
ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น ชูโมเดล แยก-ย่อย-ใช้ ดันภูเก็ตลดขยะอาหาร 80%
วิกฤตขยะภูเก็ตล้นเตาเผา! ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น เสนอโมเดล แยก-ย่อย-ใช้ จัดการขยะอาหารต้นทาง ช่วยลดภาระฝังกลบ 80% ดันภูเก็ตสู่เมืองสีเขียวเต็มรูปแบบ
"ถ้าจัดการเศษอาหารที่ต้นทางได้เพียงครึ่งหนึ่ง ภูเก็ตแทบไม่ต้องเพิ่มปริมาณการฝังกลบเลย และไม่ต้องรอเตาเผาหัวที่สอง" — เนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น จำกัด
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ผนึกกำลังร่วมกับ กฎบัตรไทย สมาคมการผังเมืองไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพันธมิตรภาคธุรกิจ ประกาศความพร้อมจัดงาน Thailand Greenest Cities Forum & Expo @Phuket 2026 ระหว่างวันที่ 24-26 กันยายน 2569 เพื่อผลักดันให้ภาคใต้ก้าวสู่การเป็นเมืองสีเขียว เมืองพลังงานสะอาด และเมืองสุขภาพระดับนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการขับเคลื่อนครั้งนี้คือ "เป้าหมายปี 2040" ที่มุ่งเน้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 50 แห่ง รวมพลังลดปริมาณขยะอาหารในจังหวัดภูเก็ตให้ได้ถึงร้อยละ 80
นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น จำกัด หนึ่งในพันธมิตรผู้ร่วมงาน เปิดเผยว่า เป้าหมายการลดขยะดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูง แต่หัวใจสำคัญคือต้อง "ย้ายจุดจัดการขยะมาไว้ที่ต้นทาง" เนื่องจากวิกฤตขยะในปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่า การแก้ปัญหาที่ปลายทางเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรองรับปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจริงได้อีกต่อไป
วิกฤตขยะภูเก็ตล้นเตาเผา สู่ทางออกด้วยการจัดการต้นทาง
ข้อมูลสาธารณะในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า ขยะจากทั่วเกาะภูเก็ตถูกส่งเข้าศูนย์กำจัดมูลฝอยที่สะพานหินสูงถึง 1,200-1,300 ตันต่อวัน ในขณะที่เตาเผามีศักยภาพรองรับได้สูงสุดเพียง 700 ตันต่อวัน ทำให้ขยะส่วนเกินอีก 500-600 ตันต้องถูกนำไปทิ้งในบ่อฝังกลบ
เมื่ออ้างอิงจากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษที่ระบุว่า ขยะอาหารคิดเป็นร้อยละ 39 ของขยะมูลฝอยชุมชน จึงประเมินได้ว่าภูเก็ตมีเศษอาหารเกิดขึ้นราว 470-500 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปริมาณขยะส่วนเกินที่ต้องนำไปฝังกลบในแต่ละวัน หากสามารถจัดการเศษอาหารเหล่านี้ได้ตั้งแต่ต้นทาง ปัญหาขยะล้นเมืองจะบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด
ชูโมเดล "แยก-ย่อย-ใช้" เริ่มต้นที่ผู้ก่อขยะรายใหญ่
เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน นายเนวินธุ์ได้เสนอหลักการ "แยก-ย่อย-ใช้" โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
- แยก: เริ่มต้นจากกลุ่มผู้ก่อขยะรายใหญ่ (Big Generators) เช่น ตลาดสด โรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษา ซึ่งมีจำนวนจุดไม่มาก แต่มวลรวมของขยะในแต่ละจุดมีปริมาณสูง
- ย่อย: เนื่องจากภูเก็ตมีภูมิประเทศเป็นเกาะ การขนส่งขยะออกนอกพื้นที่มีต้นทุนมหาศาล การย่อยสลายขยะที่จุดกำเนิดจึงช่วยลดน้ำหนักและต้นทุนการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ใช้: เป็นขั้นตอนที่มักถูกมองข้าม การย่อยขยะโดยไม่มีปลายทางรองรับผลผลิต เป็นเพียงการ "ย้ายกองขยะ" ไม่ใช่การ "กำจัดขยะ" จึงจำเป็นต้องจับคู่ผลผลิตที่ได้ (เช่น ปุ๋ย หรือวัสดุปรับปรุงดิน) กับงานภูมิทัศน์เมืองและภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ท้องถิ่นนำกลไก "ค่าธรรมเนียมขยะแบบแปรผันตามปริมาณ" มาบังคับใช้ผ่านการออกข้อบัญญัติท้องถิ่น เพื่อสร้างแรงจูงใจในการลดขยะ
ปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย หนุนนโยบาย "เมืองสีเขียว"
สำหรับการกำหนดให้อาคารสร้างใหม่ต้องเป็นอาคารเขียว (Green Building) นายเนวินธุ์ระบุว่า ประเทศไทยมีเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน (BEC) ที่บังคับใช้กับอาคารใหม่ 9 ประเภท (ขนาด 2,000 ตร.ม. ขึ้นไป) มาตั้งแต่ต้นปี 2566 แล้ว
ดังนั้นโจทย์ที่แท้จริงจึงไม่ได้อยู่ที่การออกกฎหมายใหม่ แต่อยู่ที่ "การบังคับใช้และการยกระดับมาตรฐาน" พร้อมเสนอให้แบ่งข้อกำหนดออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ การบังคับขั้นต่ำ, การสร้างแรงจูงใจสำหรับส่วนที่ทำได้เกินมาตรฐาน และการใช้ระบบรับรองที่มีอยู่แล้ว
นายเนวินธุ์ เน้นย้ำว่า แนวคิดเมืองสีเขียว (Green City) ต้องมองภาพรวมที่กว้างกว่าอาคารเขียว เพราะการจัดการขยะ การขนส่ง และพื้นที่สีเขียวส่วนใหญ่อยู่นอกรั้วอาคาร ทั้งนี้ ภาครัฐควรเข้ามาสนับสนุนใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
- ด้านแหล่งทุน: ขยายสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) ให้ครอบคลุมกลุ่ม SME และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ด้านมาตรฐาน: ออกเกณฑ์รองรับ "วัสดุปลูกจากเศษอาหาร" เป็นการเฉพาะ เพื่อให้ผลผลิตมีปลายทางที่ถูกกฎหมายรองรับ
- ด้านกติกา: ออกข้อกำหนดระดับชาติ บังคับให้ผู้ก่อขยะรายใหญ่ต้องแยกเศษอาหาร โดยให้ท้องถิ่นเป็นผู้ควบคุมกวดขัน
3 แกนหลักสู่อาคารรักษ์โลก พร้อมนวัตกรรมจัดการขยะครบวงจร
ในฐานะผู้นำด้านการออกแบบและติดตั้งระบบสำหรับอาคารเขียว ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น ได้วางกรอบการทำงานผ่าน 3 แกนหลักที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ได้แก่
- Zero Leak: การยืดอายุการใช้งานของอาคารเดิม ภายใต้แนวคิดที่ว่า "อาคารที่ไม่ต้องรื้อสร้างใหม่ คืออาคารที่รักษ์โลกที่สุด"
- Zero Heat: การลดปริมาณความร้อนที่เข้าสู่ตัวอาคาร เพื่อประหยัดพลังงาน
- Zero Waste: การจัดการเศษอาหารแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดกำเนิด
โดยนวัตกรรมเด่นที่ติดตั้งและใช้งานจริงแล้ว ได้แก่
- Z'Food Zero Waste: เครื่องแปรรูปเศษอาหาร (รวมถึงเศษผัก อาหารปรุงสุก เปลือกไข่ และกระดูก) ให้กลายเป็นวัสดุปรับปรุงดินได้ภายใน 24 ชั่วโมง ปัจจุบันติดตั้งแล้วที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
- Landscape Engineering System: ระบบวิศวกรรมภูมิทัศน์ที่ออกแบบมาเพื่อการจัดสวนบนโครงสร้างอาคารและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง
- AquaTank: กล่องโมดูลาร์รับน้ำหนักสูง ผลิตจากพลาสติก PP รีไซเคิล ใช้สำหรับหน่วงและกักเก็บน้ำฝนใต้ดิน เหมาะสำหรับลานกว้าง สนามหญ้า สวนรับน้ำฝน และลานจอดรถแบบซึมน้ำ
- ZiB ROOF: ระบบหลังคาโครงสร้างเหล็กน้ำหนักเบา ปิดผิวด้วยเมทัลชีทและเมมเบรนกันซึม TPO ช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ ลดภาระเครื่องปรับอากาศ และพร้อมรองรับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์







