
VRANDA มองท่องเที่ยวครึ่งปีหลังสดใส รับแรงส่งเมืองท่องเที่ยวอนาคต
VRANDA ชี้ท่องเที่ยวไทยครึ่งปีหลัง 2569 สดใส รับแรงหนุนกรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ หัวหิน พร้อมรับรู้รายได้อสังหาฯ ภูเก็ต 300-400 ล้านบาท
KEY
POINTS
- VRANDA คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยครึ่งปีหลังจะเติบโตแข็งแกร่ง โดยได้รับปัจจัยหนุนจากกิจกรรมและโครงสร้างพื้นฐานในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น การประชุม World Bank ที่กรุงเทพฯ, เทศกาลดนตรี Tomorrowland ที่พัทยา และการเดินทางสู่หัวหินที่สะดวกขึ้น
- บริษัทฯ วางตำแหน่งตัวเองเป็น "ผู้นำโรงแรมในหัวเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย" (Leader Domestic-Focused) ซึ่งทำให้สามารถรับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่มีโครงการตั้งอยู่
- แม้มีความกังวลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง บริษัทฯ เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากมีการกระจายฐานลูกค้าหลากหลายชาติและมุ่งเน้นเพิ่มการจองตรงเพื่อลดความเสี่ยง
ตลาดท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 กำลังเปลี่ยนจากการฟื้นตัวเชิงปริมาณไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ประสบการณ์ และศักยภาพของพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองหลักที่มีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน กิจกรรมระดับนานาชาติ และฐานนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย ปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นแรงส่งสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่วางตำแหน่งตัวเองให้เชื่อมโยงกับการเติบโตของเมือง
บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA มองว่าภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกของเมืองท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง
โดยบริษัทวางจุดแข็งในฐานะ “ผู้นำโรงแรมในหัวเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย” หรือ Leader Domestic-Focused ซึ่งช่วยให้สามารถกระจายความเสี่ยงด้านตลาดและรับประโยชน์จากการเติบโตของแต่ละเมืองได้พร้อมกัน
นายภวัฒก์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA ผู้นำธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มีแนวโน้มขยายตัวอย่างแข็งแกร่งจากปัจจัยบวกที่หลากหลาย
อาทิ “กรุงเทพฯ” ที่เตรียมรับอานิสงส์จากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม World Bank ซึ่งจะช่วยกระตุ้นอัตราการเข้าพักโรงแรม รายได้กลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม (F&B) และงานจัดเลี้ยงอย่างมีนัยสำคัญ “พัทยา” จะได้รับผลบวกจากการจัดเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland ในเดือนธันวาคมนี้ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ
ขณะที่ “เชียงใหม่” ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ดีจากฐานนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และ “หัวหิน” จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ที่แล้วเสร็จ
สะท้อนจากโรงแรมในเครือทั้ง 2 แห่งในหัวหินที่มียอดจองเต็ม (Fully Booked) ในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจของ VRANDA ในครึ่งปีหลัง เนื่องจากบริษัทฯ มีโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวหลักข้างต้น โดยมีจุดเด่น “ผู้นำโรงแรมในหัวเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย” (Leader Domestic-Focused) จากการรับประโยชน์ดังกล่าว
“แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจสร้างความกังวลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวยุโรปบางส่วน แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทฯ
เนื่องจากเรากระจายฐานลูกค้า (Diversification) ทั้งในเอเชีย สหรัฐอเมริกาและคนไทย ประกอบกับประเทศไทยยังคงมีภาพลักษณ์เป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาในภูมิภาคนี้”
นายภวัฒก์ กล่าว ทั้งนี้บริษัทฯ สามารถลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มตัวแทน (OTA) และหันมามุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนการจองตรง (Direct Booking) โดยการใช้ Loyalty Program การมอบสิทธิประโยชน์เชิงประสบการณ์ และการอัปเกรดระบบจองบนเว็บไซต์ให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น
ควบคู่ไปกับการรุกตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) จากจีนผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Xiaohong Shu, WeChat และ Douyin รวมถึงการขยายตลาดสู่กลุ่มยุโรป รัสเซีย และเอเชีย เพื่อช่วยจำกัดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) บริษัทฯ มีรายได้รวม 857 ล้านบาท เติบโต 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย
ภาษีและค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากการดำเนินงานปกติ (Normalized EBITDA) รวม 276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% โดยมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 61 ล้านบาท เติบโต 662% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY)
โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบันทึกรายการบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด (Non-cash item) จากการรับรู้ผลขาดทุนจากการชำระเงินกู้ก่อนกำหนด (Refinance) จำนวน 56 ล้านบาท
ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อการลดต้นทุนทางการเงิน (Finance Cost) อย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องไปอีกหลายปี เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนทางการเงินก่อน Refinance ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
โครงการ Veranda Villas & Suites Phuket พร้อมเริ่มโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรับรู้รายได้ในปีนี้ไว้ที่ 300-400 ล้านบาท ในครึ่งปีหลัง







