
“ภราดร” เผย "ข้อมูลรั่ว" เหตุจากรหัสผ่านหลุด พบข้อมูลปชช.รั่วไหล 800 ราย
“ภราดร” เผย "ข้อมูลรั่ว" เหตุจากรหัสผ่านหลุด-ไม่ใช่เจาะระบบ เร่งอุดช่องโหว่ข้อมูลรัฐ หลังพบใช้รหัสผ่านที่รั่วเข้าค้นข้อมูลประชาชนกว่า 800 ราย
รัฐบาลเผยผลตรวจสอบเบื้องต้นกรณีข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ พบต้นเหตุจากการใช้ชื่อบัญชีและรหัสผ่านที่รั่วไหลเข้าสู่ระบบ ไม่ใช่การเจาะหรือนำฐานข้อมูลของภาครัฐออกไปทั้งระบบ พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการยืนยันตัวตนหลายชั้นภายใน 30 วัน
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. หน่วยงานด้านการสืบสวนสอบสวน และหน่วยงานเจ้าของฐานข้อมูล เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ผลการตรวจสอบในเบื้องต้นระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากการเจาะระบบหรือการคัดลอกฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐออกไปทั้งหมด แต่เป็นการนำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่รั่วไหลอยู่ก่อนแล้วมาเข้าสู่ระบบ จากนั้นจึงสืบค้นข้อมูลตามสิทธิของบัญชีเป็นรายกรณี
ขณะนี้ตรวจพบประชาชนที่ถูกสืบค้นข้อมูลประมาณ 800 ราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังจากประวัติการใช้งานที่บันทึกไว้ในระบบได้
นายภราดรจึงสั่งการให้หน่วยงานที่จัดเก็บข้อมูลประชาชนเร่งใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายชั้น หรือ Multi-Factor Authentication (MFA) ให้ครอบคลุมทั้งระบบใหม่และระบบเดิม โดยกำหนดให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ ยังให้ทุกหน่วยงานจัดทำระบบบันทึกและตรวจสอบการใช้งาน หรือ Audit Log รวมถึงเร่งติดตามแก้ไขบัญชีผู้ใช้ที่เคยได้รับการแจ้งเตือนว่าชื่อบัญชีหรือรหัสผ่านอาจรั่วไหล
รัฐบาลยืนยันว่าจะยกระดับมาตรฐานการดูแลข้อมูลของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านชุดเดียวกันกับหลายบริการ และเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้นในบัญชีสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต







