
เปิดประวัติ 'โทน บางแค' จาก เด็กสลัม สู่ เซียนพระร้อยล้าน เผชิญคดีฉ้อโกง
เปิดปูมหลัง 'โทน บางแค' เซียน พระชื่อดัง จากเด็กสลัมสู่การสร้างธุรกิจ ก่อนเผชิญคดีฉ้อโกง ปมกล้อง ส่องพระเครื่อง
จุดเริ่มต้นจากเพชรบูรณ์สู่ชุมชนย่านบางแค
"โทน บางแค" หรือ นายโทนทอง สุขแก่น ไม่ได้มีพื้นเพเดิมเป็นคนกรุงเทพมหานคร โดยเกิดที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนที่บิดามารดาจะแยกทางกันในเวลาต่อมา ทำให้ต้องย้ายมาอาศัยอยู่ในการดูแลของคุณย่า บริเวณชุมชนย่านบางมดและบางแค กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วัยเด็ก
เส้นทางสู่วงการวัตถุมงคล
เส้นทางด้านวัตถุมงคลของนายโทนทอง เริ่มต้นขึ้นในช่วงวัยประถมศึกษา (ประมาณชั้น ป.4) จากการนำพระเครื่องภายในบ้านไปปล่อยเช่าแลกเงินเพื่อนำไปซื้อหนังสือพระเครื่องมาศึกษาด้วยตนเอง ก่อนจะตัดสินใจเดินทางไปยังสนามพระเครื่องท่าพระจันทร์เพื่อศึกษากลไกตลาด นอกจากนี้ ในช่วงวัยเยาว์ยังเคยบวชเรียนเป็นสามเณร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้รับความรู้เกี่ยวกับพุทธศิลป์และตำหนิพระเครื่องจากพระอาจารย์
ขยายธุรกิจและการจดทะเบียนนิติบุคคล
หลังจากสะสมประสบการณ์ซื้อขายแลกเปลี่ยนพระเครื่อง นายโทนทองได้ขยายบทบาทเข้าสู่ภาคธุรกิจเต็มตัว โดยการจดทะเบียนจัดตั้ง "บริษัท พระเครื่องเมืองไทย จำกัด" เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 เพื่อดำเนินกิจการร้านขายปลีกวัตถุโบราณ และให้บริการตรวจสอบพร้อมออกใบรับรองพระแท้ (Certificate of Authenticity) ในช่วงที่ตลาดเช่าบูชาพระเครื่องเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบออนไลน์
จากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลผ่านระบบ Creden Data และฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบรายการถือหุ้นและการดำรงตำแหน่งกรรมการของนายโทนทอง สุขแก่น ดังนี้
- บริษัท พระเครื่องเมืองไทย จำกัด: จดทะเบียนทุน 1,000,000 บาท ดำเนินธุรกิจขายปลีกวัตถุโบราณ โดยนายโทนทองถือหุ้นในสัดส่วน 50%
- บริษัท ทีทีซี โทน เทค แคร์ จำกัด: จดทะเบียนวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 ดำเนินธุรกิจการบำรุงรักษายานยนต์ทั่วไป โดยนายโทนทองถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 60%
คดีความและการดำเนินการทางกฎหมาย
6 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านตำบลบางคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี และสถานที่ทำงานของนายโทนทอง สุขแก่น หลังศาลอาญาอนุมัติหมายจับในข้อหา "ฉ้อโกง", "ฉ้อโกงประชาชน" และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. โดยกล่าวหาว่า ถูกหลอกให้สั่งจองกล้องส่องพระเครื่องรุ่น Zeiss Blue Marine ซึ่งมีการโฆษณาว่าเป็นโครงการความร่วมมือพิเศษแบบ Limited Edition ผลิตเพียง 3,175 ชิ้น โดยเสนอราคาจำหน่ายเริ่มต้นชิ้นละ 15,999 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 20 ล้านบาท
ภายหลังการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายโทนทอง สุขแก่น เพื่อนำตัวไปสอบปากคำดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายที่ กก.4 บก.ปอศ. โดยทางนายโทนทองได้ชี้แจงผ่านช่องทางสื่อสารส่วนตัวว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง







