลายรุ่น
นายพิพัฒน์ระบุว่า ชุมชนคลองเตยมีประวัติศาสตร์และความผูกพันกับพื้นที่มาอย่างยาวนาน หลายครอบครัวอยู่อาศัยและประกอบอาชีพในพื้นที่ต่อเนื่องมาหลายรุ่น
ขณะที่สมาชิกบางส่วนของครอบครัวทำงานกับ กทท. ดังนั้น การบริหารจัดการพื้นที่จึงไม่ควรมองเฉพาะมูลค่าที่ดินหรือการพัฒนาเชิงพาณิชย์ แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับวิถีชีวิต อาชีพ และอนาคตของประชาชน
“ข้าราชการ นักการเมือง หรือผู้บริหาร วันหนึ่งก็เปลี่ยนแปลงไปตามวาระ แต่พี่น้องประชาชนที่นี่อยู่กันมาหลายรุ่น และลูกหลานก็ยังต้องเติบโตต่อไปในอนาคต”
นายพิพัฒน์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องคิดร่วมกันคือการบริหารพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ขณะเดียวกันประชาชนต้องมีที่อยู่อาศัย มีอาชีพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ก่อนหน้านี้ แนวคิดการจัดสรรพื้นที่เพื่อรองรับที่อยู่อาศัยของชุมชนคลองเตยถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาควบคู่กับแผนการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพ
มีการพูดถึงการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวสูงและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชุมชน ขณะที่รายละเอียดพื้นที่และรูปแบบยังต้องผ่านการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน
ยังไม่ล็อกพื้นที่-รูปแบบที่อยู่อาศัย
สำหรับข้อเสนอของเครือข่ายชุมชนเกี่ยวกับการจัดสรรพื้นที่เพื่อรองรับการจัดระเบียบที่อยู่อาศัย นายพิพัฒน์ยืนยันว่า รับไว้ประกอบการพิจารณา
แต่ยังไม่ถือเป็นข้อยุติ และขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดขนาดพื้นที่ รูปแบบ หรือแนวทางการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นทางการ
จากนี้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำรายละเอียดไปศึกษาร่วมกัน ทั้งการใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อกฎหมาย แผนแม่บทของ กทท. รูปแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัย แหล่งเงินทุน และความเหมาะสมของพื้นที่
เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจของ กทท. และทิศทางการพัฒนาประเทศ
นายพิพัฒน์ยังเสนอว่า หากผลการศึกษาในอนาคตพบว่ามีพื้นที่และรูปแบบที่เหมาะสม การพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยให้เป็นผืนเดียวกันอาจช่วยให้การบริหารจัดการชุมชนและการจัดบริการสาธารณะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แต่โจทย์ไม่ได้อยู่ที่การสร้าง “บ้าน” เพียงอย่างเดียว หากต้องออกแบบ “คุณภาพชีวิต” ไปพร้อมกัน ทั้งพื้นที่สีเขียว สนามเด็กเล่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนระดับประถมศึกษา ตลอดจนบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเสนอที่เคยมีการพูดถึงก่อนหน้านี้ว่า การพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ควรมาพร้อมพื้นที่สาธารณะ โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และบริการด้านสุขภาพ เพื่อให้ชุมชนสามารถอยู่อาศัยและประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
ชุมชนขอมีส่วนร่วมออกแบบอนาคต
นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้แทนมูลนิธิดวงประทีป เสนอให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดสรรพื้นที่รองรับที่อยู่อาศัยของประชาชน ควบคู่กับการใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อการพัฒนาและสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
โดยคำนึงถึงค่าใช้จ่ายและค่าเช่าที่เหมาะสมกับประชาชนผู้มีรายได้น้อย รวมถึงการวางผังเมืองและรูปแบบการอยู่อาศัยในระยะยาว
ขณะที่นางสุพรรณี ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน กล่าวว่า ประชาชนคลองเตยมีความผูกพันกับพื้นที่มายาวนาน และที่ผ่านมาได้ร่วมกันจัดทำข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง การเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้พูดคุยกันจึงเป็นโอกาสสำคัญในการร่วมออกแบบแนวทางพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีความมั่นคงและครอบคลุมประชาชนในพื้นที่
สำหรับทิศทางต่อไป นายพิพัฒน์มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลและข้อเสนอทั้งหมดไปจัดทำแนวทางและทางเลือกเบื้องต้น ก่อนนำกลับมาหารือกับชุมชน กทท. และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
“ความเหมาะสมและประโยชน์ร่วมกัน” จะเป็นหลักสำคัญในการพิจารณา โดยแนวคิดทั้งหมดสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามข้อมูล ข้อจำกัดทางกฎหมาย และความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
นายพิพัฒน์ย้ำว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่าง กทท. หน่วยงานภาครัฐ และประชาชน เพื่อให้กระบวนการหลังจากนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรับฟัง ความเข้าใจ และความสมานฉันท์
“อยากให้วันนี้เป็นจุดสตาร์ท เราเริ่มจากการฟังกันก่อน จากนั้นค่อยนำข้อมูลทั้งหมดมาวางบนโต๊ะ แล้วช่วยกันคิดว่าอะไรคือทางออกที่เหมาะสมที่สุด ร่วมกันออกแบบอนาคตของพื้นที่”
ทั้งนี้ หากมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่เพิ่มเติม นายพิพัฒน์ระบุว่ายินดีเข้าร่วมรับฟังด้วยตนเอง
พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานกับผู้นำชุมชน ภาคประชาชน และทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การหารือครั้งนี้นำไปสู่แนวทางการพัฒนาพื้นที่คลองเตยที่สร้างประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว







