
ศุลกากรโชว์ 11 เดือน เก็บรายได้ 6.3 แสนล้าน โต 9.9% ลุย AI คุมสินค้าผิดกฎหมาย
กรมศุลกากรเผยผลงาน 11 เดือน 28 วัน ปีงบฯ 2569 จัดเก็บรายได้รวม 6.31 แสนล้านบาท เพิ่ม 9.9% คาดทั้งปีแตะ 6.4 แสนล้านบาท เดินหน้ายกระดับโลจิสติกส์ ปราบสินค้าผิดกฎหมาย และนำ AI คัดกรองความเสี่ยง
KEY
POINTS
- กรมศุลกากรเปิดเผยผลการจัดเก็บรายได้รอบ 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ได้รวม 6.31 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 9.9% จากปีก่อน
- เดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดย 11 เดือนที่ผ่านมามีการจับกุมกว่า 58,700 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 6,500 ล้านบาท
- เตรียมนำระบบ AI-Driven Risk Management มาใช้ช่วยคัดกรองและตรวจสอบสินค้าให้แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อควบคุมสินค้าผิดกฎหมายและลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
กรมศุลกากรเดินหน้าปรับบทบาทจากหน่วยงานจัดเก็บรายได้ สู่การเป็นกลไกสนับสนุนการค้าและเศรษฐกิจไทย พร้อมยกระดับกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยี ควบคู่การสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายและเพิ่มความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานรอบ 11 เดือน 28 วันของปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568-21 ก.ย. 2569 กรมศุลกากรจัดเก็บรายได้รวม 631,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 57,024 ล้านบาท หรือ 9.9% แบ่งเป็นรายได้ศุลกากร 112,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% โดยคาดว่าสิ้นปีงบประมาณจะจัดเก็บรายได้รวมได้ประมาณ 640,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้ศุลกากรคาดว่าจะเพิ่มได้อีกเกือบ 4,000 ล้านบาท ทำให้เป็นไปตามเป้าหมายทั้งปีที่ 116,300 ล้านบาท
“รายได้ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งปีนี้มีมูลค่ารวมกว่า 24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% โดยกรมศุลกากรไม่ได้มีหน้าที่จัดเก็บเฉพาะอากรขาเข้า แต่ยังจัดเก็บภาษีแทนหน่วยงานอื่น รวม 518,883 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55,666 ล้านบาท หรือ 12%”
ในจำนวนนี้เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า (VAT) ที่จัดเก็บแทนกรมสรรพากร 411,131 ล้านบาท ภาษีสรรพสามิต 56,428 ล้านบาท และภาษีที่จัดเก็บแทนกระทรวงมหาดไทย 51,324 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศ
ลดขั้นตอนโลจิสติกส์ 85%
ด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า กรมศุลกากรพัฒนาระบบถ่ายลำสินค้าทางเรือแบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนการทำพิธีการลง 85% พร้อมปรับหลักเกณฑ์สำหรับเรือขนส่งสินค้าทางแม่น้ำที่บรรทุกสินค้าขาออก ให้สามารถแวะรับตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งออกผ่านท่าเรือแหลมฉบังได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดต้นทุนของผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ ยังยกระดับระบบ Tariff e-Service และบริการอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใสมากขึ้น
เก็บภาษีสินค้าออนไลน์ 7.9 พันล้าน
สำหรับมาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาท ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 สามารถจัดเก็บรายได้แล้วกว่า 7,900 ล้านบาท จากสินค้าออนไลน์นำเข้าประมาณ 233 ล้านชิ้น มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างความเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการออนไลน์จากต่างประเทศกับ SME ไทย และลดความเหลื่อมล้ำด้านภาษีในการแข่งขัน
ขณะเดียวกัน กรมศุลกากรเดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดย 11 เดือนที่ผ่านมา จับกุมคดีความผิดได้กว่า 58,700 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 6,500 ล้านบาท
เตรียมใช้ AI คัดกรองความเสี่ยง
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า กรมศุลกากรเตรียมนำระบบ AI-Driven Risk Management มาใช้ช่วยคัดกรองและตรวจสอบสินค้าให้แม่นยำและตรงเป้าหมายมากขึ้น ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ลดการติดต่อระหว่างผู้ประกอบการกับเจ้าหน้าที่ และลดความเสี่ยงด้านการทุจริตหรือเรียกรับผลประโยชน์
นอกจากนี้ กรมฯ ยังปรับปรุงระเบียบการจ่ายเงินสินบนและรางวัล โดยยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลของผู้บริหารระดับสูง และเดินหน้าผลักดันการยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลของเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุกระดับ เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ลดความเสี่ยงจากผลประโยชน์ทับซ้อน และสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชน รองรับเป้าหมายการเตรียมประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571







