posttoday
กฟผ.ชู VPP โรงไฟฟ้าเสมือน พลิกโฉมโครงข่ายไฟฟ้าไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด

กฟผ.ชู VPP โรงไฟฟ้าเสมือน พลิกโฉมโครงข่ายไฟฟ้าไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด

03 กรกฎาคม 2569

VPP หรือโรงไฟฟ้าเสมือน เชื่อมโซลาร์ แบตเตอรี่ และ EV ผ่าน AI-IoT สู่ Smart Grid พร้อมเทคโนโลยีรักษาเสถียรภาพ รองรับพลังงานหมุนเวียนและ Net Zero ของไทย

KEY

POINTS

  • กฟผ. พัฒนาโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) ซึ่งเป็นระบบซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่เชื่อมโยงและบริหารจัดการแหล่งพลังงานสะอาดขนาดเล็กที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ เช่น โซลาร์รูฟท็อปและรถยนต์ไฟฟ้า ให้ทำงานร่วมกันเสมือนเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่แห่งเดียว
  • เทคโนโลยี VPP ทำงานร่วมกับระบบจ่ายไฟฟ้าจากยานยนต์ไฟฟ้าสู่โครงข่าย (V2G) ซึ่งเปลี่ยนรถยนต์ไฟฟ้าให้เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานเคลื่อนที่ สามารถจ่ายไฟฟ้ากลับสู่ระบบเพื่อเสริมความมั่นคงและสร้างสมดุลในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง
  • เพื่อรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนและรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า กฟผ. ได้นำเทคโนโลยีเสริมความมั่นคง 3 ระบบหลักเข้ามาใช้ ได้แก่ Grid Forming, Synchronous Condenser และ STATCOM
  • เป้าหมายหลักของการผลักดัน VPP คือการวางรากฐานโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รองรับการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า และขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net Zero

เมื่อระบบไฟฟ้าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาด

 

การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลกกำลังทำให้ระบบไฟฟ้าเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ จากเดิมที่พึ่งพาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง กลายเป็นระบบที่มีแหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา โรงไฟฟ้าพลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สามารถเป็นทั้งผู้ใช้และผู้จ่ายไฟฟ้าให้กับระบบได้

 

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้การบริหารจัดการระบบไฟฟ้ามีความซับซ้อนมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เกิดนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และความมั่นคงของระบบไฟฟ้า

 

VPP และ V2G เทคโนโลยีอัจฉริยะ เสริมความมั่นคง-เซฟต้นทุนค่าไฟฟ้า


ด้วยเหตุนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลด้านพลังงานเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า หนึ่งในนั้นคือ โรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant: VPP) และ ระบบการจ่ายไฟฟ้าจากยานยนต์ไฟฟ้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า (Vehicle-to-Grid: V2G) ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำคัญของโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้าและลดการพึ่งพาโรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงฟอสซิล 2 เทคโนโลยีนี้มีกลไกที่เข้ามาช่วยบริหารต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และช่วยพยุงระบบไฟฟ้าในภาพรวมอย่างไร โพสต์ทูเดย์ Smart City ชวนไปหาคำตอบกัน...

 

ภาพจาก www.egat.co.th

 

VPP คืออะไร ทำไมจึงเป็นหัวใจของโครงข่ายไฟฟ้าแห่งอนาคต?

 

หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกยกให้เป็นหัวใจของโครงข่ายไฟฟ้าแห่งอนาคต คือ Virtual Power Plant (VPP) หรือ "โรงไฟฟ้าเสมือน" ซึ่งไม่ได้หมายถึงโรงไฟฟ้าที่มีอาคารหรือปล่องควัน หากแต่เป็นระบบซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบสื่อสาร และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงแหล่งผลิตไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานขนาดเล็กที่กระจายตัวอยู่ทั่วโครงข่ายให้สามารถทำงานประสานกันเสมือนเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่แห่งเดียว

 

แนวคิดของ VPP คือการรวบรวมทรัพยากรพลังงานแบบกระจาย (Distributed Energy Resources: DERs) ไม่ว่าจะเป็นโซลาร์รูฟท็อป ระบบแบตเตอรี่ อาคารอัจฉริยะ โรงงานอุตสาหกรรม ระบบตอบสนองด้านโหลด (Demand Response) รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า แล้วบริหารจัดการการผลิต การกักเก็บ และการใช้พลังงานให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลา ส่งผลให้สามารถรักษาสมดุลระหว่างการผลิตและการใช้ไฟฟ้า ลดความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่แห่งใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงานของประเทศ

 

กฟผ.ชู VPP โรงไฟฟ้าเสมือน พลิกโฉมโครงข่ายไฟฟ้าไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด

V2G เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นแค่ผู้ใช้ไฟ แต่กลายเป็นแหล่งพลังงาน

 

ในระบบ VPP รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพาหนะสำหรับการเดินทางอีกต่อไป แต่ยังสามารถกลายเป็นแหล่งกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าได้ผ่านเทคโนโลยี Vehicle-to-Grid (V2G) หรือระบบการจ่ายไฟฟ้าจากยานยนต์ไฟฟ้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะยุคใหม่

 

V2G อาศัยเครื่องชาร์จไฟฟ้าแบบสองทิศทาง (Bidirectional Charger) ที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถรับไฟฟ้าจากระบบในช่วงที่มีไฟฟ้าส่วนเกิน เช่น ช่วงกลางวันที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สูง หรือช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ และเมื่อระบบไฟฟ้าต้องการพลังงานเพิ่มเติมในช่วงพีก หรือเกิดความผันผวนจากพลังงานหมุนเวียน รถยนต์ไฟฟ้าสามารถจ่ายไฟฟ้าจากแบตเตอรี่กลับเข้าสู่โครงข่ายได้อย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ

 

เมื่อมีรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากเชื่อมต่อกับระบบ VPP ปัญญาประดิษฐ์จะทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทั้งระดับพลังงานในแบตเตอรี่ ความต้องการใช้งานของเจ้าของรถ ราคาค่าไฟฟ้า และสถานะของระบบไฟฟ้า เพื่อกำหนดว่ารถคันใดควรชาร์จไฟ และคันใดควรจ่ายไฟกลับเข้าสู่โครงข่ายในแต่ละช่วงเวลา

 

การบริหารจัดการลักษณะนี้ช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าหลายหมื่นหรือหลายแสนคันสามารถทำงานร่วมกันได้เสมือนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้เจ้าของรถมีรายได้จากการขายไฟฟ้าคืนสู่ระบบในอนาคต

 

ทำไมระบบไฟฟ้ายุคใหม่จึงต้องมีเทคโนโลยีรักษาเสถียรภาพ

 

แต่การเพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนและแหล่งผลิตไฟฟ้าแบบกระจายจำนวนมาก ย่อมทำให้การควบคุมระบบไฟฟ้ามีความท้าทายมากขึ้น เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมีความผันผวนตามสภาพอากาศ แตกต่างจากโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมที่สามารถควบคุมกำลังผลิตได้อย่างต่อเนื่อง หากไม่มีเทคโนโลยีช่วยรักษาเสถียรภาพ อาจส่งผลให้แรงดันไฟฟ้าและความถี่ของระบบเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนกระทบต่อความมั่นคงของโครงข่ายไฟฟ้า

 

ด้วยเหตุนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะควบคู่กับการผลักดัน Virtual Power Plant โดยนำเทคโนโลยีสนับสนุนที่สำคัญ 3 ระบบ ได้แก่ Grid Forming, Synchronous Condenser และ STATCOM เข้ามาเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ภาพจาก www.egat.co.th

Grid Forming สมองของอินเวอร์เตอร์ยุคใหม่

เทคโนโลยี Grid Forming เป็นระบบควบคุมอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ที่สามารถสร้างแรงดันไฟฟ้าและความถี่อ้างอิงให้กับโครงข่ายได้ด้วยตัวเอง แตกต่างจากอินเวอร์เตอร์แบบเดิมที่ต้องอาศัยแรงดันจากระบบไฟฟ้าเป็นตัวอ้างอิง คุณสมบัตินี้ทำให้ Grid Forming มีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าที่มีพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนสูง และได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคโนโลยีหลักของระบบไฟฟ้าในอนาคต

 

Synchronous Condenser เพิ่มแรงเฉื่อยให้ระบบไฟฟ้า

Synchronous Condenser หรือเครื่องชดเชยกำลังไฟฟ้าแบบหมุน แม้จะไม่ได้ผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยตรง แต่สามารถสร้างแรงเฉื่อย (Inertia) ให้กับระบบไฟฟ้า ช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของความถี่เมื่อเกิดความผิดปกติ เพิ่มกำลังลัดวงจร และช่วยรักษาเสถียรภาพของแรงดันไฟฟ้า ซึ่งเป็นบทบาทที่เคยเกิดขึ้นตามธรรมชาติจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่ลดลงเมื่อระบบหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนผ่านอินเวอร์เตอร์มากขึ้น

 

STATCOM ควบคุมแรงดันไฟฟ้าในเสี้ยววินาที

STATCOM (Static Synchronous Compensator) เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังที่สามารถควบคุมกำลังรีแอกทีฟและปรับแรงดันไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็วในระดับมิลลิวินาที ช่วยลดปัญหาแรงดันไฟฟ้าตกหรือแรงดันไฟฟ้าเกิน ทำให้คุณภาพไฟฟ้าคงที่ แม้ในพื้นที่ที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจำนวนมาก

 

เมื่อทุกเทคโนโลยีทำงานร่วมกัน สู่ Smart Grid

 

หากเปรียบระบบไฟฟ้าเป็นร่างกายมนุษย์ Virtual Power Plant จะทำหน้าที่เสมือน "สมอง" ที่รวบรวมข้อมูลจากแหล่งพลังงานนับล้านจุด วิเคราะห์ และสั่งการแบบเรียลไทม์ ขณะที่ V2G เปรียบเสมือน "คลังพลังงานเคลื่อนที่" ที่สามารถรับและจ่ายพลังงานได้ตามความต้องการ ส่วน Grid Forming, Synchronous Condenser และ STATCOM คือ "ระบบประคองการทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต" ที่ช่วยให้แรงดันไฟฟ้า ความถี่ และคุณภาพไฟฟ้ามีเสถียรภาพอยู่ตลอดเวลา

 

ก้าวสำคัญของประเทศไทยสู่ Smart Grid และ Net Zero

สำหรับประเทศไทย การพัฒนา VPP และ V2G ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ แต่เป็นการวางรากฐานของระบบไฟฟ้ายุคใหม่ที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ที่มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน รองรับการเติบโตของโซลาร์รูฟท็อป ระบบกักเก็บพลังงาน และรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)

 

อนาคตของโรงไฟฟ้า อาจไม่ใช่โรงไฟฟ้าอีกต่อไป

ในอนาคต โรงไฟฟ้าอาจไม่ได้หมายถึงอาคารขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่งอีกต่อไป แต่จะหมายถึงเครือข่ายของแหล่งพลังงานขนาดเล็กนับล้านจุดที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และระบบควบคุมอัจฉริยะ ภายใต้แนวคิดของ Virtual Power Plant ซึ่งทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Vehicle-to-Grid และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อสร้างระบบไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่น มั่นคง และพร้อมรองรับการใช้พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบในศตวรรษที่ 21

 

แหล่งอ้างอิง:

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.). VPP เทคโนโลยีอัจฉริยะ พลิกโฉมโครงข่ายไฟฟ้าอนาคต (26 มิถุนายน 2569)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. ข้อมูลด้าน Smart Grid และเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า

International Energy Agency (IEA). Digitalisation and Power Systems

International Renewable Energy Agency (IRENA). Innovation Landscape for a Renewable-Powered Future

CIGRE (International Council on Large Electric Systems). เอกสารวิชาการด้าน Grid Forming Inverters, Synchronous Condenser และ STATCOM

ข่าวล่าสุด

'อนุทิน' ยันโกงสอบท้องถิ่นไม่ใช่เกมการเมือง โต้ 'เท้ง' ไม่เกี่ยวศึก 'สีน้ำเงิน'

'อนุทิน' ยันโกงสอบท้องถิ่นไม่ใช่เกมการเมือง โต้ 'เท้ง' ไม่เกี่ยวศึก 'สีน้ำเงิน'