
เปิดจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย! สะพานข้ามโขงตัวแปรเชื่อมรถไฟไทย-ลาว-จีน
ไทยอาจยังเชื่อมรถไฟลาว-จีนได้ไม่เต็มศักยภาพ แม้สร้างรถไฟความเร็วสูงถึงหนองคาย เพราะยังขาด “สะพานรถไฟแห่งใหม่” ข้ามแม่น้ำโขงที่อาจพลิกเกมโลจิสติกส์ทั้งภูมิภาค
KEY
POINTS
- การเชื่อมต่อรถไฟไทย-ลาว-จีนยังขาดองค์ประกอบสำคัญคือสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งเป็น "จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย" ที่จะทำให้โครงข่ายสมบูรณ์
- สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีข้อจำกัด เพราะมีทางรถไฟเพียงทางเดียวและใช้ร่วมกับรถยนต์ ทำให้เกิดปัญหาคอขวดและจำกัดศักยภาพการขนส่ง
- การสร้างสะพานรถไฟแห่งใหม่ที่รองรับรางทั้งขนาด 1 เมตร และ 1.435 เมตร จะเป็นการปลดล็อกการเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง และเป็นตัวแปรสำคัญในการเชื่อมโยงระบบรางของทั้งสามประเทศ
เปิด “จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย” เชื่อมรถไฟไทย-ลาว-จีน สะพานข้ามโขงที่อาจชี้ชะตาระบบรางภูมิภาค
แม้ประเทศไทยจะเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา-หนองคาย และเร่งพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่เพื่อเชื่อมต่อภาคอีสานกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่การเชื่อมโยงระบบรางไทย-ลาว-จีนให้สมบูรณ์อาจยังไม่เกิดขึ้น หาก “จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย” ของโครงข่ายยังขาดหายไป
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า สิ่งที่ยังเป็น “Missing Link” ของโครงข่ายรถไฟไทย-ลาว-จีน คือ สะพานรถไฟแห่งใหม่ข้ามแม่น้ำโขงระหว่างจังหวัดหนองคายกับนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ระบบรางของทั้งสามประเทศเชื่อมต่อกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน รถไฟจีน-ลาวสามารถเดินทางจากนครคุนหมิงของจีนมายังนครหลวงเวียงจันทน์ได้แล้ว โดยเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2564 ขณะที่ประเทศไทยกำลังก่อสร้างทั้งรถไฟทางคู่ราง 1 เมตร และรถไฟความเร็วสูงรางมาตรฐาน 1.435 เมตร มุ่งหน้าสู่จังหวัดหนองคาย
แต่เมื่อเส้นทางมาถึงริมแม่น้ำโขง การเชื่อมต่อกลับต้องพึ่งพาสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 ซึ่งมีทางรถไฟเพียงทางเดียวและใช้ร่วมกับการจราจรของรถยนต์ ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดด้านความจุและกลายเป็น “คอขวด” ของการเดินรถทั้งผู้โดยสารและสินค้า
ดร.สามารถชี้ว่า แม้ไทยจะลงทุนโครงข่ายระบบรางมูลค่าหลายแสนล้านบาท แต่หากยังไม่มีสะพานรถไฟแห่งใหม่ การเชื่อมต่อกับลาวและจีนก็จะไม่สามารถใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่
แนวคิดที่ไทยและ สปป.ลาวกำลังหารือกัน คือการก่อสร้างสะพานรถไฟแห่งใหม่ที่รองรับ รถไฟ 2 ระบบ ได้แก่
- รางขนาด 1 เมตร เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายของการรถไฟแห่งประเทศไทย
- รางมาตรฐาน 1.435 เมตร เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงไทยและรถไฟลาว-จีน
หากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น การขนส่งสินค้าระหว่างไทย ลาว และจีนจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มความรวดเร็วในการเดินทางของผู้โดยสาร และสร้างการเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อระหว่างเครือข่ายรถไฟของทั้งสามประเทศ
ดร.สามารถเสนอว่า รัฐบาลควรเร่งดำเนินการ 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่
1. เร่งสรุปรูปแบบสะพานร่วมกับรัฐบาล สปป.ลาว
2. กำหนดแนวทางการเชื่อมต่อทั้งราง 1 เมตรและราง 1.435 เมตร
3. วางระบบศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง และการเดินรถข้ามแดนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
4. เมื่อได้ข้อสรุปร่วมกันแล้ว ควรเร่งก่อสร้างสะพานรถไฟแห่งใหม่โดยเร็ว
และยังตั้งข้อสังเกตว่า บางครั้งอุปสรรคของการขนส่งระหว่างประเทศไม่ได้อยู่ที่ทางรถไฟหลายร้อยกิโลเมตร แต่อาจอยู่ที่สะพานยาวไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรเพียงแห่งเดียว ซึ่งสามารถเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดว่า การลงทุนระบบรางขนาดใหญ่จะสร้างผลตอบแทนได้เต็มศักยภาพ หรือยังคงสะดุดอยู่ที่ริมแม่น้ำโขง
ทั้งนี้ หากสะพานรถไฟแห่งใหม่ได้รับการผลักดันจนเกิดขึ้นจริง ก็จะถือเป็น “จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย” ที่ทำให้โครงข่ายรถไฟไทย-ลาว-จีนเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ และอาจยกระดับบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนและเส้นทางเศรษฐกิจเชื่อมจีนตอนใต้ในระยะยาว
ที่มา: เรียบเรียงจากเพจเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์







