
รถ EV จีนบุกหนัก! แย่งตลาดส่งออกไทย ส.อ.ท. หั่นเป้าผลิต
ส.อ.ท. ปรับลดเป้าผลิตรถยนต์ปีนี้เหลือ 1.45 ล้านคัน หลัง EV จีนทะลักเข้าไทยและแย่งตลาดส่งออกอาเซียน-ออสเตรเลีย บวกวิกฤตตะวันออกกลางฉุดยอดส่งออกวูบ
KEY
POINTS
- การรุกตลาดของรถยนต์ EV จากจีนส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ทั้งตลาดส่งออกและตลาดในประเทศ
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ต้องปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์รวมในปีนี้ลงเหลือ 1.45 ล้านคัน โดยเฉพาะเป้าการส่งออก
- รถ EV จีนเข้าไปแย่งส่วนแบ่งในตลาดส่งออกหลักของไทย เช่น อาเซียนและออสเตรเลีย เนื่องจากความได้เปรียบด้านกำลังการผลิตและต้นทุนที่ต่ำกว่า
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับภาวะระส่ำครั้งใหญ่ เมื่อการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากประเทศจีนไม่เพียงแต่จะแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดภายในประเทศเท่านั้น
แต่ยังรุกลามไปถึงตลาดส่งออกหลักของไทย ส่งผลให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ต้องประกาศปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์รวมในปีนี้ลงเหลือเพียง 1.45 ล้านคัน
นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลว่า ยอดการผลิตรถยนต์รวมของไทยในช่วงครึ่งปีแรกทำได้เพียง 717,212 คัน ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยเป้าหมายใหม่ 1.45 ล้านคันนั้น แบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 9 แสนคัน (ลดลง 5.26%) และผลิตเพื่อขายในประเทศ 5.5 แสนคัน
วิกฤตส่งออก: จีนแย่งตลาด-สงครามตะวันออกกลางซ้ำเติม ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดส่งออกรถยนต์ของไทยหดตัวลง คือการรุกตลาดอย่างหนักของรถ EV จากจีนในภูมิภาคที่เป็นตลาดหลักของไทยอย่างอาเซียน ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
นายสุวัชร์ระบุว่า “ปัจจุบันจีนมีกำลังการผลิตรถยนต์เป็นหนึ่งในสามของโลก ได้เปรียบเรื่องต้นทุนต่อหน่วยการผลิตต่ำ หรือในช่วงสามปีหลัง จีนผลิตรถเกิน 30 ล้านคันทุกปี”
ขณะที่ไทยมีศักยภาพการผลิต 3 ล้านคัน แต่ปัจจุบันใช้กำลังการผลิตจริงไม่ถึงครึ่ง
นอกจากนี้ การส่งออกยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุช ส่งผลให้การส่งออกไปยังภูมิภาคนี้ในช่วงครึ่งปีแรกลดลงถึง 38.3%
อีกทั้งยังมีปัจจัยจากมาตรการกีดกันทางภาษีของสหรัฐฯ และเกณฑ์การปล่อยมลพิษที่เข้มงวดขึ้นของประเทศคู่ค้า
ตลาดในประเทศป่วน: EV นำเข้าพุ่งกระทบซัพพลายเชน
ในส่วนของตลาดในประเทศ แม้ยอดขายรถยนต์นั่ง EV ในครึ่งปีแรกจะเติบโตถึง 93% โดยมียอดขายกว่า 1 แสนคัน
แต่มีประเด็นที่น่ากังวลคือ “ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า EV ครึ่งปีแรก ที่ทำได้กว่า 1 แสนคัน ในจำนวนนี้เกิน 50% เป็นรถนำเข้า นั่นหมายถึงการขาดโอกาสของรถที่ผลิตในประเทศ กระทบซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม”
ขณะที่เซกเมนต์รถกระบะ ซึ่งถือเป็น "กระดูกสันหลัง" ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่า 90% ก็กำลังตกต่ำลงถึงจุดสุดยอด โดยมียอดขายเหลือเพียง 1.3-1.4 แสนคันต่อปี จากที่เคยขายได้ 3-4 แสนคัน
นายสุวัชร์ยังได้ฝากข้อคิดถึงผู้บริโภคท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดว่า แม้ปัจจุบันจะมีรถนำเข้าให้เลือกกว่า 100 รุ่น แต่ผู้บริโภคควรพิจารณาถึง “Cost of ownership (ต้นทุนในการครอบครอง ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการมีรถหนึ่งคัน) แต่ระยะยาวจะได้รับการดูแลที่ดีไหม หรือโบกมือลาหรือเปล่า เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องตระหนัก”







