
"พัทยา แมริออท รีสอร์ตฯ" นิยามใหม่ของ Green Hotel ที่อ่อนโยนต่อโลกได้จริง!
Pattaya Marriott Resort & Spa อีกด้านของพัทยาที่ทั้งสงบ ละมุน และร่วมสมัย ถ่ายทอดแนวคิด Green Hotel ผ่านการออกแบบ ประสบการณ์การพักผ่อน และความยั่งยืนที่สัมผัสได้จริง
KEY
POINTS
- นิยามความหรูหราในรูปแบบ "Quiet Luxury" ที่ผสมผสานความยั่งยืนเข้ากับการออกแบบอย่างแนบเนียน โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติและงานฝีมือท้องถิ่น ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว
- ความยั่งยืนถูกฝังลึกในโครงสร้างอาคารตั้งแต่การออกแบบ โดยมุ่งสู่มาตรฐานอาคารสีเขียวระดับสากล (LEED Gold) ซึ่งคำนึงถึงการใช้พลังงาน การเลือกใช้วัสดุคาร์บอนต่ำ และการออกแบบที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ก่อนเปิดให้บริการ
- ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านอาหาร โดยเน้นใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและตามฤดูกาล เพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการขนส่ง (Food Miles) สนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ และมอบประสบการณ์อาหารที่สดใหม่ให้แก่แขก
สิ่งแรกที่คุณประทับใจเมื่อก้าวย่างเข้าไปในโรงแรมสักแห่งคืออะไร เคยถามตัวเองไหม ความหรูหรา? ล๊อบบี้ที่ดูราวกับงานศิลป์ ความสะอาด สบายตา หรือความหอมที่ชวนให้สดชื่นและจดจำ..
มีโรงแรมจำนวนไม่น้อยที่ประกาศตัวว่าเป็น “โรงแรมสีเขียว” (Green Hotel) แต่เมื่อเดินเข้าไป สิ่งแรกที่เห็นกลับเป็นป้ายรณรงค์ประหยัดพลังงานหรือข้อความขอให้แขกใช้ผ้าขนหนูซ้ำ แต่สำหรับ Pattaya Marriott Resort & Spa สุดปลายหาดจอมเทียน เลือกวิธีที่เงียบและเรียบกว่านั้นมาก
โรงแรมไม่ได้พยายามบอกว่า “เรารักษ์โลก” หากแต่ทำให้ความยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การพักผ่อน จนบางครั้งผู้เข้าพักแทบไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังอยู่ในรีสอร์ตที่ออกแบบโดยมีแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมซ่อนอยู่แทบทุกมิติ
โรงแรมเปิดให้บริการในปี 2025 และถูกวางแนวคิดภายใต้แรงบันดาลใจ “Sugar Palm Trees Paradise” ภาพของต้นตาล ลมทะเล และภูมิทัศน์ชายฝั่งตะวันออกถูกแปลเป็นสถาปัตยกรรมที่อบอุ่น สงบ และเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างชัดเจน ความรู้สึกแรกเมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ไม่ใช่ความโอ่อ่าของรีสอร์ตริมทะเล แต่คือความผ่อนคลายแบบที่รีสอร์ตในบาหลี ศรีลังกา หรือเกาะเขตร้อนในมหาสมุทรอินเดียมักมอบให้
ล็อบบี้ที่สวยที่สุดตอนแสงเริ่มอ่อน
มุมที่สะท้อนตัวตนของโรงแรมได้ดีที่สุดไม่ใช่สระว่ายน้ำ ไม่ใช่สไลเดอร์ หรือวิวทะเลจากระเบียงห้องพัก หากเป็นล็อบบี้ที่ทั้งโอ่โถง สง่างามและดูเป็นกันเอง เพราะสเปซนี้กำลังแสดงให้เห็นว่า วัสดุธรรมชาติสามารถสร้างความหรูหราได้โดยไม่ต้องอาศัยความอลังการ ไม้ หวาย เส้นใยธรรมชาติ และพื้นผิวที่ไม่สมบูรณ์แบบเล็กน้อย กลับทำให้พื้นที่ดูมีเรื่องราวมากกว่าวัสดุสังเคราะห์ที่ถูกขัดจนไร้ร่องรอยของธรรมชาติ
นี่คือภาษาของ quiet luxury - ความเรียบหรูที่ไม่จำเป็นต้องประกาศตัว
Green Hotel ที่ไม่ได้เริ่มจากผ้าขนหนู
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ Pattaya Marriott Resort & Spa คือ แนวคิดด้านความยั่งยืนไม่ได้ถูกทำให้เป็นแคมเปญ แต่ถูกฝังอยู่ในโครงสร้างของอาคารตั้งแต่วันแรก
โรงแรมได้รับการออกแบบให้มุ่งสู่มาตรฐาน LEED Gold (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นมาตรฐานอาคารสีเขียวระดับสากลที่ประเมินตั้งแต่ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การจัดการน้ำ การเลือกวัสดุ คุณภาพอากาศภายในอาคาร ไปจนถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดอายุการใช้งานของอาคาร
หลายคนมักคิดว่า Green Hotel คือโรงแรมที่ใช้หลอดไฟ LED หรือมีถังแยกขยะ แต่ในความเป็นจริง โรงแรมที่ยั่งยืนที่สุดมักเริ่มตั้งแต่สิ่งที่แขกมองไม่เห็น เช่น การวางทิศทางอาคารให้รับลมธรรมชาติ การเลือกกระจกที่ลดความร้อน การออกแบบชายคาและช่องเปิด-ปิดเพื่อลดการใช้เครื่องปรับอากาศ หรือการเลือกวัสดุที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำ
ความยั่งยืนที่แท้จริงจึงเกิดขึ้น ก่อนที่แขกคนแรกจะเช็กอิน..
วัสดุธรรมชาติไม่ใช่แค่เรื่องความสวย
ไม้ หวาย หินและองค์ประกอบที่ได้แรงบันดาลใจจากงานหัตถกรรมท้องถิ่นไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างบรรยากาศ หากยังช่วยลดการพึ่งพาวัสดุสังเคราะห์ในหลายพื้นที่ของโครงการ
แนวคิด “local-inspired luxury” จึงไม่ได้เป็นเพียงคำโฆษณา แต่สะท้อนผ่านการเลือกวัสดุ สี และรูปทรงที่เชื่อมโยงกับภูมิประเทศชายฝั่งตะวันออกของไทย
ในอุตสาหกรรมโรงแรมทั่วโลก มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า คาร์บอนจำนวนมากของอาคารไม่ได้เกิดจากการใช้ไฟฟ้าหลังเปิดใช้งาน แต่เกิดตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเรียกว่า Embodied Carbon โรงแรมที่เลือกใช้วัสดุท้องถิ่นหรือวัสดุธรรมชาติจึงสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตั้งแต่ก่อนเปิดดำเนินการ
นี่คือเหตุผลที่รีสอร์ตหรูระดับโลกหลายแห่ง ตั้งแต่มัลดีฟส์จนถึงเมดิเตอร์เรเนียน เริ่มหันกลับมาใช้ไม้ ไม้ไผ่ หวาย ดินเผา และงานคราฟต์ท้องถิ่นมากขึ้น
สิ่งที่แขกไม่ค่อยสังเกต แต่มีผลต่อโลกมากที่สุด
หนึ่งในความจริงที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้คือ รอยเท้าคาร์บอนของโรงแรมจำนวนมากไม่ได้มาจากห้องพัก แต่มาจากอาหารและเครื่องดื่ม เพราะการขนส่งวัตถุดิบจากต่างประเทศ การเก็บรักษาในห้องเย็น และห่วงโซ่อุปทานที่ยาว ล้วนใช้พลังงานจำนวนมหาศาล
Pattaya Marriott Resort & Spa จึงให้ความสำคัญกับ วัตถุดิบท้องถิ่นและตามฤดูกาล ในหลายห้องอาหาร การใช้ผลผลิตจากพื้นที่ใกล้เคียงไม่ได้เพียงทำให้อาหารสดกว่า แต่ยังช่วยลดระยะทางการขนส่ง สนับสนุนเกษตรกรและผู้ผลิตในท้องถิ่น และลดการปล่อยคาร์บอนจากระบบโลจิสติกส์ เราจึงได้ทานผลไม้ตามฤดูกาลและขนมพื้นบ้านเช่นขนมตาล ขนมกล้วย ในการต้อนรับเพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ห้องพัก
ในยุโรป โรงแรมหลายแห่งเริ่มคำนวณ “Food Miles” ของเมนูแต่ละจาน และบางแห่งระบุปริมาณคาร์บอนของอาหารไว้ในเมนูโดยตรง แนวคิดนี้กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโรงแรมระดับบนทั่วโลก
Green Hotel ไม่ใช่การเสียสละ แต่คือความสบายที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด
มีความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งว่าโรงแรมรักษ์โลกมักแลกมาด้วยความสะดวกสบายน้อยลง แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม..
โรงแรมที่ออกแบบอย่างยั่งยืนมักมี คุณภาพอากาศภายในอาคารที่ดีกว่า แสงธรรมชาติที่นุ่มกว่า อุณหภูมิที่เสถียรกว่า และเสียงรบกวนที่น้อยกว่า เพราะองค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์อาคารสีเขียว
กล่าวอีกอย่างคือ แขกอาจนอนหลับสบายขึ้น ไม่ใช่เพราะเตียงนุ่มกว่า แต่เพราะอาคารถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับธรรมชาติได้ดีขึ้น
นี่คือมิติของ Green Hotel ที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเชื่อมโยงกับประสบการณ์การพักผ่อน
พัทยาในอีกด้านที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง
หากพัทยาเคยถูกจดจำด้วยภาพของความคึกคัก แสงสี และชายหาดที่ไม่เคยหลับ Pattaya Marriott Resort & Spa คืออีกด้านหนึ่งของเมืองชายทะเลที่เลือกเล่าเรื่องผ่าน งานคราฟต์ วัสดุธรรมชาติ แสง เงา และความเรียบง่ายที่ผ่านการออกแบบมาอย่างประณีต
โรงแรมแห่งนี้เหมาะกับคนที่มองหาความหรูหราแบบ quiet luxury มากกว่าความหรูแบบโชว์ฐานะ และเหมาะกับนักเดินทางที่เชื่อว่าความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องถูกประกาศผ่านป้ายหรือคำขวัญ แต่อาจซ่อนอยู่ในทุกพื้นผิวของอาคาร ทุกจานอาหาร และแสงอันอบอุ่นสบายตาในอุณหภูมิที่สบายกาย
บางครั้ง ความหรูที่แท้จริงอาจไม่ใช่การใช้ทรัพยากรมากขึ้น แต่คือการออกแบบให้ใช้ทรัพยากรอย่างฉลาดที่สุด และในความหมายนั้น Pattaya Marriott Resort & Spa กำลังเสนอภาพใหม่ของรีสอร์ตริมทะเลไทยที่ทั้งสวย สงบ และอ่อนโยนต่อโลกในเวลาเดียวกัน
Marriott ยังเหมาะกับทริปครอบครัว ด้วยสระว่ายน้ำกว้างขวาง มีสระแยกสำหรับเด็กๆ บริเวณชั้นล่าง ปลอดภัยและเชื่อมโยงกับเครื่องเล่นต่างๆ ส่วนสระชั้น 3 ดูไพรเวท สบายตาด้วยสระริมขอบฟ้าที่มองเห็นทิวทัศน์เชื่อมสายตากับชายหาดจอมเทียนเบื่องล่างแบบไม่มีอะไรบดบัง เหมาะกับการพักผ่อนแบบไม่สนใจเวลา มี Sunbird Bar บาร์หลักของโรงแรมบริการกาแฟ ค็อกเทล ไวน์ และเครื่องดื่มอีกมากมาย พร้อมของว่างและเมนูเบา ๆ ตลอดวัน
ปัจจุบันโรงแรมมี 6 ห้องอาหารและบาร์หลัก
- Goji Kitchen Grill & Bar
ห้องอาหารซิกเนเจอร์ของโรงแรม เสิร์ฟอาหารนานาชาติแบบ All-Day Dining ทั้งบุฟเฟต์และอะลาคาร์ต จุดเด่นคือซีฟู้ดสด เนื้อย่าง และครัวเปิด (Open Kitchen) ที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพและเมนูท้องถิ่นร่วมสมัย เหมาะสำหรับมื้อเช้า บรันช์ และดินเนอร์
- La Famiglia
ห้องอาหารอิตาเลียนบรรยากาศอบอุ่น ตกแต่งด้วยไม้และโทนธรรมชาติ เสิร์ฟพาสต้า พิซซา และอาหารอิตาเลียนสไตล์ครอบครัว เหมาะสำหรับดินเนอร์แบบคู่รักหรือครอบครัว
- Torien Rooftop and Bar
รูฟท็อปสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมเมนูยากิโทริ อาหารญี่ปุ่น และค็อกเทล เห็นวิวทะเลและพระอาทิตย์ตกของนาจอมเทียนได้อย่างสวยงาม เป็นหนึ่งในมุมที่ถ่ายรูปดีที่สุดของโรงแรม
- Sunbird Bar
บาร์หลักของโรงแรมสำหรับกาแฟ ค็อกเทล ไวน์ และเครื่องดื่มสร้างสรรค์ พร้อมของว่างและเมนูเบา ๆ ตลอดวัน เหมาะสำหรับช่วงบ่ายหรือก่อนดินเนอร์
- Siam Bakery
เบเกอรีและคาเฟ่ของโรงแรม เสิร์ฟครัวซองต์ ขนมอบ เค้ก กาแฟ และของหวาน เหมาะสำหรับมื้อเช้าหรือ Afternoon Coffee จุดแวะพักสบาย ๆ ระหว่างวัน
- The Siam Pool Bar and Lounge
พูลบาร์และเลานจ์ริมสระ เสิร์ฟอาหารนานาชาติ ของว่าง เครื่องดื่ม และค็อกเทล สามารถนั่งชิลริมสระได้ตลอดวัน เหมาะสำหรับวันพักผ่อนริมสระ
โปรโมชั่น ที่ Pattaya Marriott Resort and Spa เฉพาะบัตรเครดิต KTC
โปรโมชั่นห้องอาหาร มา 4 จ่าย 3
1 มี.ค. 69 - 30 พ.ย. 69
Seafood & Grill Dinner Buffet | Goji Kitchen Grill & Bar
เพียงท่านละ 1,314 บาทสุทธิ/ท่าน (ปกติ 1,752 บาท) - รวมน้ำเปล่า
เปิดให้บริการ วันพฤหัสบดี - วันอาทิตย์ เวลา 18.00 – 22.00 น.
สำรองที่นั่ง click
Signature Sunday Brunch Buffet | Goji Kitchen Grill & Bar
เพียงท่านละ 2,175 บาทสุทธิ/ท่าน (ปกติ 2,899 บาท)
เปิดให้บริการทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เวลา 12.00 - 14.30 น.
สำรองที่นั่ง click







