
วิศวกรเตือนจับตา 4 ปัจจัยเสี่ยง เหตุน้ำทะลักอุโมงค์สายสีม่วงใต้
ผู้เชี่ยวชาญชี้เหตุน้ำรั่วอุโมงค์สายสีม่วงใต้ยังไม่วิกฤต เตือนจับตา 4 สัญญาณอันตรายดินถล่มซ้ำรอยปี 68 ด้านกรมรางยันคุมอยู่-สั่งติดเซนเซอร์ตึกรอบไซต์งาน
KEY
POINTS
- วิศวกรเตือนให้เฝ้าระวัง 4 ปัจจัยเสี่ยง หลังเกิดเหตุน้ำใต้ดินทะลักเข้าอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณสถานีวงเวียนใหญ่
- ปัจจัยเสี่ยง 4 ประการที่ต้องจับตา ได้แก่ การปนเปื้อนของดินในน้ำ, อัตราการไหลของน้ำ, การทรุดตัวของผิวถนน และรอยร้าวของอาคารใกล้เคียง
- สาเหตุเกิดจากแรงดันน้ำใต้ดินที่สูงกว่าอุโมงค์ 20 เมตรทะลักเข้าบ่อพักน้ำที่ยังสร้างไม่เสร็จ เบื้องต้นได้ฉีดคอนกรีตอุดรอยรั่วและติดตั้งเซนเซอร์เฝ้าระวังอาคารโดยรอบ
วิศวกรเตือนจับตา 4 ปัจจัยอันตราย เหตุน้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เร่งติดเซนเซอร์มอนิเตอร์ตึกแถวรอบไซต์งาน 24 ชม.
จากอุบัติเหตุน้ำใต้ดินทะลักเข้าท่วมอุโมงค์ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ บริเวณสถานีวงเวียนใหญ่ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
ล่าสุด ศ.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้ออกมาประเมินสถานกรรมเชิงลึกทางวิศวกรรม
โดยชี้ว่าแม้ความรุนแรงจะยังไม่ถึงขั้นวิกฤตเท่าเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัวเมื่อปี 2568 แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเฝ้าระวัง 4 ปัจจัยบ่งชี้ ซึ่งเป็น "สัญญาณอันตราย" อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันดินถล่มซ้ำรอย ได้แก่
การปนรวมของมวลดิน: ตรวจสอบว่าน้ำที่รั่วซึมมีตะกอนดินหรือทรายปนมาด้วยหรือไม่ หากมีแสดงว่าดินใต้ชั้นผิวถนนด้านบนเริ่มละลาย
ความแรงและอัตราการไหล: เฝ้าระวังแนวโน้มแรงดันน้ำที่ทะลักเข้าอุโมงค์ว่าเพิ่มขึ้นหรือไม่
เสถียรภาพของผิวทาง: มอนิเตอร์การยุบตัวของพื้นผิวถนนใกล้เคียง
ความเสียหายของสิ่งปลูกสร้าง: ตรวจสอบรอยแตกร้าวของอาคารพาณิชย์รอบไซต์งาน
ทั้งนี้ ศ.อมร เน้นย้ำว่าการฉีดคอนกรีตอุดรอยรั่วในปัจจุบันเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ระยะยาว รฟม. ต้องสั่งตรวจสอบระบบกันซึมเทียบกับแบบก่อสร้างใหม่ทั้งหมดทั้งโครงการเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่ทำแบบวัวหายล้อมคอก
เผยปมแรงดันน้ำใต้ดินสูงกว่าอุโมงค์ 20 เมตร เจาะคอนกรีตบ่อพัก
ด้านนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า จุดที่น้ำทะลักอยู่บริเวณอุโมงค์ฝั่งด้านใต้บริเวณบ่อพักน้ำ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของสัญญาที่ 4 (ช่วงสะพานพุทธ – ดาวคะนอง ระยะทาง 4.1 กิโลเมตร) บริหารงานโดย บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) วงเงินงบประมาณ 14,982 ล้านบาท
ไทม์ไลน์เหตุการณ์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบน้ำใต้ดินซึ่งมีระดับชั้นน้ำสูงกว่าหลังคาอุโมงค์ประมาณ 20 เมตร รั่วซึมเข้ามาบริเวณฐานของบ่อพักน้ำที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์
แรงดันน้ำที่มหาศาลทำให้เกิดข้อบกพร่องในเนื้อคอนกรีตจนน้ำไหลบ่าเข้ามามากกว่ากำลังของเครื่องสูบน้ำปกติ วิศวกรหน้างานจึงต้องปรับแผนเร่งด่วน ดึงอัตราการสูบน้ำขึ้นไปสูงสุดถึง 100 ลบ.ม./ชม. จนเกิดน้ำท่วมขังภายในอุโมงค์
ระดมฉีดคอนกรีตบล็อกน้ำ สั่งติดเซนเซอร์วัดตึกแถวทุกชั่วโมง
กระบวนการแก้ไขวิกฤตเริ่มต้นขึ้นในช่วงดึกของวันเดียวกัน โดยผู้รับเหมาได้ระดมฉีดคอนกรีตผสมสารเกาะตัวดินเข้าไปบริเวณรอบบ่อพัก เพื่อสกัดกั้นทิศทางไหลและปรับระดับแรงดันน้ำให้สมดุล จนสามารถควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นได้ และลดอัตราการสูบน้ำลงมาเหลือ 50 ลบ.ม./ชม. คาดว่าจะใช้เวลาเคลียร์พื้นที่และปรับปรุงคุณภาพดินให้เข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1 สัปดาห์
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางรางได้สั่งการให้ผู้รับเหมาติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดการทรุดตัวที่บริเวณอาคารร้างสีขาวและอาคารพาณิชย์ของประชาชนใกล้เคียง โดยส่งเจ้าหน้าที่มอนิเตอร์และจดสถิติวัดระยะการเคลื่อนตัวของตึกทุกๆ 1 ชั่วโมง ล่าสุดยังไม่พบการทรุดตัวที่มีนัยยะสำคัญ และยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่กระทบต่อโครงสร้างอุโมงค์หลักของรถไฟฟ้า
สำหรับภาพรวมโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2569 มีความก้าวหน้าสะสมร้อยละ 75.90 โดยสัญญาที่ 4 คืบหน้าร้อยละ 74.69 ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินงานปรับปรุงคุณภาพดิน งานเจาะอุโมงค์ และก่อสร้างสถานีวงเวียนใหญ่กับสถานี รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า จากระยะทางรวมทั้งหมด 23.63 กิโลเมตร







